![]() กลับไปยังหน้า | หน้าแรก | ณัลล์ชย วิถี | ปาจรีย์บูชา | ชินศรัทธา | พาหุยุทธ์ มวยไชยา ๑ | พาหุยุทธ์ มวยไชยา ๒ | วิสัชณา วาที | สารคดี ศิลปาวุธ | พิชัยยุทธ์ อาวุธไทย | ไชยานุรักษ์ | |
|
![]() |
.....ท่าครูมวยไชยา
ซึ่งถือได้ว่าเป็น แม่ไม้ สำคัญ อันนับได้ว่าเป็นท่าอมตะนั้น
มีชื่อว่า "ท่าย่างสามขุมคลุมแดนยักษ์"
ที่นอกจากจะมีความกระชับ รัดกุม ทะมัดทะแมง แล้วยังมีเรื่องเล่าเปรียบเทียบที่มาของชื่อท่า
โดยอิงจากคติความเชื่อเรื่องเทพของฮินดู ดังจะขอยกเอาข้อเขียนของ ปรมาจารย์เขตร
ศรียาภัย ที่ท่านได้เคยกล่าวไว้ดีแล้ว เพื่อเป็นความรู้แก่อนุชนผู้สนใจ ใฝ่รู้
ดังนี้ ....."...ครั้งนั้นพระอิศวรเป็นเจ้าประทับเกษมพระสำราญอยู่กับพระอุมาในแดนสวรรค์ (ตามคติของลัทธิฮินดูหรือไสยศาสตร์หมายความว่าแดนแห่งความสว่างรุ่งเรือง) พรั่งพร้อมด้วยเทพยดาและสาวสวรรค์ฟ้อนรำบำเรอถวาย โดยมีคนธรรพ |
| (ในไตรภูมิพระร่วงกล่าวว่ารูปร่างครึ่งคนครึ่งเทวดา)
ขับกล่อมมโหรีปี่พาทย์ระคนเสียงปี่๖๐,๐๐๐เลา (คงดังเหมือนฟ้าร้อง) เมื่อเวลางานรื่นเริงของชาวสวรรค์ยุติลง
อมรใหญ่น้อยทั้งปวงเตรียมแยกย้ายกันกลับวิมานแห่งตน พระผู้เป็นเจ้าทรงชายพระเนตรเห็นอสูรตาตะวันหมอบเฝ้าอยู่แทบฐานพิมานเมฆ
ก็ทรงพอพระทัย (ชอบประจบ?) ในความจงรักภัคดี จึงตรัสปราศรัยด้วยถ้อยมธุรส
ฝ่ายพญายักษ์เลยลำพองใจเห็นได้ท่าก้มหัวลงกราบทูล ขอประทาน ที่ดินเป็นกรรมสิทธ์
กว้างยาวโดยคณา ๓๐๐ โยชน์ (เท่ากับ๑๐๐ ตารางไมล์) พร้อมด้วยพรว่า สัตว์ต่าง
ๆ ไม่ว่า จะเป็นเดรัจฉาน มนุษย์ เทวดา นาคา กุมภัณฑ์ หรืออสูรใดๆ หากบุกรุกเข้าไปในดินแดนแห่งกรรมสิทธิ์ของตนแล้ว
ไซร้ ขอจับกินเป็นอาหารได้ตามอำเภอใจ พระอิศวร (แก่ให้พร แต่เรียกคืนไม่ได้)
ก็จำต้องประทานพรและที่ดิน ให้แก่ยักษ์ตามขอ .....เมื่อท้าวตาตะวันได้สิ่งพึงประสงค์ง่ายดายสมใจก็กลับคืนสู่ที่อยู่ ข้างเขาพระสิเนรุราชบรรพต (เทือกป่าหิมพานต์ ซึ่งเป็นป่าหนาวจัดแถบเหนือของอินเดีย) มีความปลาบปลื้มลืมตัว เมามัวอำนาจคาดคิดจะล้มฟ้า กำเริบอยากกิน สัตว์แปลกๆ เป็นอาหารตามสันดานเลว ตั้งพิธีเพิ่มตบะร่ายมนต์วิเศษขึ้น ( คงเป็นบทที่พระสังข์ทอง เรียกเนื้อเรียกปลา? ) ด้วยแรงฤทธิ์รากษสร้าย แรงฤทธิ์วิศวมนต์ |
|
![]() |
เทวดามนุษย์และสัตว์โลกน้อยใหญ่หลากหลายที่ต้องมนต์พากันหลงใหลล่วงล้ำเข้าไปใน แดนมฤตยู โดยมิได้ตั้งใจ ท้าวตาตะวันเห็นดังนั้นดีใจจนน้ำลายไหลไล่จับกิน ได้สัตว์กินสัตว์ ได้มนุษย์กินมนุษย์ ตลอดจนเทวดานางฟ้าและคนธรรพ ต่างถูกกิน คราวละมากๆไม่เว้นแต่ละวัน ร้อนถึงพวกที่ยังไม่ถูกกินต่างพากันหวั่นเกรง นั่งนอนสะดุ้ง ประสาทเสื่อมไปตามๆกัน (ยิ่งกว่าสูดควันท่อไอเสีย) จึงปรึกษาหารือ ตกลงชวนกันขึ้นเฝ้าพระอิศวร (พิเคราะห์ดูแล้ว ไม่น่าแปลกที่มีการเดินขบวนร้องทุกข์ ต่อผู้อำนวยการปราบปรามผู้เป็นภัยต่อสังคม) บรรยายทุกข์ร้อนให้พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบ .....พระอิศวรได้ฟังก็ทรงพระพิโรธ รับสั่งให้เทพบุตรไปตามพระนารายณ์ ซึ่งประทับบรรทมอยู่ ณ เกษียรสมุทร ให้รีบปราบยักษ์เพื่อกำจัดยุคเข็ญโดยด่วน |
.....ทันใดนั้นอสูรตาตะวันผู้ก่อความมืดมน
(ความชั่ว) แก่โลก ก็ตวาดด้วยเสียงอันดังดุจฟ้าร้องว่า อ้ายหนุ่มเดนตาย
มึงทะลึ่งเซ่อซ่าเข้ามาทำไม ไม่กลัวยักษ์จับกินหรือ |
|
![]() |
.....พราหมณ์แสร้งทำ
(ลูกไม้) เป็นกลัว ตอบคำตะคอกของยักษ์ด้วยสำเนียงสั่นเครือว่า ท่านผู้ยิ่งใหญ่ไม่มีใครเทียบเท่า
ข้าน้อยเดินหาที่ดินเพื่อประกอบพิธีตามตำรับพระเวทแห่งวิสัยพราหมณ์ สัก ๓
ก้าว (เล่ห์เหลี่ยม) ไม่ได้คำแหงหาญบุกรุกรบกวน ขอท่านอสูรได้โปรดเมตตาข้าด้วย
เมื่อข้าประกอบพิธีเสร็จแล้ว แม้จะต้องตายก็ไม่เสียดายชีวิต เพราะขึ้นชื่อว่าได้ประพฤติสมบรูณ์แบบที่ได้กำเนิดเกิดมาในตระกูลพราหมณ์แล้ว .....ท้าวตาตะวันไม่รู้กล (ไม้มวยไทย) ทะนงตนตอบว่า กูได้ที่ดินแห่งนี้มาจากพระอิศวร ถ้ามึงอยากได้เพียงใช้ประกอบพิธีกูก็จะยอมให้เท่าที่มึงต้องการโดยไม่คิดอะไรทั้งหมด |
.....พราหมณ์แปลง
แกล้งทำเป็นสงสัย ถามอีกครั้งว่า ท่านผู้เป็นใหญ่ (เหมือนคนไทยถูกยกย่องในครั้งแรก)
ท่านกรุณาให้แล้ว จะกลับเอาคืนหรือไม่
|
|
.....การตั้งท่า ปัจจุบันเรียก " การจดมวย " หรือ " จดหมัด " มี ๓ ขั้นตอน ดังนี้
.....๑.
ท่าเข้าที่ ยืนตัวตรงเท้าชิด แขนแนบลำตัว
.....ในท่าจดมวย
ให้ยกเข่าซ้ายขึ้น ให้เข่าใกล้ปลายศอกซ้ายมากเท่าที่จะทำได้ น่องแนบใต้โคนขา
ปลายโต่ง (ปลายเท้า) เชิดขึ้น
|
|
..............................................................![]() |
|
..............................................................![]() |
|
...............................................![]() |
|
......................................![]() |
|
.....................................![]() |
|
.....ปรมาจารย์
เขตร์ ศรียาภัย เมื่อเดินย่างท่าครูนั้นจะสั่นศีรษะอยู่ตลอดเวลา
พร้อมกับใช้ปลายเท้าเขี่ยพื้นอยู่ไปมา ดูน่าเกรงขามยิ่ง
.....ท่ากราบเบญจางคประดิษฐ์ กราบโดยให้อวัยวะทั้ง๕ มี เข่า๒ มือ๒ และหน้าผาก๑ จรดลงกับพื้น ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ระลึกถึงคุณครูผู้ถ่ายทอดวิทยาการ เพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้มีสติ สงบ เยือกเย็น ก่อนเข้าต่อสู้กับปรปักษ์ |
|
.....................................![]() |
|
.....................................![]() |
|
.....เริ่มการไหว้ครูด้วยการ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก(อันถือเป็นทิศครูตามคติความเชื่อมาแต่โบราณ) หรือทิศที่เป็นมงคลสำหรับตน แล้วจึงนั่งยองๆยกมือขึ้นพนมจรดหน้าผาก ศอกต่อเข่า นั่งตัวตรง สวดมนต์ร่ายวิทยาคม ตามที่ได้ร่ำเรียนมา เสร็จแล้วกราบ ๓ ครั้ง
.... เมื่อนักมวย
ไหว้ครูเสร็จแล้ว ก็จะลุกขึ้นยืนแยกเท้าห่างกันพอประมาณ แขนแนบลำตัว สำรวมจิต |
|
![]() |
แล้วจึงยกหัวแม่มือขวาปิดจมูกขวา
หายใจเข้าออกสัก ๒-๓ ครั้ง จากนั้นทำสลับด้านซ้าย ดูว่าลมหายใจ ข้างที่กำหนดนั้น
ไหลเวียนคล่องดีหรือไม่ ..... หากลมหายใจติดขัด ไม่คล่องตัว โบราณท่านห้ามมิให้ออกกระทำการใดๆ ให้บริกรรมคาถา จนกว่าลมหายใจข้างนั้นจะไหลเวียนคล่อง จนสงบ เกิดสมาธิ ..... เมื่อลมหายใจไหลเวียนคล่องไม่ติดขัด เป็นสมาธิดีแล้ว ก็ให้กระทืบเท้าข้างนั้น เพื่อขึ้น ท่าครู ตามวิธีการไหว้ครู ต่อไป ( ดู *การตรวจลม ใน ชินศรัทธา ) |
.....๑. เมื่อขึ้นท่าครูแล้วนักมวยก็จะเดินย่างสามขุม ยักเยื้อง ด้วยลีลา เนิบช้า ระแวดระวัง (เดินย่างไปหน้าตลอด และกลับตัว ห้ามย่างถอยหลัง) เพื่อสำรวจพื้นที่ ดูแสง ดูชัยภูมิ (ทิศที่จะได้เปรียบ) ในบริเวณที่จะทำการต่อสู้ พร้อมกับสักเกตดูท่ารำท่าไม้มวยของปรปักษ์ ไปด้วย เพื่อดูช่องว่าง หาจุดอ่อน อีกทั้งความถนัดในการใช้ อวัยวุธ ของคู่ต่อสู้อันเป็นการประเมินสถานการณ์ไว้เบื้องต้นชั้นหนึ่งก่อน .....๒.
"ท่าเสือลากหาง" ท่านี้เป็นการเข้าสะกดข่มขวัญ
ปรปักษ์ ด้วยอาการอย่างเสือหมอบค่อย ๆ เข้าหาเหยื่อ อย่างระมัดระวัง พร้อมยกมือขึ้นป้องหน้าแสดงอาการสำรวจคู่ต่อสู้ตลอดทั้งตัว
|
|
กลับไปยังหน้า
| หน้าแรก | ณัลล์ชย
วิถี | ปาจรีย์บูชา | ชินศรัทธา
| พาหุยุทธ์ มวยไชยา ๑ | พาหุยุทธ์ มวยไชยา ๒ | วิสัชณา วาที | สารคดี ศิลปาวุธ | พิชัยยุทธ์ อาวุธไทย | ไชยานุรักษ์ | ![]() |
|