กลับไปยังหน้า | หน้าแรก | ปาจรีย์บูชา | ชินศรัทธา | ไชยาปฐมยุกต์ | พาหุยุทธ์ มวยไชยา ๑ |
พาหุยุทธ์ มวยไชยา ๒ | วิสัชณา วาที | สารคดี ศิลปาวุธ | พิชัยยุทธ์ อาวุธไทย | ไชยานุรักษ์ |


.....ตลอดเส้นทาง แห่งชัยชนะของนักรบ นักมวย นักสู้ชาวสยาม หลายชั่วอายุคน นับเนื่องแต่มีการรวบรวมชนเผ่าไท ให้เป็นปึกแผ่น ลงหลักปักฐานแน่น บนพื้นแผ่นดิน สยาม นี้ ที่มีบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้เรียนรู้ ศึกษาและเชิดชู ถึงความมุ่งมั่น พากเพียร ความกล้าหาญ และการเสียสละของบรรพชนไทยเหล่านั้นแล้ว
.....ขอกล่าวสรรเสริญ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระนเรศวรมหาราช พระเจ้าตากสินมหาราช และพระมหากษัตริย์ไทย ทุกๆพระองค์ ตลอดจนถึงสามัญชน วีรชน วีรสตรีผู้กล้าอีกหลายท่านที่ได้เคยสร้างวีรกรรม อันยิ่งใหญ่ ทำคุณประโยชน์ ให้กับชาติ บ้านเมือง เป็นที่เคารพนับถือยิ่งต่อชนทั้งหลาย ทั้งวีระชนนิรนาม และวีระชนระบือนาม อันจะยกตัวอย่าง ได้แก่
.....สามัญชนผู้หาญกล้า นายทองดี นักมวยฟันขาวแห่งบ้านหันคา อำเภอทุ่งยั้ง เมืองพิชัย ผู้มีฝีมือ มวยและดาบ เป็นเลิศ เคยอาสาสู้ศึกปกป้องแผ่นดิน จนได้สมญาว่า พระยาพิชัยดาบหัก ทหารหาญกล้าคู่พระทัย สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี (พ.ศ. ๒๓๑๐-๒๓๑๖)
.....และนายขนมต้ม ผู้ที่ได้ใช้ วิชามวย สร้างชื่อไว้หน้าประวัติศาสตร์ของสองชาติ ผู้เป็นเสมือน “บิดาแห่งมวยไทย” ในวันที่ ๑๗ มีนาคมของทุกปีถือเป็น “วันมวยไทย” ตามตำนานการชนะปรปักษ์ของท่าน(๑๗ มีนาคม พ.ศ.๒๓๑๗)
.....หากกล่าวถึง วงการมวยไทย การชุมนุมนักมวย ครั้งสำคัญ ครั้งหนึ่งของแผ่นดินสยามนี้ คือ การแข่งขันชกมวย ณ สนามมวยสวนกุหลาบ (พ.ศ. ๒๔๖๓-๒๔๖๕) จัดขึ้นเพื่อหาเงินซื้อปืนให้กับกองเสือป่า ใน สมัยรัชกาลที่ ๖ เหตุการณ์นี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทาง การชกมวยไทยแบบอาชีพขึ้น จากกองมวยตามหัวเมือง หมู่บ้าน สู่นักมวยในจวนท่าน โดยมี สมุหเทศาภิบาล และข้าหลวงตามหัวเมืองต่างๆ เป็นผู้จัดหานักมวยที่มีฝีมือดี คัดเลือกตัวส่งเข้าสู่ การเข้าแข่งขันชกมวย ในพระมหานคร

.....นักมวยมากหน้าหลายตา ต่างชั้นต่างระดับฝีมือ ได้เดินทางรอนแรม มาจนสุดเส้นทางสายการต่อสู้ มีทั้งผู้ชนะและผู้พ่ายแพ้ บ้างก็ปักหลักอยู่ในเมืองหลวงรับราชการ บ้างก็กลับบ้านเดิมทำไร่ไถ่นา ในบรรดานักมวยที่เข้ามาแสวงโชคและชื่อเสียง ในครั้งครานั้น ต่างได้แสดงรูปลักษณ์ลีลา ความสามารถในเชิงมวย ซึ่งเป็นแบบฉบับ เฉพาะหมู่ เฉพาะภาค ของตนออกมา ให้เป็นที่ประจักษ์ใน พาหุยุทธ์วิทยา อันบ่งบอกความเป็นชาติไท เลือดนักสู้ ผู้มีศิลปะการต่อสู้ประจำชาติตน คือ “มวย”

.....และนักมวยผู้ที่สร้างชัยชนะให้กลายเป็นตำนาน ผู้เปลี่ยนเส้นทางวงการมวยคาดเชือก ให้พลิกผันไปตลอดกาล คือ นายแพ เลี้ยงประเสริฐ หนึ่งในนักมวย ๕ ใบเถา จากบ้านท่าเสา เมืองอุตรดิตถ์ ผู้ที่ชก นายเจีย แขกเขมร (เจีย พระตะบอง) มวยฝีมือดีจากแถบชายแดนตะวันออก ด้วยสืบทิ่มหมัดหงาย เข้าที่ลูกกระเดือกในท่า หนุมานถวายแหวน อันลือลั่น จนนายเจียถึงกับหมดสติ และสิ้นใจในเวลาต่อมา เป็นเหตุการณ์สำคัญ ยุค สนามมวยหลักเมือง (ร.๗ พ.ศ. ๒๔๖๘) ภายใต้กฏกติกาการชกมวยคาดเชือก ด้วยมีมาตราหนึ่งใน พระธรรมนูญลักษณะเบ็ดเสร็จบัญญติ ไว้ว่า

.......................

.....อันเป็นมูลเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง กฏกติกา ตลอดจนมีการบังคับให้สวมนวมแบบสากล และสวมถุงเท้า ในการชกต่อยมวยไทย อันเป็นผลให้วิทยาการ มวยคาดเชือกอย่างโบราณสมัย ต้องย่อหย่อนเสื่อมถอย ความเป็นศิลปศาสตร์ลง อย่างน่าเสียดาย

.....มวย “ไท” มีมาแต่ใด? คำถามที่หาคำตอบได้ยากที่สุด แต่ ก็ไม่เกินเลย สติ ปัญญา ของ ครูบาอาจารย์ผู้เฒ่า ท่านได้เฉลย คำถามที่ยากที่สุด ด้วยคำตอบที่ง่ายที่สุด ว่า.... “มวยไท ก็มีมา ตั้งแต่มี คนไท ไงละ” เป็นคำตอบแบบ กำปั้นทุบดิน ที่ตรงและคม สมเป็นครูมวย

.....ซึ่งหากนับย้อน ประวัติศาสตร์การสร้างชาติ รวมเผ่าชาวสยาม อันมีความหมายรวมถึง กลุ่มคนที่อาศัย อยู่ในภูมิภาคนี้ โดยมิได้ระบุเรื่อง เชื้อชาติ หากแต่มุ่งกล่าวถึง ระบบสังคม, การเมือง, ศาสนา, วัฒนธรรม, อักษร ภาษา และรูปแบบการต่อสู้ “มวย” โดยมีอารยะธรรมหลักที่มีอิทธิพล คือ อินเดียตอนใต้ ด้วยเหตุปัจจัยเหล่านี้ ที่หลอมรวมกันของ ชนเผ่าต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เกิดเป็น สัญชาติเดียวแต่หลากหลาย เชื้อชาติและเรียกตนเอง โดยรวมว่า "ชาวสยาม"

.....จากเส้นทางประวัติศาสตร์ คงพอจะมองย้อนไปได้ถึง กลุ่มแคว้นใหญ่ หลายแคว้นที่กระจัดกระจายตัวกันอยู่ บนผืนแผ่นดินที่ราบลุ่มแม่น้ำสายสำคัญ ตลอดแนวจากเหนือถึงใต้ ของ ประเทศไทย ในปัจจุบัน สร้างสังคม ประสมประสาน ผ่านศึกรบ ร่วมสงครามกัน ผลัดเปลี่ยนอำนาจ สร้างบ้านแปลงเมืองขึ้นโดยแบ่งได้เป็น ๒ กลุ่มคือ

.....๑. กลุ่มแคว้นเก่า ได้แก่ ตามพรลิงค์ หรือนครศรีธรรมราช, นครชัยศรี-สุวรรณภูมิ, ละโว้-อโยธยาศรีรามเทพนคร(อยุธยา), และหริภุญชัย

.....๒. กลุ่มแคว้นใหม่ ได้แก่ โยนก, สุโขทัย, แพร่, น่าน, และล้านช้าง ฯลฯ

.....ที่ยกมากล่าวข้างต้นนี้ นับว่าพอเพียงแก่การสืบค้นว่า ชาวสยาม หมายรวมถึง คนไท มีมาแต่เมื่อไหร่ อยู่ที่นี้ หรือมาจากที่ไหน? พัฒนาการต่อสู้ของตนมาอย่างไร คงต้องให้เป็นหน้าที่ของนักประวัติศาสตร์ที่จะ ถกหาคำตอบ ให้กับคำถามนี้ต่อไป...

........


.....ลุล่วงสู่ รัชสมัยกรุงธนบุรี ต่อเนื่องถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ตอนต้น ชนชาวสยาม เป็นปึกแผ่น รวมเขตแดน รวมแผ่นดินได้มากแล้ว แต่ยังไม่ว่างเว้น จากศึกสงครามใหญ่น้อย ภัยรอบบ้าน เรื่องการฝึกปรือ กลมวย เพลงดาบ จึงนับได้ว่าเป็นศิลปะประจำชาติที่สำคัญ ซึ่งคนไทยโดยทั่วไป ใส่ใจ และให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว จึงได้เกิด สำนักมวย สำนักดาบ ขึ้น แม้แต่ในพระมหาราชวัง ก็ยังมีการเรียนการสอน กระบี่กระบอง วิชามวย และพิชัยสงคราม อันเป็นหลักสูตรสำคัญ

.....โดยเฉพาะมวยไทย ที่มีรูปแบบการใช้อวัยวะเป็นอาวุธ ทั้ง หมัด เท้า เข่า ศอก คล้ายคลึงกันทั่วประเทศ แต่ถึงกระนั้น ด้วยความเป็นชนชาติอิสระ และมีภูมิปัญญา วิชามวย ก็ได้แตกแขนง แบ่งกลุ่ม แบ่งภาค กันออกไปอย่างเด่นชัด ทั้งท่ารำร่ายไหว้ครู รูปแบบลีลาท่าย่าง ท่าครู แม่ไม้ ลูกไม้ อีกทั้งความชำนาญเรื่อง การจัก สาน ร้อย ทำให้การคาดเชือก ถักหมัด มีรูปแบบเฉพาะตัวอีกมากมาย โดยหลักใหญ่แบ่งได้ตามภูมิภาค คือ

.....ภาคเหนือ มวยท่าเสา มวยเม็งราย มวยเจิง ฯลฯ มวยท่าเสา เป็นมวยเชิงเตะ คล่องแคล่ว ว่องไว ทั้งซ้ายขวา จนได้ฉายา มวยตีนลิง คาดเชือกประมาณครึ่งแขน

.....ภาคอีสาน มวยโคราช มวยหลุม ฯลฯ มวยโคราช ลักษณะการ เตะ ต่อย เป็นวงกว้าง นิยม คาดเชือก ขมวดรอบแขนจนจรดข้อศอก เพื่อใช้รับการเตะ ที่หนักหน่วงรุนแรง

.....ภาคกลาง มวยลพบุรี มวยพระนคร ฯลฯ มวยลพบุรี ลักษณะการชก ต่อย วงใน เข้าออกรวดเร็ว เน้นหมัดตรง การคาดเชือก จึงคาดเพียงประมาณครึ่งแขน

.....ภาคใต้ มวยไชยา ฯลฯ มวยไชยา ลักษณะการรุก-รับ รัดกุม ถนัดการใช้ศอกในระยะประชิดตัว การคาดเชือกจึงนิยมคาดเพียง คลุมรอบข้อมือ เพื่อกันการซ้น หรือเคล็ด เท่านั้น


.....มูลนิธิมวยไทยไชยา เป็นเพียงส่วนหนึ่งแห่งความพยายามที่จะ อนุรักษ์ เอกลักษณ์ มวยไทยคาดเชือก แบบโบราณ สายไชยา ที่มีความเป็นศิลปศาสตร์วิทยาการ อันได้รับการสั่งสม สืบสาย ถ่ายทอดมาแต่เดิม จากครูอาจารย์ผู้มีคุณวุฒิ โดยคงความเป็น พาหุยุทธ์ศิลป์ ใน ฉุปศาสตร์ เอาไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อส่งต่อมรดกทางการต่อสู้ อันเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย ในอีกสายวิชาหนึ่ง ที่ยังคงเหลืออยู่

.....หนทางแห่งชัยชนะของนักมวยคาดเชือก ในความพยายามที่จะรักษาศาสตร์แห่งวิชามวยโบราณเอาไว้นั้น เลือนลางลงทุกที นับแต่มีการประกาศเลิกคาดเชือก (๒๔๖๘) จวบจนปัจจุบันสมัย (๒๕๔๗) ด้วยระยะเวลาไม่ถึง ๘๐ปี นับแค่เพียงชั่วหนึ่งอายุคนเท่านั้น มูลนิธิมวยไทยไชยา เพียงหวังว่าคงจะยังไม่สายเกินไป ที่จะนำ พาหุยุทธ์วิทยา นี้ให้กลับมา เพื่อคนไทยทั้งชาติได้รู้จัก ได้ศึกษา สืบค้น ด้นไปถึงรากเหง้าความเป็นมาแห่งภูมิปัญญาบรรพชน ดั่งที่ท่านปรมาจารย์เขตร ศรียาภัย และครูทอง เชี้อไชยา (ทองหล่อ ยาและ) ได้มุ่งมั่น เพียรพยายามที่จะทำให้ แม่ไม้ ลูกไม้ กลมวย อันเป็นศิลปศาสตร์การต่อสู้ สายมวยไทยไชยา ยังยืนยงคงอยู่ อวดภูมิรู้ คู่ผืนแผ่นดินสยามประเทศ สืบต่อไป.

กลับไปยังหน้า | หน้าแรก | ปาจรีย์บูชา | ชินศรัทธา | ไชยาปฐมยุกต์ | พาหุยุทธ์ มวยไชยา ๑ |
พาหุยุทธ์ มวยไชยา ๒ | วิสัชณา วาที | สารคดี ศิลปาวุธ | พิชัยยุทธ์ อาวุธไทย | ไชยานุรักษ์ |