<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MUAYCHAIYA.COM &#187; ประวัติ</title>
	<atom:link href="http://www.muaychaiya.com/tag/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.muaychaiya.com</link>
	<description>MUAY THAI CHAIYA SIAMYUTH CENTER</description>
	<lastBuildDate>Thu, 02 Feb 2012 15:45:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.1.2</generator>
		<item>
		<title>มวยไทยไชยา ปี 2530</title>
		<link>http://www.muaychaiya.com/muay-thai-chaiya-1987/</link>
		<comments>http://www.muaychaiya.com/muay-thai-chaiya-1987/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 31 Oct 2010 10:15:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Terapak</dc:creator>
				<category><![CDATA[วีดีโอ]]></category>
		<category><![CDATA[kadchuek]]></category>
		<category><![CDATA[Kru preang]]></category>
		<category><![CDATA[Kru tong]]></category>
		<category><![CDATA[Muay boran]]></category>
		<category><![CDATA[muay chaiya]]></category>
		<category><![CDATA[muay thai]]></category>
		<category><![CDATA[muay thai chaiya]]></category>
		<category><![CDATA[tv show]]></category>
		<category><![CDATA[ครูทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ครูแปรง]]></category>
		<category><![CDATA[ครูแหลม]]></category>
		<category><![CDATA[คาดเชือก]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[มวยโบราณ]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทย]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทยโบราณ]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทยไชยา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.muaychaiya.com/?p=353</guid>
		<description><![CDATA[มวยไทยไชยา จาก วีดีโอ MUAY THAI (Thai Boxing) THAI SUPIRB ART OF FIGHT ปี 2530 ครูทอง ครูแปรง และ ครูแหลม สาธิตครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="in_post_ad_top_1" style="margin: 5px;padding: 0px;"></div>
<p style="text-align: center;"><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="350" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/vzuLMFqUh2w" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="350" src="http://www.youtube.com/v/vzuLMFqUh2w"></embed></object></p>
<p style="text-align: center;">มวยไทยไชยา จาก วีดีโอ MUAY THAI (Thai Boxing) THAI SUPIRB ART OF FIGHT ปี 2530</p>
<p style="text-align: center;">ครูทอง ครูแปรง และ ครูแหลม สาธิตครับ</p>
<div style='clear:both'></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.muaychaiya.com/muay-thai-chaiya-1987/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พาหุยุทธ์มวยไทยไชยา และ อาวุธไทยพิชัยยุทธ์</title>
		<link>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Jul 2010 02:54:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Terapak</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[experience]]></category>
		<category><![CDATA[Kru preang]]></category>
		<category><![CDATA[muay chaiya]]></category>
		<category><![CDATA[muay thai]]></category>
		<category><![CDATA[muay thai chaiya]]></category>
		<category><![CDATA[ครูแปรง]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติ]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทย]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทยโบราณ]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทยไชยา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.muaychaiya.com/?p=256</guid>
		<description><![CDATA[คำปรารภ &#8230;..เมื่อผู้เขียนได้รับการทาบทามให้เขียนบทความเกี่ยวกับเรื่อง มวยไทยโบราณ และมวยคาดเชือกไชยา ผู้เขียนรู้สึกว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่จะเขียนถึงวิชาที่สูญไปจากวงการนับร้อยปี ทำให้ต้องไตร่ตรองอยู่หลายวัน ด้วยเหตุหลาย ๆ ประการ แต่เมื่อได้ทบทวนดูแล้ว ถ้าผู้เขียนจะเก็บเอาความรู้ที่ครูบาอาจารย์ได้พร่ำอบรมสั่งสอนอย่างอดทน เพื่อจะนำพาไปสัมปรายภพด้วยอย่างไร้ความหมาย ย่อมอกตัญญูต่อครูบาอาจารย์และชาติอย่างไม่น่าให้อภัย จึงปลงตก ถือเสียว่าเป็นการทำเพื่อถวายพระคุณของครู และสนองคุณแผ่นดินก่อนตาย &#8230;..ข้อเขียนทั้งหลายและต่อ ๆ ไปในภายภาคหน้า (หากมีผู้สนใจติดตาม) ขอให้ทราบไว้ด้วยว่าผู้เขียนได้เขียนตาม ที่ผู้เขียนได้ศึกษาเล่าเรียนมาจากครูบาอาจารย์ ซึ่งอาจผิดแผกไปจากของคณาจารย์ของสำนักอื่น ๆ ก็อาจเป็นได้ และบางช่วงบางตอนอาจ เป็นคำกล่าวคำพูดของครู ของอาจารย์ปู่ และบาจรีย์ทุกท่าน ที่ได้เคยเขียนเคยพูดและเคยฝากผลงานไว้เป็นเลิศแล้วเมื่ออดีตกาล อันเป็นการเชิดชูผลงานของท่าน มิได้อวดรู้ อวดภูมิ ตีตนเสมอครูบาอาจารย์ แต่อย่างใด เพราะความรู้ผู้เขียน เปรียบเหมือน แสงหิ่งห้อยที่ไม่อาจหาญเปรียบแสงสุริยะฉาย ลูกหลานโปรดจำไว้ &#8220;เป็นครูท่าเดียว วันเดียว เดือนเดียว ปีเดียว&#8230;..&#8221; ถือเป็นครูตลอดชีวิต จงกตัญญูและตอบแทนดูแลท่านตามควร ปฐมบท สิ่งมีชีวิตทุกสิ่งเกิดมาย่อมต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อการมีชีวิตอยู่รอด ไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ประเสริฐที่เรียกตัวเองว่า มนุษย์ ต่างต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อชีวิตอยู่รอดนับแต่ยังไม่ปฏิสนธิเสียอีก สัตว์โลกย่อมมีวิธีการต่อสู้เฉพาะที่ร้ายกาจเหมาะกับตัวมันเอง เพื่อเอาตัวรอด เพื่อหาอาหาร สัตว์เดรัจฉานแสดงอาการต่อสู้โดยสัญชาติญาณ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="in_post_ad_top_1" style="margin: 5px;padding: 0px;"></div>
<h3>คำปรารภ</h3>
<p><span style="color: #000000;">&#8230;..</span><span style="color: #000000;">เมื่อผู้เขียนได้รับการทาบทามให้เขียนบทความเกี่ยวกับเรื่อง  มวยไทยโบราณ และมวยคาดเชือกไชยา  ผู้เขียนรู้สึกว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่จะเขียนถึงวิชาที่สูญไปจากวงการนับร้อยปี  ทำให้ต้องไตร่ตรองอยู่หลายวัน ด้วยเหตุหลาย ๆ ประการ แต่เมื่อได้ทบทวนดูแล้ว  ถ้าผู้เขียนจะเก็บเอาความรู้ที่ครูบาอาจารย์ได้พร่ำอบรมสั่งสอนอย่างอดทน  เพื่อจะนำพาไปสัมปรายภพด้วยอย่างไร้ความหมาย  ย่อมอกตัญญูต่อครูบาอาจารย์และชาติอย่างไม่น่าให้อภัย จึงปลงตก  ถือเสียว่าเป็นการทำเพื่อถวายพระคุณของครู และสนองคุณแผ่นดินก่อนตาย</span></p>
<p><span style="color: #000000;">&#8230;..</span>ข้อเขียนทั้งหลายและต่อ ๆ ไปในภายภาคหน้า  (หากมีผู้สนใจติดตาม) ขอให้ทราบไว้ด้วยว่าผู้เขียนได้เขียนตาม  ที่ผู้เขียนได้ศึกษาเล่าเรียนมาจากครูบาอาจารย์  ซึ่งอาจผิดแผกไปจากของคณาจารย์ของสำนักอื่น ๆ ก็อาจเป็นได้ และบางช่วงบางตอนอาจ  เป็นคำกล่าวคำพูดของครู ของอาจารย์ปู่ และบาจรีย์ทุกท่าน  ที่ได้เคยเขียนเคยพูดและเคยฝากผลงานไว้เป็นเลิศแล้วเมื่ออดีตกาล  อันเป็นการเชิดชูผลงานของท่าน มิได้อวดรู้ อวดภูมิ ตีตนเสมอครูบาอาจารย์ แต่อย่างใด  เพราะความรู้ผู้เขียน เปรียบเหมือน  แสงหิ่งห้อยที่ไม่อาจหาญเปรียบแสงสุริยะฉาย</p>
<p>ลูกหลานโปรดจำไว้ <strong><span style="color: #ff9900;">&#8220;เป็นครูท่าเดียว วันเดียว เดือนเดียว ปีเดียว&#8230;..&#8221;</span></strong><span style="color: #ff9900;"> </span><span style="color: #ffcc00;">ถือเป็นครูตลอดชีวิต  จงกตัญญูและตอบแทนดูแลท่านตามควร</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter" title="Muay chaiya 1986" src="http://muaythaichaiya.org/article/bangkoknoi.jpg" alt="Muay chaiya" width="239" height="300" /></span></p>
<h2><span style="color: #000000;"><span style="color: #3366ff;">ปฐมบท</span><br />
</span></h2>
<p><span style="color: #000000;">สิ่งมีชีวิตทุกสิ่งเกิดมาย่อมต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อการมีชีวิตอยู่รอด  ไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ประเสริฐที่เรียกตัวเองว่า มนุษย์  ต่างต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อชีวิตอยู่รอดนับแต่ยังไม่ปฏิสนธิเสียอีก  สัตว์โลกย่อมมีวิธีการต่อสู้เฉพาะที่ร้ายกาจเหมาะกับตัวมันเอง เพื่อเอาตัวรอด  เพื่อหาอาหาร สัตว์เดรัจฉานแสดงอาการต่อสู้โดยสัญชาติญาณ ส่วนเวไนยสัตว์  (สัตว์ที่สอนได้) หรือมนุษย์ ซึ่งเป็นสัตว์ประเสริฐ  นับเป็นผู้ที่มีสมองและสติปัญญาสามารถที่พัฒนาได้อย่างไม่สิ้นสุด  ย่อมมีการวิวัฒนาการ และพัฒนาการการต่อสู้  ที่มีสมรรถภาพอย่างไม่หยุดยั้ง</span></p>
<p><span style="color: #000000;">&#8230;..</span>หากเรามีความเชื่อในทฤษฎีที่ว่ามนุษย์มีวิวัฒนาการมาจากวานร  ตามประวัติมนุษยชาติ มนุษย์ย่อมมีการต่อสู้กันนับตั้งแต่ เริ่มไต่ลงมา จากต้นไม้  เมื่อประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าปีมาแล้ว  อีกทั้งสัญชาติญาณดิบนับแต่เป็นวานรย่อมยังคงหลงเหลือติดอยู่ในสายเลือดอยู่บ้าง  ไม่มากก็น้อย มนุษย์สมัยดึกดำบรรพ์จึงต่อสู้กันไม่ต่างไปจากสัตว์เดรัจฉานมากนัก  คือสู้กันตามสัญญาณชาติดิบ ๆ ที่มีมาตามธรรมชาติ โดยใช้อวัยวุธ  (อวัยวะของร่างกายที่ใช้เป็นอาวุธในการต่อสู้)  ในร่างกายทุกอย่างที่ธรรมชาติประทานมา ทำร้ายซึ่งกันและกัน &#8220;ปากกัด ตีนถีบ มือฉุด  ข่วน ตะปบ แขนฟาด หมัดต่อย ทุบ ศอกถอง เข่ากระทุ้ง ก้นกระแทก แบกบ่า ทุ่มทับ จับหัก  ควักนัยน์ตา ฯลฯ&#8221; หยิบฉวย ได้สิ่งใดใกล้มือที่ใช้ทำร้ายคู่ต่อสู้ได้ ก็ใช้สิ่งนั้น  เช่นกระดูกสัตว์ กิ่งไม้ ก้อนหิน กระบอง ลูกดอก หน้าไม้ กระสุน  ซึ่งชนะก็แย่แพ้ก็เกือบตาย อันเป็นการใช้พละกำลังเข้าหักหาญกันโดยแท้  (ยังขาดศาสตร์และศิลป์เพราะยังไม่พัฒนา) มีอยู่อย่างเดียวก็คือ  เพื่อเอาตัวรอดเท่านั้น มนุษย์ในสมัยโบราณจึงต่อสู้เพื่อเหตุใหญ่ ๆ ๒ ประการ  คือ</p>
<p><span style="color: #000000;">&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</span>๑. แย่งอาหาร  และแดนหากิน</p>
<p><span style="color: #000000;">&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</span>๒.  เกิดการหึงหวงมนุษย์ที่ออกลูกได้</p>
<p><span style="color: #000000;">&#8230;..</span>การต่อสู้ในสมัยดึกดำบรรพ์ ขณะที่มนุษย์อยู่ถ้ำ  อยู่โพรงไม้ มักเป็นการต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว หรือเป็นเฉพาะครอบครัวเล็ก ๆ  เพียงครอบครัวเดียวเท่านั้น  แต่โดยแท้แล้วมนุษย์เป็นสัตว์ที่เกิดมาอย่างมีสัญชาติญาณแห่งความขลาดกลัว  และสัญญาแห่งการอยู่ร่วมกัน เป็นกลุ่มสังคม มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีความฉลาด มีปัญญา  ความเจ็บปวด ความตาย ความสูญเสีย ความเสียใจ ความโศกเศร้า ทำให้มนุษย์  เกิดความคิดรู้จักคบค้าสามัคคีไปมาหาสู่กัน และรีรอกัน  อันนับเป็นปฐมการณ์อย่างหนึ่งที่ทำให้มนุษย์รวมกันเป็นกลุ่มก้อน เป็นชุมชน  จากกลุ่มเล็ก ๆ เป็นกลุ่มใหญ่ จนเป็นรัฐและเป็นประเทศชาติขึ้น</p>
<p><span style="color: #000000;">&#8230;..</span>การตัดสินปัญหาข้อพิพาทและการต่อสู้กันด้วยกำลังของมนุษย์จึงเริ่มเปลี่ยนไปเป็นถ้อยทีถ้อยอาศัยอนุโลม  ปฏิโลมต่อกัน<br />
ดูเหมือนจะเป็นการดีเมื่อมนุษย์สามารถรวมกันเป็นพวกได้  กรณีพิพาทกันเองดูน้อยลง และแก้ไขได้ตามกฎระเบียบของกลุ่มชน ที่มีการตกลงร่วมกัน  ความระแวงระวังแบบสัญชาติญาณป่าน้อยลง รู้สึกอบอุ่นขึ้น  แต่การรวมกลุ่มของมนุษย์มิได้มีกลุ่มเดียว มิใช่มีเพียงชนเผ่าเดียว  ความเห็นความคิดของแต่ละกลุ่มไม่เหมือนกัน ภาษาต่างกัน อุดมคติ อารมณ์ต่างกัน  ความเชื่อต่างกัน  มนุษย์ยิ่งเจริญขึ้นมนุษย์ยิ่งมีการขัดแย้งต่อสู้กันรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ  จากเดิมพิพาทกันเพื่อแย่งชิงอาหารแดนทำกิน แย่งมนุษย์ที่ออกลูกได้  ยังต่อสู้กันเพราะขอช้างเผือกไม่ได้ดังใจ ขอคืนหญิงงามไม่สำเร็จ  มีหลายสาเหตุที่อาจพิพาทกันได้ทุกเมื่อ การต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว  กลายเป็นมหาสงครามระหว่างประเทศ</p>
<h2><span style="color: #000000;"><span style="color: #3366ff;">กำเนิดของพาหุยุทธ์มวยไทยโบราณ</span><br />
</span></h2>
<p><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter" title="Muay Thai Chaiya" src="http://muaythaichaiya.org/article/bangkoknoi2.jpg" alt="Muay Thai Chaiya" width="237" height="300" /><br />
</span></p>
<p><span style="color: #000000;"><br />
</span></p>
<p><span style="color: #000000;">&#8230;..</span><span style="color: #000000;">ตามประวัติศาสตร์ก่อนสมัยกรุงสุโขทัย  ชนชาติไทย ถูกสันนิษฐานว่ามีอายุไร่เรี่ยกับความเจริญของชาวอียิปต์ บาบิโลเนีย  และอัสสิเรีย ไทยเป็นชาติที่มีความเจริญมาก่อนจีน และก่อนชาวยุโรป  มีการปกครองและมีระเบียบแบบแผนเป็นปึกแผ่น อยู่ ณ ดินแดน  ซึ่งเป็นประเทศจีนในปัจจุบันนี้</span></p>
<p><span style="color: #000000;">&#8230;..</span>ชนชาติไทยเป็นชนชาติที่น่าสงสาร ก่อนพุทธศักราช ถูกรุกรบ  จนต้องถอยร่น จากแดนทำกินอันอุดมสมบูรณ์ของ ๒ ฟาก กลุ่มแม่น้ำฮวงโหและยั่งจือ  เรียกว่า อาณาจักรอ้ายลาว หรือ ไทยมุง หรือ ไทยเมือง ซึ่งเป็นมณทลเสฉวน ฮูเป อันฮุย  และเกียงซี ไทยต้องอพยพหลบหลีกความเป็นทาสมาทางตอนใต้เรื่อยมา  โดยถือหลักไปตายเอาดาบหน้า ดีกว่าเป็นขี้ข้าของชาติอื่น</p>
<p><span style="color: #000000;">&#8230;..</span>ด้วยสันดานเป็นไทย และนิสัยเป็นนักรบมาหลายชั่วอายุคน  ด้วยรักสันติ รักอิสระไม่ยอมเป็นทาสใคร ต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด เพื่อมาตุภูมิ  เพื่อคนที่ตนรัก นับครั้งไม่ถ้วน เพื่อเป็นการไม่ประมาท บรรดาพฤธ์หรือพ่อเฒ่า  ตามปัจจันท์ชนบท (ชายเขตแดนติดต่อแดนต่างประเทศ)  ได้พยายามสร้างสมบรรดาชายหนุ่มของหมู่บ้านด้วยอุปเท่ห์ การเล่น &#8220;ออกแรง&#8221;  เช่นการปล้ำ วิ่งวัว พายเรือแข่ง เสือข้ามห้วย จงอางหวงไข่ และไม้ลอย  (การห้อยโหนตีลังกาในที่สูง) และเพื่อการป้องกันตัว พ่อเฒ่าทั้งหลาย  ได้เพียรพยายามรวบรวมคิดค้นวิธีต่อสู้ติดต่อกันตลอดหลายชั่วคน  จากบรรพบุรุษที่ผ่านการรบมานานนับพันปี จนสามารถกำหนด  เป็นหลักเกณฑ์เฉพาะคนไทยด้วยเชิง &#8220;ชิงคม&#8221; และ &#8220;พันลำ&#8221;  อันก่อให้เกิดความครั่นคร้ามแก่ศัตรูผู้รุกรานทั่วไป</p>
<p><span style="color: #000000;">&#8230;..</span>อาจารย์เขตร ศรียาภัย (อาจารย์ปู่ของผู้เขียน)  กล่าวไว้ว่า มวย &#8220;หมายถึงการชกต่อยตามแต่ครูจะสอน  หรือการต่อสู้เพื่อเอาตัวรอด&#8221;</p>
<p><strong><span style="color: #ff6600;">มวยไทย</span></strong> <span style="color: #3366ff;">หมายถึง &#8220;ศิลปะศาสตร์ซึ่งบรรพบุรุษได้เพียรพยายามสืบทอด  และพัฒนายกระดับวิธีต่อสู้ป้องกันตัว มอบให้เป็นมรดกแก่ลูกไทย นับเป็นพันปีมาแล้ว  มวยไทยขนานแท้นั้นไม่มีชนชาติใดสามารถแสดงได้ดีเท่าคนไทย  แต่ปัจจุบันนี้มวยไทยถูกดั</span><span style="color: #000000;"><span style="color: #3366ff;">ดแปลงจนสิ้น หนักไปทางใช้พละกำลัง  ขาดศิลปะ และประเพณีนิยม&#8221;</span> (อาจารย์เขตร ศรียาภัย)</span></p>
<p style="text-align: right;"><span style="color: #000000;"><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #ff0000;">ครูแปรง ญปภพ ประมวญ ประธานมูลนิธิมวยไทยไชยา</span></span><br />
</span></p>
<div style='clear:both'></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ครูแปรง (ณปภพ ประมวญ)</title>
		<link>http://www.muaychaiya.com/kru-preang-master-of-muay-chaiya/</link>
		<comments>http://www.muaychaiya.com/kru-preang-master-of-muay-chaiya/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 16 Dec 2009 09:28:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Terapak</dc:creator>
				<category><![CDATA[ครูบาอาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[Kru preang]]></category>
		<category><![CDATA[ครูแปรง]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://muaychaiya.com/?p=112</guid>
		<description><![CDATA[ครูแปรง ครูมวยไชยา เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๑ ที่ ตำบลหนองชิ่ม อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ในวัยเด็กนั้นด้วยเป็นคนต่างจังหวัด ใช้ชีวิตตามแบบเด็กในชนบท จึงมีความถนัดในด้าน ยิงหน้าไม้ ยิงลูกกระสุน ธนู และปืน เพื่อยังชีพ และได้เริ่มเรียน มวย กับคุณพ่อ และคุณอา เมื่อเข้าช่วงวัยรุ่น พ.ศ. ๒๕๒๐ ได้เดินทางมาศึกษาต่อ ที่มหาวิทยาลัย รามคำแหง และได้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ชมรมต่อสู้ป้องกันตัว แผนกมวยไทย ฝึกซ้อม และขึ้นชกมวย ในการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัย อยู่พักหนึ่ง จึงย้ายมาเรียนที่ แผนก อาวุธไทย “สำนักดาบเจ้าราม” ซึ่งรุ่นพี่ในชมรมฯช่วงนั้น จะมีหลายคนมาจากหลายสำนัก รวมตัวกันในรามฯ เพื่อก่อตั้งเป็น แผนกอาวุธไทย ครูแปรง จึงได้เรียนวิชา จากหลายสำนัก เช่น ดาบพุทไธสวรรค์, ดาบผดุงสิทธิ์, ดาบ พละ, ดาบพรานนก, ดาบอาทมาต, ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="in_post_ad_top_1" style="margin: 5px;padding: 0px;"></div>
<p style="text-align: center;"><a href="http://muaychaiya.com/wp-content/uploads/2009/12/Krupreang-1987.jpg" onclick="pageTracker._trackPageview('/outgoing/muaychaiya.com/wp-content/uploads/2009/12/Krupreang-1987.jpg?referer=');"><img class="aligncenter size-full wp-image-114" title="มวยไชยา 1987" src="http://muaychaiya.com/wp-content/uploads/2009/12/Krupreang-1987.jpg" alt="มวยไชยา 1987" width="200" height="287" /></a></p>
<h1 style="text-align: center;">ครูแปรง ครูมวยไชยา</h1>
<p>เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๑ ที่ ตำบลหนองชิ่ม อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ในวัยเด็กนั้นด้วยเป็นคนต่างจังหวัด ใช้ชีวิตตามแบบเด็กในชนบท จึงมีความถนัดในด้าน ยิงหน้าไม้ ยิงลูกกระสุน ธนู และปืน เพื่อยังชีพ และได้เริ่มเรียน มวย กับคุณพ่อ และคุณอา เมื่อเข้าช่วงวัยรุ่น</p>
<p>พ.ศ. ๒๕๒๐ ได้เดินทางมาศึกษาต่อ ที่มหาวิทยาลัย รามคำแหง และได้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ชมรมต่อสู้ป้องกันตัว แผนกมวยไทย ฝึกซ้อม และขึ้นชกมวย ในการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัย อยู่พักหนึ่ง จึงย้ายมาเรียนที่ แผนก อาวุธไทย “สำนักดาบเจ้าราม” ซึ่งรุ่นพี่ในชมรมฯช่วงนั้น จะมีหลายคนมาจากหลายสำนัก รวมตัวกันในรามฯ เพื่อก่อตั้งเป็น แผนกอาวุธไทย</p>
<div id="attachment_115" class="wp-caption aligncenter" style="width: 200px"><a href="http://muaychaiya.com/wp-content/uploads/2009/12/Kru-preang-50.jpg" onclick="pageTracker._trackPageview('/outgoing/muaychaiya.com/wp-content/uploads/2009/12/Kru-preang-50.jpg?referer=');"><img class="size-medium wp-image-115 " title="ครูแปรง มวยไชยา 2007" src="http://muaychaiya.com/wp-content/uploads/2009/12/Kru-preang-50-190x300.jpg" alt="ครูแปรง มวยไชยา 2007" width="190" height="300" /></a>
<p class="wp-caption-text">Kru preang 2007</p>
</div>
<p>ครูแปรง จึงได้เรียนวิชา จากหลายสำนัก เช่น ดาบพุทไธสวรรค์, ดาบผดุงสิทธิ์, ดาบ พละ, ดาบพรานนก, ดาบอาทมาต, ดาบอาทมาต เท้าช้าง ปัตตานี, มีดสั้นทอง นับแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ – ๒๕๒๕ จึงจบหลักสูตร หลังจากนั้น ครูแปรง ยังได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม จากครูอีกหลายท่าน อาทิเช่น ครูพัน ยารนะ ครูดาบสะบัดชัย, ดาบสายกรมหลวงชุมพร จาก กี คลองตัน, ดาบบ้านไชว อยุธยา, ดาบสายอาจารย์นาค เทพหัสดิน ณ อยุธยา, ดาบและมวยในสายอาจารย์กิมเส็ง ซึ่งถือว่าเป็นอาจารย์ปู่ สายมวยทวีสิทธิ์ ในเวลาต่อมาอีกด้วย</p>
<p>&#8230;ช่วง ต้นปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ระหว่างที่ ครูแปรง ทำการสอนวิชาดาบ ที่ แผนกอาวุธไทย ในฐานะรุ่นพี่อยู่นั้น ได้มีรุ่นน้องคนหนึ่ง ชื่อ ปาน ได้ขอซ้อมมวยกับ ครูแปรง ด้วยทราบว่า ครูแปรง เป็นนักมวยเวทีมาก่อน และระหว่างดูเชิงกันอยู่นั้น รุ่นน้องคนนั้น ได้ตั้งท่าทางมวยแปลกๆ ซึ่งทำให้รุ่นพี่รุ่นน้องหลาย ๆ คนสนใจ สอบได้ความว่า เป็นวิชามวยคาดเชือก สายมวยไชยา ครูแปรงจึงได้ติดตามไปขอพบ และทดสอบวิชามวยนั้นด้วยตัวท่านเอง จนแน่ใจว่า เป็นวิชามวยคาดเชือกจริง จึงเข้ามอบตัวเป็นศิษย์ ศึกษาวิชามวยจากครูท่านนั้น ซึ่งก็คือ ครูทอง ครูมวยไชยาแห่งคลองทับช้าง (ทองหล่อ ยาและ)</p>
<div id="attachment_116" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://muaychaiya.com/wp-content/uploads/2009/12/Krutong-Krupreang.jpg" onclick="pageTracker._trackPageview('/outgoing/muaychaiya.com/wp-content/uploads/2009/12/Krutong-Krupreang.jpg?referer=');"><img class="size-medium wp-image-116" title="Krutong Krupreang" src="http://muaychaiya.com/wp-content/uploads/2009/12/Krutong-Krupreang-300x183.jpg" alt="Krutong Krupreang" width="300" height="183" /></a>
<p class="wp-caption-text">Krutong Krupreang</p>
</div>
<p>ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ – ๒๕๓๙ ด้วยความมุ่งมั่น ที่จะเผยแพร่ศิลปะมวยไชยา และวิชากระบี่กระบอง อาวุธไทย ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ครูทอง ได้ก่อตั้ง “ชมรม อนุรักษ์ พาหุยุทธ์ ไชยารัตน์ และอาวุธไทย ตำหรับพิชัยยุทธ์” และได้ ศิษย์อาวุธไทย “สำนักดาบเจ้าราม” คอยให้ความช่วยเหลือ ในเรื่องงานสาธิต แสดงในสถานที่ต่าง ๆ รวมถึงเผยแพร่ทาง นิตยสาร และโทรทัศน์ มาโดยตลอด</p>
<p>พ.ศ. ๒๕๒๗ ครูแปรง ได้รับการชักชวนจาก ครูทอง ให้ทำงานร่วมกับท่านที่ กรมโยธาฯ ผ่านฟ้า ทำให้ ครูแปรง ได้มีโอกาสติดตาม ครูทอง ช่วยงานสอนมวยไชยา ให้กับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจ พร้อมทั้งได้ร่วมกับ ครูทอง ปรับปรุงหลักสูตรการสอน มวยไชยา ให้เป็นระบบ ตามแนวคิดของ ครูทอง ที่ต้องการให้ศิลปะมวยคาดเชือก สายไชยา เป็นที่สนใจในวงกว้าง สามารถเรียนได้ทั้ง ผู้หญิง และเด็ก ในรูปของ “การบริหารร่างกาย เพื่อพาหุยุทธ์” โดยยึดหลักวิชาการ ตามแบบโบราณ ไว้อย่างเคร่งครัด</p>
<p>&#8230;พ.ศ. ๒๕๓๙ ครูทอง เสียชีวิต ทำให้การดำเนินงานด้านเผยแพร่ มวยไชยา หยุดชะงักไปชั่วคราว ครูแปรง ขณะนั้นประกอบอาชีพ ทนายความ ได้ละงานประจำ มาดำเนินกิจกรรมสืบต่อ เหตุเพราะ ครูทอง ได้เคยพูดไว้เสมอว่า “มีอยู่สองคนที่ได้วิชาจากครูมากที่สุด คือ แปรง กับ โย่ง” หรือ “ถ้าครูไม่อยู่ ใครจะเรียนมวย ให้ไปหาแปรง” ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กว่า ๒๐ ปี ครูแปรง เองก็ได้ตั้งใจพัฒนาทักษะทางร่างกาย ฝึกฝน สืบค้น ตีความ จนสามารถเข้าถึง เคล็ดวิชาในมวยไชยา ทำให้ศิษย์มวยไชยา และผู้สนใจ ต่างมุ่งมาเรียนกับ ครูแปรง เป็นหลัก</p>
<p>ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ ครูแปรง และรุ่นพี่รุ่นน้องในชมรมฯ ได้ร่วมมือกันทำงานเผยแพร่อย่างจริงจัง จึงทำให้มีผู้รู้จัก และสนใจศึกษา ศิลปะมวยไชยา มากขึ้น คณะศิษย์มวยไชยา จึงได้ประชุมร่วมกัน เพื่อก่อตั้ง “มูลนิธิมวยไทยไชยา” พร้อมดำเนินการจดทะเบียนขึ้น เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๔๖ โดยมี ครูแปรง ณปภพ ประมวญ ดำรงตำแหน่ง ประธานมูลนิธิฯ ดำเนินงานเผยแพร่ และ อนุรักษ์ศิลปะมวยไชยา และอาวุธไทย พิชัยยุทธ์ ในรูปองค์กรต่อไป.</p>
<div id="attachment_117" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://muaychaiya.com/wp-content/uploads/2009/12/Activity1.jpg" onclick="pageTracker._trackPageview('/outgoing/muaychaiya.com/wp-content/uploads/2009/12/Activity1.jpg?referer=');"><img class="size-medium wp-image-117" title="Muaychaiya Activity" src="http://muaychaiya.com/wp-content/uploads/2009/12/Activity1-300x240.jpg" alt="Muaychaiya Activity" width="300" height="240" /></a>
<p class="wp-caption-text">Muaychaiya Activity</p>
</div>
<div style='clear:both'></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.muaychaiya.com/kru-preang-master-of-muay-chaiya/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประวัติมวยไทยไชยา</title>
		<link>http://www.muaychaiya.com/what-is-muay-chaiya/</link>
		<comments>http://www.muaychaiya.com/what-is-muay-chaiya/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 15 Dec 2009 16:53:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Terapak</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[what is muay chaiya]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติ]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไชยา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://muaychaiya.com/?p=40</guid>
		<description><![CDATA[&#8230;.มวยไทยไชยา จากหลักฐานและคำบอกเล่านั้นเริ่มต้นที่ พ่อท่านมา ไม่ มีใครทราบว่าท่านมีชื่อจริงว่าอย่างไร ทราบแต่เพียงว่าท่านเป็น ครูมวยใหญ่ จากพระนคร บ้างก็ว่าท่านเป็น ขุนศึก แม่ทัพแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ชาวเมืองจึงเรียกเพียงว่า พ่อท่านมา ท่านได้เดินทางมาที่เมืองไชยา และได้ถ่ายทอดวิชาการต่อสู้ไว้ให้แก่ชาวเมือง และศิษย์ที่ทำให้ มวยเมืองไชยา เป็นที่รู้จักมากที่สุดในยุค ร.๕ คือ พระยาวจีสัตยารักษ์ (ขำ ศรียาภัย) &#8230;..ปรมาจารย์ เขตร ศรียาภัย เคยกล่าวไว้ว่า ท่าย่างสามขุม ของหลวงวิศาลดรุณกร (อั้น สาริกบุตร) อาจารย์โรงเรียนสวนกุหลาบฯ พ.ศ.๒๔๖๔ (ซึ่งเป็นศิษย์เอกของ ปรมาจารย์ พระไชยโชคชกชนะ (อ้น) เจ้ากรมทนายเลือกครูมวยและครูกระบี่กระบองผู้กระเดื่องนาม ในรัชสมัย ร. ๕) และปรมาจารย์ ขุนยี่สานสรรพยากร (ครูแสงดาบ) ครูมวยและครูกระบี่กระบอง ลือชื่อ ในสมัย ร.๖ นั้นมีความกระชับรัดกุม ตรงตามแบบท่าย่างสามขุมของ ท่านมา (หลวงพ่อ) ครูมวยแห่งเมืองไชยา ท่านนับเป็นต้นสายของมวยไชยา มรดกอันล้ำค่าของคนไทย ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="in_post_ad_top_1" style="margin: 5px;padding: 0px;"></div>
<div id="attachment_42" class="wp-caption aligncenter" style="width: 174px"><a href="http://muaychaiya.com/wp-content/uploads/2009/12/page06-15.jpg" onclick="pageTracker._trackPageview('/outgoing/muaychaiya.com/wp-content/uploads/2009/12/page06-15.jpg?referer=');"><img class="size-full wp-image-42" title="Muay Chaiya lukmai 1" src="http://muaychaiya.com/wp-content/uploads/2009/12/page06-15.jpg" alt="Muay Chaiya lukmai 1" width="164" height="202" /></a>
<p class="wp-caption-text">Muay Chaiya lukmai 1</p>
</div>
<p>&#8230;.มวยไทยไชยา จากหลักฐานและคำบอกเล่านั้นเริ่มต้นที่ พ่อท่านมา ไม่ มีใครทราบว่าท่านมีชื่อจริงว่าอย่างไร ทราบแต่เพียงว่าท่านเป็น ครูมวยใหญ่ จากพระนคร บ้างก็ว่าท่านเป็น ขุนศึก แม่ทัพแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ชาวเมืองจึงเรียกเพียงว่า พ่อท่านมา ท่านได้เดินทางมาที่เมืองไชยา และได้ถ่ายทอดวิชาการต่อสู้ไว้ให้แก่ชาวเมือง และศิษย์ที่ทำให้ มวยเมืองไชยา เป็นที่รู้จักมากที่สุดในยุค ร.๕ คือ พระยาวจีสัตยารักษ์ (ขำ ศรียาภัย)<br />
&#8230;..ปรมาจารย์ เขตร ศรียาภัย เคยกล่าวไว้ว่า ท่าย่างสามขุม ของหลวงวิศาลดรุณกร (อั้น สาริกบุตร) อาจารย์โรงเรียนสวนกุหลาบฯ พ.ศ.๒๔๖๔ (ซึ่งเป็นศิษย์เอกของ ปรมาจารย์ พระไชยโชคชกชนะ (อ้น) เจ้ากรมทนายเลือกครูมวยและครูกระบี่กระบองผู้กระเดื่องนาม ในรัชสมัย ร. ๕) และปรมาจารย์ ขุนยี่สานสรรพยากร (ครูแสงดาบ) ครูมวยและครูกระบี่กระบอง ลือชื่อ ในสมัย ร.๖ นั้นมีความกระชับรัดกุม ตรงตามแบบท่าย่างสามขุมของ ท่านมา (หลวงพ่อ) ครูมวยแห่งเมืองไชยา ท่านนับเป็นต้นสายของมวยไชยา มรดกอันล้ำค่าของคนไทย<br />
&#8230;..สมัย ร.๕ ในงานพระเมรุ กรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ ณ ท้องทุ่งพระเมรุป้อมเผด็จดัสกร กรุงเทพฯ ได้จัดให้มีการตีมวยหน้าพระที่นั่งครั้งใหญ่ เจ้าเมืองจากหัวเมือต่างๆได้จัดส่งนักมวยของตนลงแข่งขัน และได้มีนักมวยฝีมือดีอยู่ ๓ คน ที่ได้ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น &#8220;หมื่น&#8221; อันได้แก่<br />
๑. หมื่นมวยมีชื่อ (ปล่อง จำนงทอง) มวยไชยา<br />
&#8230;..ถนัดใช้ท่า เสือลากหาง เข้าทุ่มทับจับหักคู่ปรปักษ์<br />
๒. หมื่นมือแม่นหมัด (กลิ้ง ไม่ทราบนามสกุล) มวยลพบุรี<br />
&#8230;..ถนัดใช้หมัดตรง และหลบหลีก รุกรับ ว่องไว<br />
๓. หมื่นชะงัดเชิงชก (แดง ไทยประเสริฐ) มวยโคราช<br />
&#8230;..ถนัดใช้ท่า หมัดเหวี่ยงควาย ที่รุนแรง คว่ำปรปักษ์<br />
&#8230;..จน มีคำกล่าวผูกเป็นกลอนว่า &#8221; หมัดดีโคราช ฉลาดลพบุรี ท่าดีไชยา &#8221; จะเห็นได้ว่าผู้ที่เป็นนักมวยในสมัยนั้น ได้รับการยกย่องมาก เพราะบ้านเมืองสนับสนุน และเมืองที่มีมวยฝีมือดีก็จะได้รับการยกย่องให้เป็น &#8221; เมืองมวย &#8221; มวยไชยา นั้นเป็นที่นิยมแพร่หลาย ในเขตภาคใต้ตั้งแต่ ชุมพร หลังสวน ลงมาโดยมีเมืองไชยาเป็นศูนย์กลาง และยังมีครูมวยอีกหลายท่านที่มีชื่อเสียงมากมาย
<div style='clear:both'></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.muaychaiya.com/what-is-muay-chaiya/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: http://www.w3-edge.com/wordpress-plugins/

Served from: www.muaychaiya.com @ 2012-02-08 04:58:55 -->
