กลับไปยังหน้า | หน้าแรก | ณัลล์ชย วิถี | ชินศรัทธา | ไชยา ปฐมยุกต์ | พาหุยุทธ์ มวยไชยา ๑ |
พาหุยุทธ์ มวยไชยา ๒ | วิสัชณา วาที | สารคดี ศิลปาวุธ | พิชัยยุทธ์ อาวุธไทย | ไชยานุรักษ์ |



ที่ศิษย์ทุกคน ต้องรับต่อหน้าพระพุทธปฏิมากร,ปาจรีย์ และต่อหน้าครู ในวันมอบตัวเป็นศิษย์
.....๑. ข้าพเจ้า จะเคารพรัก เชื้อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งสอนของบิดามารดา ครูบาอาจารย์และผู้มีพระคุณ
.....๒. ข้าพเจ้า จะรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
.....
๓. ข้าพเจ้า จะประพฤติตนเป็นคนดี ทั้งกาย วาจา จิตใจ และอ่อนน้อมถ่อมตน
.....
๔. ข้าพเจ้า จะบำรุงกำลังกาย ให้สะอาดแข็งแรง และดำรงชีวิต ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต บริสุทธิ์
.....
๕. ข้าพเจ้า จะไม่รังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า ร่วมรักสามัคคีในหมู่พวกเดียวกัน และช่วยเหลือกันเมื่อช่วยได้
.....
๖. ข้าพเจ้า จะบำเพ็ญกรณีย์เพื่อประโยชน์ของผู้อื่น และชาติ
.....
๗. ข้าพเจ้า จะหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ อันไม่สงบ
.....
๘. ข้าพเจ้า จะดำรงค์ไว้ซึ่ง ระเบียบแบบแผน อันเป็นประเพณีแห่งมวยไชยา และอาวุธไทย พิชัยยุทธ์ ไว้อย่างเคร่งครัด

..........

.....ศิษย์ทุกคน ขอระลึกบูชาคุณ ครูผู้เป็น ครูของครู อาจาร์ของอาจารย์ ผู้สั่งสม สืบสาย ถ่ายต่อ วิชามวยไทยโบราณ สายไชยา มิให้สูญหายไปจากแผ่นดินสยาม และด้วยคุณความดีที่ท่านได้กระทำไว้นั้น บัดนี้ อนุชนรุ่นหลังทั้งหลายได้เรียนรู้ ได้ศึกษา จรรรงค์ให้คงอยู่วัฒนา ซึ่งวิทยาแห่งมวยไทยไชยา สืบต่อไป



.....มวยไทยไชยา จากหลักฐานและคำบอกเล่านั้นเริ่มต้นที่ พ่อท่านมา ไม่มีใครทราบว่าท่านมีชื่อจริงว่าอย่างไร ทราบแต่เพียงว่าท่านเป็น ครูมวยใหญ่ จากพระนคร บ้างก็ว่าท่านเป็น ขุนศึก แม่ทัพแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ชาวเมืองจึงเรียกเพียงว่า พ่อท่านมา ท่านได้เดินทางมาที่เมืองไชยา และได้ถ่ายทอดวิชาการต่อสู้ไว้ให้แก่ชาวเมือง และศิษย์ที่ทำให้ มวยเมืองไชยา เป็นที่รู้จักมากที่สุดในยุค ร.๕ คือ พระยาวจีสัตยารักษ์ (ขำ ศรียาภัย)

.....ปรมาจารย์ เขตร ศรียาภัย เคยกล่าวไว้ว่า ท่าย่างสามขุม ของหลวงวิศาลดรุณกร (อั้น สาริกบุตร) อาจารย์โรงเรียนสวนกุหลาบฯ พ.ศ.๒๔๖๔ (ซึ่งเป็นศิษย์เอกของ ปรมาจารย์ พระไชยโชคชกชนะ (อ้น) เจ้ากรมทนายเลือกครูมวยและครูกระบี่กระบองผู้กระเดื่องนาม ในรัชสมัย ร. ๕) และปรมาจารย์ ขุนยี่สานสรรพยากร (ครูแสงดาบ) ครูมวยและครูกระบี่กระบอง ลือชื่อ ในสมัย ร.๖ นั้นมีความกระชับรัดกุม ตรงตามแบบท่าย่างสามขุมของ ท่านมา (หลวงพ่อ) ครูมวยแห่งเมืองไชยา ท่านนับเป็นต้นสายของมวยไชยา มรดกอันล้ำค่าของคนไทย

  .....เมืองหน้าด่าน ในการค้าขายและการรบทางฝ่ายใต้ และยังเป็นเขตอิทธิพลของไทยนับแต่สมัยอยุธยารุ่งเรืองมาช้านาน ในเมืองไชยาจะมีการจัดตั้ง กองมวย ขึ้นหลายกอง จนถึง ยุคศาลาเก้าห้อง สนามมวยวัดพระบรมธาตุไชยาฯ จัดสร้างโดย ผู้ที่เป็นเจ้าเมืองไชยาและครูมวย คือพระยาวจีสัตยารักษ์( ขำ ศรียาภัย ) มีกองมวยสำคัญอยู่ ๔ กอง คือกองมวยพุมเรียง กองมวยบ้านเวียง กองมวยปากท่อ กองมวยบ้านทุ้ม(ทุ่ง) ในแต่ละกองจะมี นายกอง ๑ คน
.....กองมวย จะได้รับสิทธิ์พิเศษ ต่างๆเช่น ได้รับการยกเว้นภาษีรัชชูปการ จะไม่ถูกเกณฑ์แรงงาน แต่คนในกองมวยจะต้องหมั่นฝึกซ้อมมิให้ขาด เมื่อทางการเรียกให้ไปตีมวยที่ใด จะต้องพร้อมเสมอ และนักมวยจะได้รับเบี้ยเลี้ยงทุกวันที่ไปชก ตามลำดับความสำคัญ ผู้ใดที่ย่อหย่อนในการฝึกซ้อมจะถูก นายกอง คัดชื่อออกและเสียสิทธิ์ที่ได้รับไปด้วย เป็นการชี้ให้เห็นว่า การเป็น นักมวย ในสมัยนั้น นับว่ามีเกียรติและศักดิ์ สูงกว่าสามัญชน

.....สมัย ร.๕ ในงานพระเมรุ กรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ ณ ท้องทุ่งพระเมรุป้อมเผด็จดัสกร กรุงเทพฯ ได้จัดให้มีการตีมวยหน้าพระที่นั่งครั้งใหญ่ เจ้าเมืองจากหัวเมือต่างๆได้จัดส่งนักมวยของตนลงแข่งขัน และได้มีนักมวยฝีมือดีอยู่ ๓ คน ที่ได้ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น "หมื่น" อันได้แก่

๑. หมื่นมวยมีชื่อ (ปล่อง จำนงทอง) มวยไชยา
.....ถนัดใช้ท่า เสือลากหาง เข้าทุ่มทับจับหักคู่ปรปักษ์
๒. หมื่นมือแม่นหมัด (กลิ้ง ไม่ทราบนามสกุล) มวยลพบุรี
.....ถนัดใช้หมัดตรง และหลบหลีก รุกรับ ว่องไว
๓. หมื่นชะงัดเชิงชก (แดง ไทยประเสริฐ) มวยโคราช
.....ถนัดใช้ท่า หมัดเหวี่ยงควาย ที่รุนแรง คว่ำปรปักษ์

.....จนมีคำกล่าวผูกเป็นกลอนว่า " หมัดหนักโคราช ฉลาดลพบุรี ท่าดีไชยา " จะเห็นได้ว่าผู้ที่เป็นนักมวยในสมัยนั้น ได้รับการยกย่องมาก เพราะบ้านเมืองสนับสนุน และเมืองที่มีมวยฝีมือดีก็จะได้รับการยกย่องให้เป็น " เมืองมวย " มวยไชยา นั้นเป็นที่นิยมแพร่หลาย ในเขตภาคใต้ตั้งแต่ ชุมพร หลังสวน ลงมาโดยมีเมืองไชยาเป็นศูนย์กลาง และยังมีครูมวยอีกหลายท่าน
ที่มีชื่อเสียงมากมาย เราจะนำเสนอประวัติ
ดังนี้

กลับไปยังหน้า | หน้าแรก | ณัลล์ชย วิถี | ชินศรัทธา | ไชยา ปฐมยุกต์ | พาหุยุทธ์ มวยไชยา ๑ |
พาหุยุทธ์ มวยไชยา ๒ | วิสัชณา วาที | สารคดี ศิลปาวุธ | พิชัยยุทธ์ อาวุธไทย | ไชยานุรักษ์ |