.....ชมรมกายบริหาร "ชาย บุนนาค" วัดราชนันดา ถ.ราชดำเนิน กรุงเทพฯ เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ ท่านปรมาจาย์ เขตร ได้มีโอกาส เข้าฝึกและเป็นอาจารย์สอน โดยได้ขอเข้าเป็นศิษย์ของ อาจารย์ชาย บุนนาค (ผู้เป็นทั้งครูและเพื่อน) ด้วยว่าท่านปรมาจารย์เขตร ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน จึงได้หันเข้าฝึกการบริหารซึ่งปรับปรุงจาก ท่าไทเก็กและโยคะพร้อมการกำหนดลมหายใจ โดยอาจารย์ชาย เมื่อเข้าฝึกได้สักระยะ ปรมาจารย์เขตร ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น อาจารย์สอน และสอนอยู่ที่ชมรมต่อมาเป็นเวลากว่า ๑๐ ปี อีกทั้งได้จัดทำหนังสือฝึกหัดกายบริหาร พร้อมคำอธิบาย ให้ไว้เป็นอนุสรณ์อีกด้วย

หนังสือวิธีบริหารร่างกาย เพื่อสุขภาพ เล่มนี้ ปัจจุบันทาง กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดพิมพ์เผยแพร่ให้ประชาชนที่สนใจการออกกำลังกาย โดยได้เรียนเชิญ อาจารย์ศรีธร (ศรียาภัย) ตันสมบัติ ซึ่งปัจจุบันได้สืบทอด วิธีบริหารร่างกาย เพื่อสุขภาพ นี้ เผยแพร่ที่ชมรมฯ ณ วัดราชนัดดา เป็นผู้แสดงแบบ และยังได้เพิ่ม ภาคผนวก วิเคราะห์การเคลื่อนไหว โดย รองศาสตราจารย์ศิริรัตน์ หิรัญรัตน์ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล และ การฝึกลมหายใจ โดย นายแพทย์สมชาย ลี่ทองอิน จึงทำให้หนังสือ วิธีบริหารร่างกาย เพื่อสุขภาพ ของ ปรมาจารย์เขตร ศรียาภัย เล่มนี้คงคุณค่ายิ่ง เพื่อประโยชน์แก่ท่านผู้ใฝ่ศึกษา และเพื่อระลึกถึงคุณความดีอันประเสริฐ แห่งความเพียร พยายาม ความเสียสละของ ปรมาจารย์เขตร คณะผู้จัดทำจึงขอนำ วิธีบริหารร่างกาย เพื่อสุขภาพ ชุดนี้ออกเผยแพร่เพื่อสนองคุณครูบาอาจารย์สืบต่อไป

.....การวางรากฐาน กำหนดโครงร่าง เพื่อก่อให้เกิดความเป็นมวย อันมีรูปลักษณ์ สันฐาน ลีลาท่าครู ที่เป็นแบบฉบับเฉพาะตัว ถูกต้องตามหลักของวิชา ของแต่ละสาย นับว่ามีความสำคัญต่อศาสตร์แห่งวิชาการต่อสู้ป้องกันตัว เป็นอย่างยิ่ง ด้วยเหตุที่ ท่าครู ของแต่ละครู ต่างก็มี วิธีการ มีไม้เด็ด กลมวย ความรัดกุม และความคล่องตัว ตามแบบของแต่ละครู ในวิชาสายนั้น ๆ ได้ คิดประดิษฐ์ ขึ้นด้วย ปัญญา ประสบการณ์ และค่านิยม ในแต่ละถิ่นเป็นสำคัญ

.....สำหรับ มวยไทยสายไชยา แล้ว "ท่าบริหารร่างกาย เพื่อพาหุยุทธ์ "อันเป็นสมบัติที่บูรพาจารย์บัญญัติไว้สืบทอดมา นับว่ามีความหมายสำคัญยิ่ง ต่อศิษย์สายไชยาทุกคน ด้วยเหตุที่ ท่าบริหารเพื่อพาหุยุทธ์ นี้เป็นหัวใจเป็นการวางรากฐานของวิชา ซึ่งเป็นตัวกำหนดโครงร่างแห่งมวยไชยา พร้อมทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมทางร่างกาย อีกทั้งในแต่ละท่า ยังแฝงเร้นไว้ด้วยเคล็ดลับวิชา แห่งการรุกรับ ลูกไม้ กลมวยอย่างแยบคาย อีกด้วย

.....ท่าบริหารร่างกายนี้ มีอยู่หลายท่า เพื่อให้ผู้ฝึกได้เริ่มต้น พัฒนาทักษะและจัดระเบียบโครงสร้างทางร่างกาย ให้เกิดรูปแบบ ลีลาลักษณ์ ศิลปะแห่งศาสตร์พาหุยุทธ์มวยไชยา อย่างตรงตามวิชา ในที่นี้จะขอคัดมาเพียงบางท่า เท่านั้น ในโอกาสต่อไปทางคณะผู้จัดทำ จะมีการจัดทำเพิ่มเติม และอธิบายความหมาย เหตุผลในแต่ละท่าต่อไป


ปั้นหมัด - ย่อ.................

ปั้นหมัด - ยืด

พันแขน - ย่อ................

พันแขน - ยืด

พันหมัด-เตรียม................

พันหมัด

ยกย่าง1.....................

ยกย่าง2

ทัดมาลา-ซ้าย...............

ทัดมาลา-ขวา

จูบศอก-ซ้าย...............

จูบศอก-ขวา

เหวี่ยงแข้ง-เตรียม............

เหวี่ยงแข้ง

ฉัด-เตรียม.................

ฉัด

ยก.............

ย่าง

.....เมื่อผู้ฝึก เรียนรู้การบริหารร่างกายให้เป็น พาหุยุทธ์ ได้คล่องดีแล้ว จึงเริ่มวิธีฝึกอวัยวะให้เป็นอวัยวุธ ฯ ควบคู่ไปกับการฝึก พาหุยุทธ์ ดังนี้

.......................................................................................... 
หมัด - ทิ่ม - กระแทก - กระทุ้ง
  - หมัดเหวี่ยงสั้น - หมัดเหวี่ยงยาว - โขก
  - เขก - หมัดกลับ(ยาว,สั้น) - ทุบ
  - ตบ - สะบัด - ฟาด
  - ปัด - ขอด - หมัดคู่ ฯลฯ
..........................................................................................
เท้า  - เตะ - ถีบ - ฉัด
  - เหน็บ - ยัน - เหยียบ ฯลฯ
..........................................................................................
เข่า  - เข่ายิง - เข่าโดด - เข่าลด
  - เข่าลา - เข่าลอย - เข่าน้อย
  - เข่ากระต่าย ฯลฯ    
..........................................................................................
ศอก  - ทิ่ม - ปัก - ยัก
  - เสย - สับ - กลับ
  - งัด - กด - กระตุก ฯลฯ
..........................................................................................
อวัยวุธอื่นๆ ฯลฯ      
..........................................................................................

.....เคล็ดมวย นับว่ามีความสำคัญในการเชื่อม พาหุยุทธ์มวยไทยไชยาที่กว้างขวางครอบคลุมอย่างไร้ขีดขั้นจำกัด มาเป็นรหัสเคล็ดลับ ที่แฝงวิชาไว้ทั้งหมดด้วยคำไทยง่าย ๆ แต่ลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดถึงของผู้ขาดพื้นฐานพาหุยุทธ์ไชยาจะตีความได้กระจ่าง เพราะ เคล็ดยังซ่อน ด้วยเคล็ดอีกมากมายสุดแต่ปัญญาจะหยั่งถึง มวยไทยโบราณจึงนับเป็นปรัชญาและศาสตร์ที่ลูกหลานไทยควรภาคภูมิใจเป็นที่สุด ดังนี้

.......................................................................................... 
- เหยาะ ย่าง ยัก เยื้อง
..........................................................................................
- ถด ถอย เหาะ เหิร
..........................................................................................
- ล่อ หลอก หลบ หลีก
..........................................................................................
- ป้อง ปัด ปิด เปิด
..........................................................................................
- ปิดป้อง ตอบโต้ ติดตาม ซ้ำเติม
..........................................................................................
- กอด รัด ฟัด เหวี่ยง
..........................................................................................
- ล้ม ลุก คลุก คลาน
..........................................................................................
- หลอก ล่อ ล้อ เล่น
..........................................................................................
- ทุ่ม ทับ จับ หัก
..........................................................................................
- ประกบ ประกับ จับรั้ง เข้าข้างหลัง
  เตะตัด ดัดก้านคอ  
..........................................................................................
- ป้องกัน ตอบโต้ ติดตาม ซ้ำเติม
..........................................................................................
- ป้องกัน แล้ว ตอบโต้    
..........................................................................................
- ป้องกัน พร้อม ตอบโต้    
..........................................................................................
- ตอกสลัก ปักลิ่ม    
..........................................................................................
- ขัด เกี่ยว เกี้ยว กวัด
..........................................................................................
- ปีน ป่าย เหยียบ ยัน ฯลฯ
..........................................................................................

*และยังมี เต้นแร้งเต้นกา พันลำ ชิง นั่งครก ซึ่งจะพูดถึงในภายหลัง