<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MUAYCHAIYA.COM &#187; ครูบาอาจารย์</title>
	<atom:link href="http://www.muaychaiya.com/category/master/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.muaychaiya.com</link>
	<description>MUAY THAI CHAIYA SIAMYUTH CENTER</description>
	<lastBuildDate>Thu, 02 Feb 2012 15:45:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.1.2</generator>
		<item>
		<title>ครูทอง เชื้อไชยา</title>
		<link>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 14 Jun 2011 15:41:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Terapak</dc:creator>
				<category><![CDATA[ครูบาอาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[ครูทอง เชื้อไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[ครูมวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[ทองหล่อ ยาและ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.muaychaiya.com/?p=563</guid>
		<description><![CDATA[ครูทอง เชื้อไชยา (ทองหล่อ ยาและ) ท่านเกิดเมื่อ ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๗๒ ที่โรงพยาบาล ศิริราช กรุงเทพฯ เมื่อเรียน อยู่ชั้น ป.๖ โรงเรียนวัฒนศิลป์ ประตูน้ำ เริ่มเรียนมวยสากลกับครูประสิทธิ์ นักมวยสากลจากกรมพละ ช่วงอายุ ๑๓-๑๔ ปี ครูได้ออกหาค่ายมวยไทยที่จะเรียน อย่างจริงจัง ครูไปดูอยู่หลายที่ แต่ก็ไม่ถูกใจเพราะแต่ละค่ายนั้น เวลาซ้อมนักมวย จะเจ็บตัวกันมาก ไม่มีการป้องกันตัวเลย ครูจึงได้ไปหัดเรียนมวยไทยกับ ป๊ะลาม ญาติของแม่ แถวซอยกิ่งเพชร มีครูฉันท์ สมิตเวชกับครูชาย สิทธิผล สอน ด้วยว่า เป็นคนร่างเล็ก ผอมบาง จึงถูกเพื่อนๆรังแกอยู่เป็นประจำแต่ก็เรียนอยู่ได้ไม่นาน เพราะถูกเด็กโตกว่ากลั่นแกล้ง หลังจากจบภาคการศึกษา และได้ผ่านชีวิตบู๊ โลดโผน อย่างลูกผู้ชายในยุคนั้นครูทองได้มาทำงานที่ การรถไฟ มักกะสันได้รู้จักกับเพื่อน ของคุณพ่อ ชื่ออาจารย์สามเศียร ได้พูดคุยเรื่องมวยและพาไปพบกับ อาจารย์เขตร ที่บ้าน ครูจึงเริ่มเรียนมวยไชยา ขั้นพื้นฐาน ตามลำดับ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="in_post_ad_top_1" style="margin: 5px;padding: 0px;"></div>
<h1 style="text-align: center;"><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/06/ครูทอง-เชื้อไชยา.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-564" title="ครูทอง เชื้อไชยา" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/06/ครูทอง-เชื้อไชยา-212x300.jpg" alt="ครูทอง เชื้อไชยา" width="212" height="300" /></a></h1>
<h1 style="text-align: center;">ครูทอง เชื้อไชยา (ทองหล่อ ยาและ)</h1>
<p>ท่านเกิดเมื่อ ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๗๒ ที่โรงพยาบาล ศิริราช กรุงเทพฯ เมื่อเรียน อยู่ชั้น ป.๖ โรงเรียนวัฒนศิลป์ ประตูน้ำ เริ่มเรียนมวยสากลกับครูประสิทธิ์ นักมวยสากลจากกรมพละ ช่วงอายุ ๑๓-๑๔ ปี ครูได้ออกหาค่ายมวยไทยที่จะเรียน อย่างจริงจัง ครูไปดูอยู่หลายที่ แต่ก็ไม่ถูกใจเพราะแต่ละค่ายนั้น เวลาซ้อมนักมวย จะเจ็บตัวกันมาก ไม่มีการป้องกันตัวเลย ครูจึงได้ไปหัดเรียนมวยไทยกับ ป๊ะลาม ญาติของแม่ แถวซอยกิ่งเพชร มีครูฉันท์ สมิตเวชกับครูชาย สิทธิผล สอน ด้วยว่า เป็นคนร่างเล็ก ผอมบาง จึงถูกเพื่อนๆรังแกอยู่เป็นประจำแต่ก็เรียนอยู่ได้ไม่นาน เพราะถูกเด็กโตกว่ากลั่นแกล้ง หลังจากจบภาคการศึกษา และได้ผ่านชีวิตบู๊ โลดโผน อย่างลูกผู้ชายในยุคนั้นครูทองได้มาทำงานที่ การรถไฟ มักกะสันได้รู้จักกับเพื่อน ของคุณพ่อ ชื่ออาจารย์สามเศียร ได้พูดคุยเรื่องมวยและพาไปพบกับ อาจารย์เขตร ที่บ้าน ครูจึงเริ่มเรียนมวยไชยา ขั้นพื้นฐาน ตามลำดับ เรียนอยู่หลายเดือน จึงคิดจะ ขึ้นชกเวทีเหมือนอย่างรุ่นพี่บ้าง</p>
<p>ช่วงนั้น ครูทองอายุประมาณ ๑๖ ปี จึงไปขออนุญาต อาจารย์เขตร อาจารย์ท่านก็ดูฝีไม้ลายมือว่าใช้ได้ จึงบอกครูให้ฟิตให้ดีแล้วจะพา ไปชก แต่ครูทองท่านได้แอบไปชกมวยเวที ตามต่างจังหวัดรอบๆกรุงเทพฯ ชนะมากกว่าแพ้ และได้ชกชนะมวยดัง ฉายาเสือร้ายแปดริ้ว ที่ฉะเชิงเทรา จนเป็นข่าวรู้ถึงอาจารย์เขตร นับแต่นั้นครูทอง จึงได้ชกใน กรุงเทพฯ โดยอาจารย์เขตร จะพาไปเอง ครูทองชกครั้งแรกที่เวที ราชดำเนินกับสมชาย พระขรรค์ชัย ครูทองแพ้ด้วยความตื่นเวทีใหญ่ เมื่อครูทองติดต่อขอแก้มือแต่ฝ่ายสมชาย ไม่ขอแก้มือด้วย มาเลิก ชกมวยเมื่ออายุ ๒๔ ปี เมื่อคุณย่าท่านป่วยหนักและได้ขอร้องให้ครูเลิกชกมวยเวที ครูทอง ก็ให้สัจจะ แต่ขอคุณย่าไว้ว่าจะเลิกต่อยแต่ไม่เลิกหัด คุณย่าท่านก็อนุญาต ครูทอง ได้เรียนมวยกับอาจารย์เขตร อยู่อีกหลายปี จนอาจารย์เขตร ออกปากว่า จะพาไปเรียนกับอาจารย์ใหญ่</p>
<p>อาจารย์เขตร จึงฝากครูทอง ให้ไปเรียนวิชาต่อกับอาจารย์ กิมเส็ง ครูทองท่านสนใจเรียนมวยมาก เมื่ออาจารย์ กิมเส็ง ให้ถือดาบไม้และให้ลองเล่นกับท่านดูโดยบอกว่า ก็เล่นเหมือนกับเล่นมวย นั้นแหละ ลองอยู่สักพัก อาจารย์กิมเส็ง ท่านก็บอกว่า ใช้ได้นี่ ด้วยเหตุนี้ ครูทอง จึงไม่ได้เรียนดาบกับอาจารย์กิมเส็ง ซึ่งครูมักพูดว่าเสียดายอยู่เสมอๆ (แต่ครูทองก็มีความรู้เรื่อง การฟันดาบอยู่ไม่น้อย) เรียนอยู่สัก ๓ ปี อาจารย์กิมเส็ง ท่านก็สิ้น</p>
<p>ครูทองได้มาช่วยเพื่อนชื่อไหว สอนมวยอยู่ราชบูรณะ และเริ่มสอนมวยอย่างจริงจัง เมื่อย้ายบ้านมาอยู่ที่ ย่านบางนา มีทหารเรือมาฝึกกับท่านจำนวนมาก ครูทองจึงได้ไป ขออนุญาต อาจารย์เขตร ว่าจะสอน ครั้นพูดจบอาจารย์เขตร ท่านก็เหวี่ยงแข้งเตะมาที่ครูทองทันที ครูทองก็รับปิดป้อง ว่องไว ตามที่ได้เรียนมา อาจารย์เขตร จึงว่า อย่างนี้สอนได้ และได้ให้ครูทองมาเรียนวิชาครูเพิ่มเติม</p>
<p>ครูทอง ท่านใช้ ชื่อค่ายมวยว่า &#8220;ค่ายศรีสกุล&#8221; ต่อมาใช้ &#8220;ค่ายสิงห์ทองคำ&#8221; แต่ซ้ำกับค่ายอื่น ท่านจึงไปกราบขอชื่อ ค่ายมวยจากอาจารย์เขตร ซึ่งก็ได้รับความกรุณาโดยอาจารย์ได้ตั้งชื่อให้ว่า &#8221; ค่ายไชยารัตน์ &#8220;ด้วยเหตุว่าครั้งเรียน วิชามวยไชยากับ อาจารย์เขตร ศิษย์ทุกคนจะใช้สกุลในการขึ้นชกมวยว่า &#8221; เชื้อไชยา &#8221; ครูทอง มีลูกศิษย์ หลายรุ่น แต่ละรุ่นท่านก็สอนไม่เหมือนกัน บางคนจะชกมวยสากล บางคนจะชกมวยไทยเวที ท่านจะสอนแตกต่างกัน ตามโอกาส</p>
<p>จนเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๖ ครูทอง ท่านได้ไปเผยแพร่มวยไทยคาดเชือกที่ ธนาคารกรุงเทพ สาขาสะพานผ่านฟ้า และได้พบกับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ชมรมต่อสู้ป้องกันตัว อาวุธไทย ได้ขอท่านเรียนมวย แรกๆก็ไปเรียนที่บ้านครู แต่ระยะหลังจึงได้เชิญ ครูทองท่านมาสอนที่มหาวิทยาลัย และครูได้เริ่มสอนแบบโบราณ คาดเชือกด้วยเห็นว่า ท่าย่างสามขุมของดาบ นั้นเป็นแนวเดียวกับการเดินย่างของมวยคาดเชือก จนถึง พ.ศ.๒๕๒๗ นักศึกษาจุฬา ( เคยฝึกอาวุธไทยที่ รามฯ )ได้เชิญครูท่านไปเป็น อาจารย์พิเศษที่จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย</p>
<p>ครูทอง จึงได้ถ่ายทอด ศิลปะมวยคาดเชือก สายไชยา ในสองสถาบัน จนพ.ศ.๒๕๓๗ จึงหยุดด้วยโรคประจำตัว ครูทองหล่อ ยาและ ป่วยด้วยโรคมะเร็งปอด และถึงแก่กรรมด้วยวัยเพียง ๖๗ ปี ในเวลาเช้า ๘.๔๕ น. ของวันที่ ๑๙ กันยายนพ.ศ. ๒๕๓๙
<div style='clear:both'></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปรมาจารย์มวยไชยา เขตร ศรียาภัย</title>
		<link>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 14 Jun 2011 15:30:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Terapak</dc:creator>
				<category><![CDATA[ครูบาอาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[grand master]]></category>
		<category><![CDATA[muay chaiya]]></category>
		<category><![CDATA[muay thai chaiya]]></category>
		<category><![CDATA[ครูมวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[ปรมาจารย์มวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[เขตร ศรียาภัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.muaychaiya.com/?p=559</guid>
		<description><![CDATA[ปรมาจารย์มวยไชยา เขตร ศรียาภัย ปรมาจารย์ เขตร ศรียาภัย สืบตระกูลมาจากนักรบโดยลำดับดังนี้ พระยาชุมพร (ซุ่ย ซุ่ยยัง) ตาทวด (พ่อของย่า) เป็นแม่ทัพไทยตีเมืองมะริดและเมืองตะนาวศรีมาขึ้นประเทศไทย ปลายรัชกาลที่ ๒ พ.ศ.๒๓๖๗ มีลูกเขยชื่อปานซึ่งได้เป็นที่พระศรีราชสงคราม พระศรีราชสงคราม (ปาน ) ปลัดเมืองไชยา (เป็นปู่) มีลูกชายชื่อขำ ถวายตัวเป็นมหาดเล็กในรัชกาลที่ ๔ รับใช้ สอยในสำนักสมเด็จเจ้าาพระยาศรีสุริยวงศ์ ที่สมุหพระกลาโหมและได้รับพระราชทานสัญญาบัตร เป็นหลวงสารานุชิต ผู้ช่วยราชการเมืองไชยาเมื่ออายุ ๒๕ ปี หลวงสารานุชิต (ขำ ศรียาภัย) ได้พระราชทานสัญญาบัตรเป็นพระศรีราชสงคราม ปลัดเมืองไชยา (แทนบิดาซึ่งถึงแก่กรรม) เมื่อ พ.ศ.๒๔๑๒ พระศรีราชสงคราม (ขำ ศรียาภัย) ได้ช่วยปราบจีนจลาจลที่เมืองภูเก็ตในคราวเดียวกันกับหลวงพ่อแช่ม เจ้าอาวาสวัดฉลอง ซึ่งพวกจีนติดสินบน หัว ๑๐๐๐ เหรียญ จีนจลาจลแตกพ่ายหนีกระจัดกระเจิงลงเรือใบใหญ่ ออกทะเล จึงได้รับปูนบำเหน็จความดีความชอบเลื่อยศเป็น พระยาวิชิตภักดีศรีพิชัยสงคราม ผู้ว่าราชการเมืองไชยา พ.ศ.๒๔๒๒ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="in_post_ad_top_1" style="margin: 5px;padding: 0px;"></div>
<h1 style="text-align: center;"><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/06/เขตร-ศรียาภัย.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-560" title="ปรมาจารย์มวยไชยา เขตร ศรียาภัย" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/06/เขตร-ศรียาภัย-212x300.jpg" alt="ปรมาจารย์มวยไชยา เขตร ศรียาภัย" width="212" height="300" /></a></h1>
<h1 style="text-align: center;">ปรมาจารย์มวยไชยา เขตร ศรียาภัย</h1>
<p>ปรมาจารย์ เขตร ศรียาภัย สืบตระกูลมาจากนักรบโดยลำดับดังนี้</p>
<p>พระยาชุมพร (ซุ่ย ซุ่ยยัง) ตาทวด (พ่อของย่า) เป็นแม่ทัพไทยตีเมืองมะริดและเมืองตะนาวศรีมาขึ้นประเทศไทย<br />
ปลายรัชกาลที่ ๒ พ.ศ.๒๓๖๗ มีลูกเขยชื่อปานซึ่งได้เป็นที่พระศรีราชสงคราม</p>
<p>พระศรีราชสงคราม (ปาน ) ปลัดเมืองไชยา (เป็นปู่) มีลูกชายชื่อขำ ถวายตัวเป็นมหาดเล็กในรัชกาลที่ ๔ รับใช้<br />
สอยในสำนักสมเด็จเจ้าาพระยาศรีสุริยวงศ์ ที่สมุหพระกลาโหมและได้รับพระราชทานสัญญาบัตร เป็นหลวงสารานุชิต ผู้ช่วยราชการเมืองไชยาเมื่ออายุ ๒๕ ปี</p>
<p>หลวงสารานุชิต (ขำ ศรียาภัย) ได้พระราชทานสัญญาบัตรเป็นพระศรีราชสงคราม ปลัดเมืองไชยา (แทนบิดาซึ่งถึงแก่กรรม) เมื่อ พ.ศ.๒๔๑๒</p>
<p>พระศรีราชสงคราม (ขำ ศรียาภัย) ได้ช่วยปราบจีนจลาจลที่เมืองภูเก็ตในคราวเดียวกันกับหลวงพ่อแช่ม เจ้าอาวาสวัดฉลอง ซึ่งพวกจีนติดสินบน หัว ๑๐๐๐ เหรียญ จีนจลาจลแตกพ่ายหนีกระจัดกระเจิงลงเรือใบใหญ่ ออกทะเล จึงได้รับปูนบำเหน็จความดีความชอบเลื่อยศเป็น พระยาวิชิตภักดีศรีพิชัยสงคราม ผู้ว่าราชการเมืองไชยา พ.ศ.๒๔๒๒ พวกจีนจลาจลที่ภูเก็ตหนีลงเรือแต่ไม่กลับเมืองจีน ได้เที่ยวปล้นตามหัวเมือง ชายทะเล ตั้งแต่ปลายอณาเขตไทย ทางใต้จนถึงเมืองเกาะหลัก คือประจวบคีรีขันท์ เรืองรบหลวง ๒ ลำ มีกำลังพล ๒๐๐ ต้องประจำรักษาเมืองภูเก็ต จึงเป็นหน้าที่ของเจ้าเมืองทำการปราบปราม เวลานั้นพระยาวิชิตภักดีศรีพิชัยสงคราม เป็นเจ้าเมืองไชยา แต่มีหน้าที่รักษาเมืองชุมพร และ กาญจนดิษฐ์ ด้วย ได้คิดสร้างลูกระเบิดมือขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย รวบรวมพลอาสาออกปราบปรามโจรจีนสลัดในอ่าวไทยเป็นเวลา ๓ ปี<br />
โจรจีนสลัดสงบราบคาบ จึงได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างๆเป็นบำเหน็จโดยลำดับ จนถึง พ.ศ.๒๔๔๒ พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตรเลื่อนเป็นพระยาไวยวุฒิวิเศษฤทธิ เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม เพื่อประกาศความดีความชอบที่ได้สร้างลูกระเบิดมืออันเป็นอาวุธแปลกไม่เคยเห็นกันในสมัยนั้น</p>
<p>ต่อมาอีก ๗ ปี คือวันที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ. ๒๔๔๙ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานสัญญาบัตรให้เลื่อนเป็น พระยาวจีสัตยารักษ์ มีตำแหน่งเป็นผู้กำกับการถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา จนกระทั่งวันถึงแก่กรรม วันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๔๕๗</p>
<p>เขตร ศรียาภัย เป็นลูกคนสุดท้องของพระยาวจีสัตยารักษ์ (ขำ ศรียาภัย)</p>
<p>เกิดเมื่อวันอาทิตย์ ที่ ๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๕ ณ ตำบลหนองช้างตาย (ต.ท่าตะเภา ในปัจจุบัน) อำเภอท่าตะเภา จังหวัดชุมพร ในสมัยเด็กอายุประมาณ ๑๐ ขวบ เขตร ศรียาภัย ได้เข้าโรงเรียนมัธยมวัดสุทธิวราราม อยู่ที่บ้านทวาย ชอบกีฬาประเภทออกแรง ทุกชนิด เช่น พายเรือ ว่ายน้ำ วิ่งแข่ง ตีจับ ฯลฯ ได้เป็นที่ ๑ ในชุดวิ่งเปรี้ยวชิงชนะเลิศกับชุดโรงเรียนวัดประทุมคงคา ได้ถ้วยและ โรงเรียนมัธยมวัดสุทธิวราราม มีชื่อทางวิ่งเปรี้ยวแต่นั้นมา</p>
<p>ได้ลาออกเพื่อเข้าโรงเรียนอัสสัมชัญเมื่ออายุได้ ๑๓ ปี เพราะทนถูกรังแกจากนักเรียนที่ใหญ่กว่าไม่ไหว ณ โรงเรียนฝรั่งแห่งใหม่กลับร้ายกว่า โรงเรียนเดิมเพราะมีนักเรียนมากกว่า ๓ เท่า เขตร ศรียาภัย ต้องทนมือทนตีนอยู่ ๓ ปี อันเป็นปฐมเหตุแห่งความพยายามศึกษาวิชาต่อสู้ ซึ่งมีครูดี ๆ รวม ๑๒ ท่าน คือ</p>
<p><span style="color: #000000; font-size: small;">๑. พระยาวจีสัตยารักษ์ ( ขำ ศรียาภัย                ) เจ้าเมืองไชยา -บิดาบังเกิดเกล้า<br />
๒. ครูกลัด ศรียาภัย ผู้บังคับการเรือกลไฟรัศมี -อา<br />
๓. หมื่นมวยมีชื่อ ( ปล่อง จำนงทอง )<br />
๔. ครูกลับ อินทรกลับ<br />
๕. ครูสอง ครูมวยบ้านนากะตาม อำเภอท่าแซะ<br />
๖.ครูอินทร์ สักเดช ครูมวยบ้านท่าตะเภา<br />
๗. ครูดัด กาญจนากร ครูมวยบ้านหนองทองคำ<br />
๘. ครูสุก เนตรประไพ ครูมวยบ้านแสงแดด<br />
๙. ครูวัน ผลพฤกษา ครูมวยตำบลศาลเจ้าตาแป๊ะโป<br />
๑๐. อาจารย์ ม.จ.วิบูลย์สวัสดิวงศ์ สวัสดิกุล<br />
๑๑. ครู (กิมเส็ง)สุนทร ทวีสิทธิ์ ปรมาจารย์มวยมีชื่อในพระนคร อาจารย์สอนมวยกรมพละศึกษา<br />
๑๒. อาจารย์ หลวงวิศาลดรุณากร </span></p>
<p><span style="color: #000000; font-size: small;">..</span><span style="font-size: small;">เมื่ออายุ            ๑๙ ปี พ.ศ. ๒๔๖๓ อาจารย์ เขตร ได้ไปดูการฝึกมวยที่บ้าน อาจารย์กิมเส็ง            และเกิดความสนใจใน &#8221; หงายหมัด &#8221; ของค่ายทวีสิทธิ์ อีกหนึ่งปีต่อมาในเดือนเมษายน            พ.ศ. ๒๔๖๔ อาจารย์เขตร จึงได้นำดอกไม้ธูปเทียน ผ้าเช็ดหน้า ผ้าขาวม้า และขันน้ำ            ไปกราบขอเป็นศิษย์กับ อาจารย์กิมเส็ง ในวัน พฤหัสบดีอันเป็น &#8221; วันครู            &#8221; ตามคติโบราณ ได้อยู่ร่ำเรียนรับใช้ ไปมาหาสู่กับ อาจารย์กิมเส็ง            เป็นเวลา ๔๐ ปี จนครูท่านสิ้น จึงนับได้ว่าวิชามวยไชยาสายอาจารย์เขตร นั้นมีส่วนผสมวิชามวยของท่านอาจารย์กิมเส็ง            อยู่อย่างแยบยลจนแยกกันไม่ออก</span></p>
<p><span style="color: #000000; font-size: small;">&#8230;..</span><span style="font-size: small;">นอกจากการเล่นกีฬา            หมัดหมวย ฟุตบอล และ วิ่งแข่ง กระโดดสูงกระโดดยาว รวมทั้งมวยสากลกับมองซิเออร์            ฟโรว์ นักมวยคู่ซ้อมของยอร์ช กาปังติเอร์ แล้ว เขตร ศรียาภัยยังสามารถ            แจวเรือพายและถือท้ายเรือยาว (เรือดั้ง เรือแซง) เรือยนต์ เรือกลไฟ ขับรถยนต์            ขี่มอเตอร์ไซ รวมทั้งการขี่ม้า ขี่และฝึกช้างตามแบบที่เรียกว่าคชกรรมอีกด้วย </span></p>
<p><span style="color: #000000; font-size: small;">&#8230;..</span><span style="font-size: small;"> ช่วงปี พ.ศ. ๒๔๙๑ &#8211; ๒๔๙๔ อาจารย์เขตร ได้มีส่วนร่วมก่อตั้งสนามมวยธรรมศาสตร์            ขึ้นแทนสนามมวยราชดำเนินที่ไม่มีหลังคากันฝน ล่วงถึง ๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๙๖            จึงได้เข้าเป็นผู้จัดการ สนามมวยลุมพินี อยู่หลายปี จนช่วงอายุ ๖๙-๗๐ ปี            คุณอาจินต์ ปัญจพรรค์ บรรณาธิการ และอาจารย์ สงบ สอนสิริ จึงได้ชักชวนให้ท่านเขียน            &#8221; มวยไทยปริทัศน์ &#8221; ในนิตยสาร ฟ้าเมืองไทย เล่าถึงเรื่องมวยคาดเชือกในยุค            สนามสวนกุหลาบ สนามมวยหลักเมืองสนามมวยสวนสนุก เกร็ดความรู้เรื่องมวยไทย            และความรู้เรื่องมวยของชนชาติอื่นๆ จนได้รับการยอมรับและได้รับการ เรียกขาน            ท่านเป็น &#8221; ปรมาจารย์ &#8221; มวยไทย อาจารย์เขตร ศรียาภัย ถึงแก่กรรม            ด้วยโรคหัวใจ ล้มเหลว เมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๒๑ สิริอายุรวม ๗๕            ปี</span></p>
<p><strong><span style="font-size: small; color: #000000;">*ประวัติการทำงานของ ปรมาจารย์เขตร์            ศรียาภัย</span></strong></p>
<p><span style="color: #000000; font-size: small;">&#8230;..</span><span style="font-size: small;"> ท่านปรมาจารย์เขตร์            ศรียาภัย นับว่าได้ว่าเป็นบุคคลตัวอย่าง ในด้านความรู้ ความเสียสละ และความซื่อสัตย์            ผลงานอันนับได้ว่าเป็นเหมือน รางวัลชีวิต ที่ท่านได้กระทำไว้ มีนับไม่ถ้วน            ทางคณะผู้จัดทำ จึงใคร่ของกล่าวถึงบางส่วน โดยย่อดังต่อไปนี้</span></p>
<p><span style="font-size: small;">ประวัติการรับราชการ (คัดจากสำเนาสมุดประวัติประจำตัวข้าราชการ            กรมโยธาเทศบาล กระทรวงมหาดไทย)<br />
</span><span style="color: #000000; font-size: small;">&#8230;..</span><span style="font-size: small;">พ.ศ.            ๒๔๖๗ พนักงานรักษาสนาม และต้นไม้กองถนน<br />
</span><span style="color: #000000; font-size: small;">&#8230;..</span><span style="font-size: small;">พ.ศ.            ๒๔๗๙ – ๒๔๘๔ รักษาการตำแหน่งหัวหน้าแผนกสารบรรณกองช่าง<br />
</span><span style="color: #000000; font-size: small;">&#8230;..</span><span style="font-size: small;">พ.ศ.            ๒๔๘๕ &#8211; ๒๔๙๐ หัวหน้าแผนกกลางกองโยธา<br />
</span><span style="color: #000000; font-size: small;">&#8230;..</span><span style="font-size: small;">พ.ศ.            ๒๔๙๑ – ๒๔๙๕ หัวหน้ากองรักษาความสะอาด (ปี ๒๔๙๕ ได้รับทุนไปดูงานการรักษาความสะอาดใน            อเมริกา ยุโรป และออสเตเลีย)<br />
</span><span style="color: #000000; font-size: small;">&#8230;..</span><span style="font-size: small;">พ.ศ.            ๒๕๐๐ ดำรงตำแหน่งเลขานุการกรม กรมโยธาเทศบาล<br />
</span><span style="color: #000000; font-size: small;">&#8230;..</span><span style="font-size: small;">พ.ศ.            ๒๕๐๔ – ๒๕๐๖ ดำรงตำแหน่งรองปลัดเทศบาล สำนักปลัดเทศบาลนครกรุงเทพฯ และพ้นจากหน้าที่เนื่องจากครบเกษียณอายุเมื่อ            พ.ศ. ๒๕๐๖ หลังจากครบเกษียณอายุแล้ว ท่านได้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของเทศบาล            นครกรุงเทพฯ อยู่อีกระยะหนึ่ง</span></p>
<p><span style="font-size: small;"> </span><span style="font-size: small;">ราชการพิเศษ            (คัดจากสำเนาสมุดประวัติประจำตัวข้าราชการ กรมโยธาเทศบาล กระทรวงมหาดไทย)<br />
</span><span style="color: #000000; font-size: small;">&#8230;..</span><span style="font-size: small;">พ.ศ.            ๒๕๐๑ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนคร แต่งตั้งให้เป็น เทศมนตรีชั่วคราว ดำเนินกิจการของ            เทศบาลไปจนกว่าจะได้แต่ตั้งคณะเทศมนตรีใหม่<br />
</span><span style="color: #000000; font-size: small;">&#8230;..</span><span style="font-size: small;">พ.ศ.            ๒๕๐๓ กรรมการดำเนิน การตรวจสอบและสะสางบัญชี การเงินของกรมโยธาเทศบาล</span></p>
<p><span style="font-size: small;">ความดีความชอบ (คัดจากสำเนาสมุดประวัติประจำตัวข้าราชการ            กรมโยธาเทศบาล กระทรวงมหาดไทย)<br />
</span><span style="color: #000000; font-size: small;">&#8230;..</span><span style="font-size: small;">พ.ศ.            ๒๔๗๖ ช่วยเหลือการปราบกฎบวรเดช ได้รับการชมเชยตามหนังสือเลขาธิการ คณะรัฐมนตรี            ที่ ม. ๑๐๔๒๐/๗๗ ลงวันที่ ๒๖/๑๑/๒๔๗๗<br />
</span><span style="color: #000000; font-size: small;">&#8230;..</span><span style="font-size: small;">พ.ศ.            ๒๕๐๑ ในระหว่างปฏิบัติราชการเป็นเทศมนตรีชั่วคราว ได้ปฏิบัติงานบังเกิดผลดีแก่ท้องถิ่นอย่างยิ่ง            ได้ตั้งใจช่วยเหลือท้องถิ่น เพื่อประโยชน์ ของประชาชนจำนวนกว่าหนึ่งล้านคน            จนเป็นผลดีอย่างมากถึงวันส่งมอบงานนับได้ว่าเป็นผลดีแก่ราชการของกระทรวงมหาดไทย            ในส่วนรวม ได้รับการชมเชยตามหนังสือ กระทรวงมหาดไทยที่ ๗๓๐๓/๒๕๐๑ ลงวันที่            ๑๐/๕/๒๕๐๑</p>
<p></span><span style="font-size: small;">เครื่องราชอิสริยาภรณ์<br />
</span><span style="color: #000000; font-size: small;">&#8230;..</span><span style="font-size: small;">พ.ศ.            ๒๔๖๘ เหรียญบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ ๗<br />
</span><span style="color: #000000; font-size: small;">&#8230;..</span><span style="font-size: small;">พ.ศ.            ๒๔๗๕ เหรียญสมโภชพระนคร ๑๕๐ ปี<br />
</span><span style="color: #000000; font-size: small;">&#8230;..</span><span style="font-size: small;">พ.ศ.            ๒๔๘๔ จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย<br />
</span><span style="color: #000000; font-size: small;">&#8230;..</span><span style="font-size: small;">พ.ศ.            ๒๔๖๘ จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก<br />
</span><span style="color: #000000; font-size: small;">&#8230;..</span><span style="font-size: small;">พ.ศ.            ๒๔๙๒ ตริตาภรณ์มงกุฎไทย<br />
</span><span style="color: #000000; font-size: small;">&#8230;..</span><span style="font-size: small;">พ.ศ.            ๒๔๙๓ เหรียญบรมราชาภิเษก , เหรียญรัตนาภรณ์<br />
</span><span style="color: #000000; font-size: small;">&#8230;..</span><span style="font-size: small;">พ.ศ.            ๒๔๙๙ ตริตาภรณ์ช้างเผือก<br />
</span><span style="color: #000000; font-size: small;">&#8230;..</span><span style="font-size: small;">พ.ศ.            ๒๕๐๓ ทวิติยาภรณ์มงกุฎไทย</span></p>
<p><span style="font-size: small;">เหรียญเกียรติคุณ<br />
</span><span style="color: #000000; font-size: small;">&#8230;..</span><span style="font-size: small;">พ.ศ.            ๒๔๖๐ เหรียญ JUNIORS TOURNAMENT 1917 *<br />
</span><span style="color: #000000; font-size: small;">&#8230;..</span><span style="font-size: small;">พ.ศ.            ๒๔๗๗ เหรียญ SEMPR FIDELIS “สัตย์ซื่อตลอดกาล” **<br />
<span style="color: #ff0000;"><br />
<span style="color: #000000;">* โรงเรียนอัสสัมชัญ ได้ถูกบังคับให้เข้าร่วมกันแข่งขันฟุตบอล            ระหว่างนักเรียนอังกฤษ กับ นักเรียนฝรั่งเศล ทางโรงเรียนได้คัดตัว ปรมาจารย์เขตร            ศรียาภัย เป็นหนึ่งในทีมนักเรียนอังกฤษ และในการแข่งครั้งนั้น นักเรียนอังกฤษ            เป็นฝ่ายชนะ เ ป็นจุดเริ่มที่ทำให้ ปรมาจารย์เขตร ศรียาภัย รักและสนใจกีฬาฟุตบอล            และร่วมแข่งขันในนาม โรงเรียนอัสสัมชัญ ตลอดมา และยังมีถ้วยรางวัลและเหรียญ            อื่น ๆ อีกมาก ที่ท่านได้จากการแข่งขัน ในฐานะ นักฟุตบอลของสมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญ</span></span></span></p>
<p><span style="color: #000000; font-size: small;"> ** เนื่องในโอกาส ฉลองโรงเรียนอัสสัมชัญ            ครบ ๕๐ ปี ปรมาจารย์เขตร ศรียาภัย จึงได้รับรางวัล เหรียญทองคำ ซึ่งจัดสร้างขึ้นเป็นพิเศษ            คำจารึกเป็นภาษาละตินว่า CA &#8211; SEMPR FIDELIS ซึ่งแปลเป็นไทยว่า “สัตย์ซื่อตลอดกาล”            อันถือว่าเป็นเหรียญเดียว ที่ทางโรงเรียนมอบให้นักเรียน นับตั้งแต่สร้างโรงเรียนมา            ตลอดระยะเวลา ๙๐ ปี นับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง</span>
<div style='clear:both'></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อาจารย์กิมเส็ง ทวีสิทธิ์</title>
		<link>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%87%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%87%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 14 Jun 2011 15:19:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Terapak</dc:creator>
				<category><![CDATA[ครูบาอาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[ครูมวยไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อาจารย์ กิมเส็ง ทวีสิทธิ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.muaychaiya.com/?p=554</guid>
		<description><![CDATA[อาจารย์กิมเส็ง ทวีสิทธิ์ หากจะกล่าวถึง มวยไชยา แล้วไม่กล่าวถึง อาจารย์กิมเส็ง ทวีสิทธิ์ ก็คงจะทำให้ ประวัติมวยไชยา ขาดหายไปบางส่วน อาจารย์กิมเส็ง ท่าน เกิดเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๓๓ ยานนาวา กรุงเทพฯ ช่วงอายุ ๑๔ ปีท่านได้เดินทางไปศึกษาที่ สิงคโปร์ และเริ่มเรียน ยูโด ฟันดาบ มวยสากล ที่นั้น จนได้พบกับ มร.เบเก้อร์ เจ้าของร้านขนมปัง ซึ่งเป็นครูมวยสากลฝีมือดี ได้สอนด้านทฤษฏีและปฏิบัติของ N.S.Rule จนทำให้อาจารย์กิมเส็ง มีความรู้ความชำชาญ ในมวยสากล เป็นอย่างมาก และอาจารย์ท่านยังได้เรียน วิชามวยไทย ดาบไทย จากครูเขียว ในป่าเขตแดนสระบุรีกับอยุธยาอยู่ ๒ ปี จึงทำให้อาจารย์เชี่ยวชาญวิชาการต่อสู้ของไทยมากขึ้น (นอกจากวิชาที่กล่าวมาแล้ว อาจารย์ยังมีความรู้ใน วิชามวยชวาของชาวอินโดนีเซีย ที่เรียกว่า &#8221; เพนต์จ๊าก &#8221; มวยจีน &#8220;เก่ยคุ้ง ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="in_post_ad_top_1" style="margin: 5px;padding: 0px;"></div>
<h1 style="text-align: center;"><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/06/อาจารย์-กิมเส็ง-ทวีสิทธิ์.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-555" title="อาจารย์ กิมเส็ง ทวีสิทธิ์" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/06/อาจารย์-กิมเส็ง-ทวีสิทธิ์-212x300.jpg" alt="อาจารย์ กิมเส็ง ทวีสิทธิ์" width="212" height="300" /></a></h1>
<h1 style="text-align: center;">อาจารย์กิมเส็ง ทวีสิทธิ์</h1>
<p>หากจะกล่าวถึง มวยไชยา แล้วไม่กล่าวถึง อาจารย์กิมเส็ง ทวีสิทธิ์ ก็คงจะทำให้ ประวัติมวยไชยา ขาดหายไปบางส่วน อาจารย์กิมเส็ง ท่าน เกิดเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๓๓ ยานนาวา กรุงเทพฯ ช่วงอายุ ๑๔ ปีท่านได้เดินทางไปศึกษาที่ สิงคโปร์ และเริ่มเรียน ยูโด ฟันดาบ มวยสากล ที่นั้น จนได้พบกับ มร.เบเก้อร์ เจ้าของร้านขนมปัง ซึ่งเป็นครูมวยสากลฝีมือดี ได้สอนด้านทฤษฏีและปฏิบัติของ N.S.Rule จนทำให้อาจารย์กิมเส็ง มีความรู้ความชำชาญ ในมวยสากล เป็นอย่างมาก</p>
<p>และอาจารย์ท่านยังได้เรียน วิชามวยไทย ดาบไทย จากครูเขียว ในป่าเขตแดนสระบุรีกับอยุธยาอยู่ ๒ ปี จึงทำให้อาจารย์เชี่ยวชาญวิชาการต่อสู้ของไทยมากขึ้น (นอกจากวิชาที่กล่าวมาแล้ว อาจารย์ยังมีความรู้ใน วิชามวยชวาของชาวอินโดนีเซีย ที่เรียกว่า &#8221; เพนต์จ๊าก &#8221; มวยจีน &#8220;เก่ยคุ้ง &#8220;และ ยูยิตสู การจับหักของชาวญี่ปุ่น อีกด้วย จากข้อเขียน ของ อ.เขตร์ ) ช่วงอายุ ๒๕ ปี จึงได้เริ่มชกมวยไทย หลังจากนั้นไม่นานอาจารย์ก็เริ่มสอนมวยไทยและสากล ที่บ้านข้างวัดดอน ยานนาวา มีลูกศิษย์มากมายชกชนะมากกว่าแพ้ ลูกศิษย์ท่านได้เป็น ทั้งแชมป์มวยไทยมวยสากลก็มากจนเกิดเป็น &#8221; คณะทวีสิทธิ์ &#8220;</p>
<p>พ.ศ.๒๔๗๒-๒๔๘๒ พระยาคทาธรบดี ได้เริ่มจัด สนามมวยสวนสนุกขึ้นภายในบริเวณ สวนลุมพินี และได้ชักชวนให้อาจารย์ กิมเส็งดำเนินการจัดมวย และเป็นกรรมการ จึงทำให้ชื่อเสียงของ อาจารย์กิมเส็ง เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง</p>
<p>ช่วงก่อนปี พ.ศ. ๒๔๗๗ กระทรวงธรรมการ( กระทรวงศึกษาธิการ )จึงได้เชิญ อาจารย์กิมเส็ง เข้าสอนวิชามวยที่โรงเรียนของกระทรวง แต่งตั้งเป็น อาจารย์พละของกรมพละศึกษากลาง มีลูกศิษย์มากมายกระจายอยู่ทั่วประเทศ ที่สอนมวยและเปิดค่ายมวย ก็มาก จึงทำให้ &#8221; ท่ารำพรหมสี่หน้า &#8221; กับ &#8221; ท่าย่างสุขเกษม &#8221; แพร่หลายกลายเป็นมรดก ที่เห็นนักมวยไทยใช้รำบนเวทีกันอยู่จนทุกวันนี้ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ &#8221; หงายหมัด &#8221; ซึ่ง อาจารย์ เขตร์ ท่านได้กล่าวไว้ว่า &#8221; ผิดแผกกับการตั้งท่าของมวยภาคต่างๆทั่วประเทศ &#8221; ท่าหมัดหงายไม้มวยนี้ได้เลือนหายไปจากเวทีมวยไทยปัจจุบัน อาจารย์กิมเส็ง( สุนทร ทวีสิทธิ์ ) ได้ถึงแก่กรรมด้วยโรคมะเร็งปอด เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฏคม พ.ศ. ๒๕๐๔ สิริอายุรวม ๗๒ ปี
<div style='clear:both'></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%87%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พระยาวจีสัตยารักษ์ เจ้าเมืองไชยา</title>
		<link>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 14 Jun 2011 15:05:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Terapak</dc:creator>
				<category><![CDATA[ครูบาอาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[ขำ ศรียาภัย]]></category>
		<category><![CDATA[พระยาวจีสัตยารักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้าเมืองไชยา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.muaychaiya.com/?p=550</guid>
		<description><![CDATA[พระยาวจีสัตยารักษ์ เจ้าเมืองไชยา พระยาวจีสัตยารักษ์ เดิมชื่อ ขำ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี เดือน ๑๑ แรม ๑๒ ค่ำ ปีมะโรง พ.ศ. ๒๓๘๗ ตรงกับรัชกาล พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ นายขำมีบุตร ๕ คน คือ ชื่อ ศรียาภัย พระยาประชุมพลขันธ์ นายจวน นายเขต และนางเฉลิม นายขำ ศรียาภัย ได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กในรัชกาลที่ ๔ ได้ฝึกหัดราชการอยู่ในสำนักของสมเด็จเจ้าพระยา บรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) สมุหพระกลาโหม นายขำเป็นผู้มีอัธยาศัยโอบอ้อมอารี และเป็น ผู้มีความรู้ความชำนาญ หลายด้าน เช่น การค้าขาย การจับ และฝึกหัดช้าง และยังมีความสามารถในการพูดภาษาจีน ซึ่งเป็นประโยชน์ในการติดต่อ ค้าขายเป็นอย่างมาก จนได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหลวงราชานุชิต ผู้ช่วยราชการเมืองไชยา ในรัชกาลที่ ๔ พ.ศ. ๒๔๑๒ ในสมัยรัชกาลที่ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="in_post_ad_top_1" style="margin: 5px;padding: 0px;"></div>
<p><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/06/พระยาวจีสัตยารักษ์.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-551" title="พระยาวจีสัตยารักษ์" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/06/พระยาวจีสัตยารักษ์-212x300.jpg" alt="พระยาวจีสัตยารักษ์" width="212" height="300" /></a></p>
<h1 style="text-align: center;">พระยาวจีสัตยารักษ์ เจ้าเมืองไชยา</h1>
<p>พระยาวจีสัตยารักษ์ เดิมชื่อ ขำ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี เดือน ๑๑ แรม ๑๒ ค่ำ ปีมะโรง พ.ศ. ๒๓๘๗ ตรงกับรัชกาล พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ นายขำมีบุตร ๕ คน คือ ชื่อ ศรียาภัย พระยาประชุมพลขันธ์ นายจวน นายเขต และนางเฉลิม</p>
<p>นายขำ ศรียาภัย ได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กในรัชกาลที่ ๔ ได้ฝึกหัดราชการอยู่ในสำนักของสมเด็จเจ้าพระยา บรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) สมุหพระกลาโหม นายขำเป็นผู้มีอัธยาศัยโอบอ้อมอารี และเป็น ผู้มีความรู้ความชำนาญ หลายด้าน เช่น การค้าขาย การจับ และฝึกหัดช้าง และยังมีความสามารถในการพูดภาษาจีน ซึ่งเป็นประโยชน์ในการติดต่อ ค้าขายเป็นอย่างมาก จนได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหลวงราชานุชิต ผู้ช่วยราชการเมืองไชยา ในรัชกาลที่ ๔ พ.ศ. ๒๔๑๒</p>
<p>ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ท่านได้รับบรรดาศักดิ์เป็นพระยาศรีราชสงคราม ปลัดเมืองไชยา และดำรงตำแหน่งนี้ เป็นเวลา ๑๐ปี มีความชอบจากการไปปราบจลาจลชาวจีนที่เมืองภูเก็ต จึงได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทิพยาภรณ์ช้างเผือก ชั้นที่ ๕</p>
<p>พ.ศ. ๒๔๒๒ได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระยาวิชิตภักดี ผู้ว่าราชการเมืองไชยา ทำความดีความชอบจนได้รับ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มัณฑยาภรณ์มงกุฎสยาม ชั้นที่๓ นิภาภรณ์ช้างเผือก ชั้นที่๓ เหรียญดุษฎีมาลา</p>
<p>พ.ศ.๒๔๒๒ ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบบมณฑล พระยาวิชิตภักดี ได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระยาไวยวุฒิวิเศษฤทธิ์ จางวางเมืองไชยา</p>
<p>พ.ศ. ๒๔๔๙ ได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระยาวจีสัตยารักษ์ และได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลสุราภรณ์ มงกุฎสยาม ชั้นที่๒ และเหรียญจักรพรรดิมาลาเป็นเกียรติยศ</p>
<p>เนื่องจากพระยาวจีสัตยารักษ์ เป็นผู้ชำนาญเกี่ยวกับหัวเมืองชายทะเลปักษ์ใต้ ดังนั้น เมื่อพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ พระยาวจีสัตยารักษ์จึงได้ทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์นำเสด็จ และเมื่อมีทางรถไฟสายใต้ ได้เป็นผู้นำตรวจทางรถไฟสายใต้เป็นครั้งแรก ตั้งแต่มณฑลปัตตานี ถึงเมืองเพชรบุรี นอกจากนี้ ยังได้สร้างคุณงามความดีอันเป็นประโยชน์อีกมากมาย</p>
<p>พระยาวจีสัตยารักษ์ และบุตรหลานได้สร้างคุณงามความดีเป็นที่ประจักษ์มิใช่เฉพาะแต่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีเท่านั้น หากแต่ได้สร้างคุณงามความดีให้กับประเทศชาติโดยส่วนรวมอีกด้วย</p>
<p>พระยาวจีสัตยารักษ์เป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรงมาโดยตลอด ท่านถึงแก่กรรมด้วยโรคลมปัจจุบัน เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๗ รวมอายุได้ ๗๐ปี ปัจจุบันมีสถูปซึ่งบรรจุอัฐิของท่านและบุตรหลานในตระกูลศรียาภัย ณ เมืองไชยา(เก่า) ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี
<div style='clear:both'></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ท่านพ่อมา ปฐมครูมวยไชยา</title>
		<link>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b2-%e0%b8%9b%e0%b8%90%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b2-%e0%b8%9b%e0%b8%90%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 14 Jun 2011 14:53:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Terapak</dc:creator>
				<category><![CDATA[ครูบาอาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[ครูมวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[ครูมวยไทยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[ท่านพ่อมา]]></category>
		<category><![CDATA[ปฐมครูมวยไชยา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.muaychaiya.com/?p=545</guid>
		<description><![CDATA[ท่านพ่อมา ปฐมครูมวยไชยา ประวัติของท่านนั้นไม่มีการกล่าวหรือบันทึกไว้มากนักทราบเพียงว่า พ่อท่านมาเป็นครูมวยใหญ่ ทีเดินทางมายัง เมืองไชยา (บางก็ว่าท่านเป็น ขุนศึก หรือ แม่ทัพ ออกบวช และธุดงค์มาจากกรุงเทพฯ) เมื่อราว๑๖๕ ปีมาแล้ว สมัย ร.๓ ตอนปลาย ท่านเชี่ยวชาญวิชาการต่อสู้และมีวิชาอาคม แก่กล้า เคยมีเรื่องเล่าว่ามีช้างตกมันอาละวาด ไม่มีผู้ใดปราบได้ พ่อท่านมาได้บริกรรมคาถาแล้วใช้กะลามะพร้าวครอบจับช้างเชือกนั้นไว้ ชาวบ้านจึงได้สร้างวัดขึ้นที่ท้องทุ่งแห่งนั้นขนานนามว่า วัดทุ่งจับช้าง ศิลปะมวยของท่านได้รับการถ่ายทอด สืบต่อ สู่ชาวเมืองไชยาและครูมวยต่อมาอีกหลายๆท่าน นับแต่พระยาวจีสัตยารักษ์ (ขำ ศรียาภัย) ปฐมศิษย์เบื้องต้นผู้เป็นครูมวยของหมื่นมวยมีชื่อ ( ปล่อง จำนงทอง ) ครูนิล ปักษี ครูอินทร์ ศักดิ์เดช โดยเฉพาะ หมื่นมวยมีชื่อ ที่ได้รับราชทานนามนี้จาก ล้นเกล้าในรัชกาลที่ ๕ นับเป็นเกียรติแก่ เมืองไชยา ยิ่งนัก แม้ทุกวันนี้ยังมีนักมวย นักศึกษาและประชาชนเดินทางไปกราบไหว้ และรำถวายมือ หน้าเจดีย์บรรจุอัฐิพ่อท่านมา วัดทุ่งจับช้าง อำเภอพุมเรียง สุราษฎร์ธานี อยู่เสมอ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="in_post_ad_top_1" style="margin: 5px;padding: 0px;"></div>
<p><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/06/ท่านพ่อมา.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-547" title="ท่านพ่อมา" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/06/ท่านพ่อมา-212x300.jpg" alt="ท่านพ่อมา" width="212" height="300" /></a></p>
<h1 style="text-align: center;">ท่านพ่อมา ปฐมครูมวยไชยา</h1>
<p>ประวัติของท่านนั้นไม่มีการกล่าวหรือบันทึกไว้มากนักทราบเพียงว่า พ่อท่านมาเป็นครูมวยใหญ่ ทีเดินทางมายัง เมืองไชยา (บางก็ว่าท่านเป็น ขุนศึก หรือ แม่ทัพ ออกบวช และธุดงค์มาจากกรุงเทพฯ) เมื่อราว๑๖๕ ปีมาแล้ว สมัย ร.๓ ตอนปลาย ท่านเชี่ยวชาญวิชาการต่อสู้และมีวิชาอาคม แก่กล้า เคยมีเรื่องเล่าว่ามีช้างตกมันอาละวาด ไม่มีผู้ใดปราบได้ พ่อท่านมาได้บริกรรมคาถาแล้วใช้กะลามะพร้าวครอบจับช้างเชือกนั้นไว้ ชาวบ้านจึงได้สร้างวัดขึ้นที่ท้องทุ่งแห่งนั้นขนานนามว่า วัดทุ่งจับช้าง</p>
<p>ศิลปะมวยของท่านได้รับการถ่ายทอด สืบต่อ สู่ชาวเมืองไชยาและครูมวยต่อมาอีกหลายๆท่าน นับแต่พระยาวจีสัตยารักษ์ (ขำ ศรียาภัย) ปฐมศิษย์เบื้องต้นผู้เป็นครูมวยของหมื่นมวยมีชื่อ ( ปล่อง จำนงทอง ) ครูนิล ปักษี ครูอินทร์ ศักดิ์เดช โดยเฉพาะ หมื่นมวยมีชื่อ ที่ได้รับราชทานนามนี้จาก ล้นเกล้าในรัชกาลที่ ๕ นับเป็นเกียรติแก่ เมืองไชยา ยิ่งนัก</p>
<p>แม้ทุกวันนี้ยังมีนักมวย นักศึกษาและประชาชนเดินทางไปกราบไหว้ และรำถวายมือ หน้าเจดีย์บรรจุอัฐิพ่อท่านมา วัดทุ่งจับช้าง อำเภอพุมเรียง สุราษฎร์ธานี อยู่เสมอ ช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๔ หลวงพ่อไสว อินทะวังโส ได้มาอยู่จำพรรษาที่วัด และดูแลพัฒนา บริเวณวัด สร้างหลังคากันแดดฝนคลุมรักษา สถูปบรรจุอัฐิพ่อท่านมาไว้ โดยมี ชาวบ้าน และคุณยายท่านหนึ่ง ซึ่งมีศักดิ์เป็น หลานสาวของท่าน ปรมาจารย์เขตร ศรียาภัย ได้ร่วมกันบำรุงรักษาวัดอยู่ ต้นปี พ.ศ.๒๕๔๕ ได้ข่าวว่า หลวงพ่อไสว จะเดินทางไปจำวัดอยู่ที่นครศรีธรรมราช เป็นที่น่าเสียดาย วัดทุ่งจับช้าง ก็คงจะเป็นวัดร้าง ไร้การดูแลอีกครั้ง
<div style='clear:both'></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b2-%e0%b8%9b%e0%b8%90%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ครูฝึกมวยไชยาสาขาภูเก็ต นายชนุภณ ยอดสมัย</title>
		<link>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%8a/</link>
		<comments>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%8a/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 May 2011 14:37:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Terapak</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารมวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[ครูบาอาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูมวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ฝึกมวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทยไชยา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.muaychaiya.com/?p=470</guid>
		<description><![CDATA[1.แนะนำตัวให้รู้จักหน่อย ชื่อ นายชนุภณ ยอดสมัย (โช) Chanuphon Yodsamai เกิดเมื่อ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ ปัจจุบันอายุ ๓๑ ปี เป็นชาวปักษ์ใต้ เมืองชุมพร เรียนชั้นมัธยมศึกษา ที่ ๑ &#8211; ๖ ณ โรงเรียนศรียาภัย ชุมพร จบปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง และเข้ารับราชการ เมื่อ ๑ มีนาคม ๒๕๔๙ เป็นนิติกรท้องถิ่น อยู่ สามปีกับ เจ็ดเดือน จึงลาออกจากราชการมาเพื่อทำงานด้านอนุรักษ์มวยไชยา และอาวุธไทยสายบ้านครูแปรง 2.เข้ามาเรียนมวยไชยาและอาวุธไทยได้อย่างไร ได้ทราบข่าวมวยไชยาจากหนังสือ สยามคอมแบต ซึ่งลงบทสัมภาษณ์ของครูแปรงไว้ จึงเกิดความสนใจเพราะเป็นศิลปที่ไม่เคยพบเห็นจากที่ใดมาก่อน และได้ติดต่อขอเข้าฝึกที่ สยามยุทธ์ยิม ซอยปรีดีพนมยงค์ เมื่อ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๖ 3.ฝึกแล้วรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง ในระยะแรกเมื่อฝึกแล้วพบว่าการฝึกด้วยท่ามวยพื้นฐานมวยไชยานั้น เป็นการจัดระเบียบร่างกายให้ใช้ต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันตัวได้อย่างดี ทั้งยังเป็นการฝึกสติให้จดจ่ออยู่กับท่าฝึกเพื่อมิให้ผิดเพี้ยน ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="in_post_ad_top_1" style="margin: 5px;padding: 0px;"></div>
<p><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/ครูมวยไชยา-โช.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-471" title="ครูมวยไชยา โช" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/ครูมวยไชยา-โช-228x300.jpg" alt="ครูมวยไชยา โช" width="228" height="300" /></a></p>
<p><strong>1.แนะนำตัวให้รู้จักหน่อย</strong></p>
<p>ชื่อ นายชนุภณ ยอดสมัย (โช) Chanuphon Yodsamai เกิดเมื่อ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ ปัจจุบันอายุ ๓๑ ปี เป็นชาวปักษ์ใต้ เมืองชุมพร</p>
<p>เรียนชั้นมัธยมศึกษา ที่ ๑ &#8211; ๖ ณ โรงเรียนศรียาภัย ชุมพร</p>
<p>จบปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง</p>
<p>และเข้ารับราชการ เมื่อ ๑ มีนาคม ๒๕๔๙ เป็นนิติกรท้องถิ่น อยู่ สามปีกับ เจ็ดเดือน จึงลาออกจากราชการมาเพื่อทำงานด้านอนุรักษ์มวยไชยา และอาวุธไทยสายบ้านครูแปรง</p>
<p><strong>2.เข้ามาเรียนมวยไชยาและอาวุธไทยได้อย่างไร</strong></p>
<p>ได้ทราบข่าวมวยไชยาจากหนังสือ สยามคอมแบต ซึ่งลงบทสัมภาษณ์ของครูแปรงไว้ จึงเกิดความสนใจเพราะเป็นศิลปที่ไม่เคยพบเห็นจากที่ใดมาก่อน และได้ติดต่อขอเข้าฝึกที่ สยามยุทธ์ยิม ซอยปรีดีพนมยงค์ เมื่อ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๖</p>
<p><strong>3.ฝึกแล้วรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง</strong></p>
<p>ในระยะแรกเมื่อฝึกแล้วพบว่าการฝึกด้วยท่ามวยพื้นฐานมวยไชยานั้น เป็นการจัดระเบียบร่างกายให้ใช้ต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันตัวได้อย่างดี ทั้งยังเป็นการฝึกสติให้จดจ่ออยู่กับท่าฝึกเพื่อมิให้ผิดเพี้ยน ทำให้จิตใจของผู้ฝึกค่อยๆสงบลงอย่างมีเหตุผล  การฝึกมวยไทยไชยานั้น แม้จะได้ชื่อว่ามวยไทย แต่ก็แตกต่างจากมวยไทยที่ข้าพเจ้าเคยฝึกฝนมาอย่างมากมาย ราวกับเป็นมวยคนละประเภทกันเลยทีเดียว</p>
<p><strong>4.ได้เอาวิชาไปใช้บ้างมั้ย</strong></p>
<p>โดยปกติแล้ว วิชามวยไทยไชยานั้นจะถูกใช้ในชีวิตประจำวันอยู่เสมอครับ ทั้งการวางสติ การระวังตัว ตามแบบการฝึกที่เจตนาให้ วิชามวยอยู่รักษาตัวผู้ฝึกตลอดเวลา ไม่ใช่ใช้เฉพาะขณะต้องการ ชกต่อยเท่านั้น</p>
<p>แต่ที่ได้ใช้อย่างชัดเจนเห็นได้ชัด ก็มีบ้างครับ เช่นการประลองฝีมือในการแข่งขัน Kof เมื่อปี 2008 ซึ่งข้าพเจ้าได้มีโอกาสใช้วิชามวยไชยาในการประลอง</p>
<p><strong>5.มีเป้าหมายอย่างไรบ้างในการฝึกฝน</strong></p>
<p>เมื่อแรกที่เข้าฝึกนั้น ก็เพราะสนใจ อยากรู้ถึงศาสตร์ของมวยคาดเชือกสายไชยา ว่าเป็นอย่างไร เมื่อได้ฝึกนานวันเข้าก็พบว่าเมืองไทยเรามีสิ่งดีๆเช่นนี้อยู่ แต่กลับไม่ได้รับการรักษาไว้ให้ดีเท่าที่ควร  จึงตั้งเป้าหมายให้กับตัวเองไว้ว่า จะขอทำการฝึกฝนตัวเองให้ดีเพื่อจะเป็นแหล่งอนุรักษ์ บอกต่อให้กับคนไทยรุ่นต่อไป สุดแท้แต่กำลังและปัญญาของข้าพเจ้าจะพาไปได้</p>
<p><strong>6.การฝึกสอนที่ภูเก็ตเป็นอย่างไรบ้าง</strong></p>
<p>การฝึกมวยไชยาที่ภูเก็ต ในเริ่มแรก ผู้เรียนจะได้รับการจัดท่า วางตัว การวางตำแหน่งร่างกาย ตามแบบมวยไชยาบ้านครูแปรงก่อน เมื่อจัดท่าทางได้ดีแล้ว ก็จะเข้าสู้ขั้นต่อไป ตามหลักสูตรบ้านครูแปรง และเริ่มเรียนรู้การควบคุมอาวุธ ด้วยการควงพลอง และ ดาบไม้ ตลอดถึงอาวุธอื่นต่อไป</p>
<p><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/ฝึกดาบ.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-472" title="ฝึกดาบที่ภูเก็ต" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/ฝึกดาบ-300x199.jpg" alt="ดาบสองมือ" width="300" height="199" /></a></p>
<p><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/ฝึกดาบ.jpg"></a> <strong>7.อยากให้เขียนถึงครูแปรงหน่อยครับ</strong></p>
<p>ความรู้สึกแรกที่ข้าพเจ้ามีในมิติการต่อสู้คือ ถ้าคู่ต่อสู้รูปร่างสูงใหญ่ หรือมีกล้ามเนื้อใหญ่โตกว่า จะได้เปรียบกว่าเรา และจะเป็นอันตรายมากเมื่อต้องปะทะด้วย แต่เมื่อได้พบกับครูแปรง มิติในการมองต่างๆของข้าพเจ้าเริ่มเปลี่ยนไป เพราะ ครูแปรงท่านเป็นชายตัวเล็ก ที่ดูแล้วไม่น่าจะมีความร้ายกาจมากนัก แต่ผลกลับตรงกันข้าม ท่านมีความคล่องแคล่ว ว่องไว อย่างมาก และมีกลมวย เคล็ดลับในการใช้กายวุธ  อาวุธยาว สั้น แข็ง และอ่อนได้อย่างพิศดาร สิ่งที่ข้าพเจ้าเคยคิดว่าได้เปรียบ อาจกลับกลายเป็นสิ่งที่เสียเปรียบมากที่สุดในฉับพลัน หากอีกฝ่ายไม่รู้เท่าทันกลมวย นั่นกลายเป็นเหตุผลให้ข้าพเจ้าเร่งหมั่นฝึกฝนในท่าฝึกที่ครูแปรงท่านสั่งสอนให้เพื่อที่จะ ปฏิบัติตนตามรอยทางของครูแปรงท่านให้จงได้</p>
<p>นอกเหนือจากการศึกษาศาสตร์มวยไทยไชยา ครูแปรงท่านเป็นผู้บุคลิคที่ สง่า ผ่าเผย ตรงไป ตรงมา ให้ความกรุณา และ เมตตาแก่ศิษย์ทุกคนที่ตั้งใจไปขอความรู้จากท่านเพื่ออบรม สั่งสอนศิษย์ ให้มีความซื่อสัตย์ อดทน รู้กตัญญู ความมีสัจจะอันจะเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต</p>
<p><strong>8.อยากฝากข้อคิดอะไรไว้บ้างครับ</strong></p>
<p>หากเปรียบคนไทยเข้ากับประเทศไทย  แผ่นดินไทยก็เสมือนเป็นร่างกาย ที่บ่งบอกที่มา ภูมิประเทศ และเผ่าพันธุ์  ความเป็นมิตร เยือกเย็น สุขุม และความสวยงาม แบบไทยๆ ก็เสมือนเป็นจิตวิญญาณของไทย หากเราจะรักษาชาติไทยให้คงอยู่ ไม่ใช่เพียง เราท่านรักษากายคือดินแดนไว้เท่านั้น ภูมิปัญญาไทยหลายๆด้าน รวมทั้งมวยไชยานี้ ก็เป็นสิ่งบ่งบอกของความเป็นไทย อันเป็นจิตวิญญาณของชาติไทยทางหนึ่ง ถ้าเราปล่อยปละละเลย ไม่บำรุงรักษาร่างกายและจิตวิญญาณให้อยู่ควบคู่กัน   กาลข้างหน้า คนไทยจะเป็นเพียงพลเมืองโลก  ไม่มีความบ่งบอกถึงอารยธรรม และวัฒนธรรมทางปัญญาของชาติไทยเราอีกเลย   มันเป็นหน้าที่หลักของเราชาวสยามที่จะช่วยรักษา มรดกเหล่านี้ไว้ให้ชาวเรา อย่าให้มรดกไทยต้องสูญหายไปตามกาลเวลาเลย  ฤาท่านคิดว่า ลูกหลานของท่าน ควรเป็น พลเมืองโลก  หาใช่ชาวสยามดังแต่ก่อน ก็เห็นควรให้ข้ามข้อความนี้เสียเลยก็ได้ เพราะตัวไทย ใจไทย เริ่มหาได้ยากนักในสังคมปัจจุบัน</p>
<p>ติดต่อ ครูโช ได้ที่ <a title="มวยไชยา ภูเก็ต" href="http://www.muaychaiya.com/muay-chaiya-in-phuket/">ศูนย์ศึกษาสยามยุทธ์มวยไชยา สาขาภูเก็ต</a></p>
<p style="text-align: center;">
<p><a href="http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%8a/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
</p>
<div style='clear:both'></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%8a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทุ่มทับจับหัก โดย หมื่นมวยมีชื่อ</title>
		<link>http://www.muaychaiya.com/meun-muay-toom-tub-jub-huk/</link>
		<comments>http://www.muaychaiya.com/meun-muay-toom-tub-jub-huk/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 05 Jan 2011 02:06:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Terapak</dc:creator>
				<category><![CDATA[ครูบาอาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[Muay boran]]></category>
		<category><![CDATA[muay chaiya]]></category>
		<category><![CDATA[muay chaiya fighter]]></category>
		<category><![CDATA[muay thai chaiya]]></category>
		<category><![CDATA[คาดเชือก]]></category>
		<category><![CDATA[มวยโบราณ]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทย]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทยโบราณ]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทยไชยา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.muaychaiya.com/?p=377</guid>
		<description><![CDATA[หมื่นมวยมีชื่อ ปล่อง จำนงทอง มวยคาดเชือก สายไชยา เขียนโดย ครูเขตร ศรียาภัย เมื่อ คราสมเด็จพระปิยมหาราช ได้เสด็จประพาสปักษ์ใต้นั้น ได้ทรงทอดพระเนตรการชกมวยอันเป็นการละเล่นที่ทางบ้านเมืองจัดถวาย และโดยเหตุที่พระบาทสมเด็จพระปิยมหาราชได้ทรงสนพระทัยศึกษาเล่าเรียนวิชามวย ไทย กระบี่กระบอง และเพลงดาบจากปรมาจารย์ หลวงพลโยธานุโยค ครูมวยหลวง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการชกมวยในงานพระราชทานเพลิงพระศพ กรมขุนมรุพงศ์สิริพัฒน์ ณ ด้านใต้ของทุ่งพระเมรุ (ซึ่งต่อมาทางราชการได้มีประกาศให้เรียกว่าสนามหลวง) นักมวยที่เจ้าเมือง นำเข้ามาเพื่อแข่งขันหน้าพระที่นั่งในครั้งนั้น ล้วนมีฝีมือดีเยี่ยม โดยฝ่ายข้างเมืองไชยา พระยาไวยวุฒิวิเศษฤทธิ์(ครูขำ ศรียาภัย) เจ้าเมืองไชยา ได้นำนายปล่อง จำนงทอง ชาวบ้านหัววัว ตำบลเลม็ด เมืองไชยา มาประลองฝีมือ ได้คู่ชก กับนักมวยโคราช พวกเดียวกับนายแดง ไทยประเสริฐ (ต่อมาได้เป็นหมื่นชงัดเชิงชก) ซึ่งพระยาเหมสมาหาร เจ้าเมืองโคราชเป็นผู้นำมา เมื่อมีสัญญาณกลองให้เริ่มชกกันได้ นักมวยโคราชดูเหมือนจะคึกคะนองอย่างเชื่อมั่นในฝีมือ นายปล่องนักมวยไชยาทรุดตัวลงนั่งยองๆแบบเบญจางคประดิษฐ์ ซึ่งชาวพุทธถือว่าเป็นกิริยาการสักการะอย่างสูงสุด กระทำการกราบถวายบังคมพระเจ้าอยู่หัวแล้วค่อยๆคลานถอยหลังออกมาราว ๕ ก้าว ยืดตัวขึ้นยืนตรงหันหน้าสู่ทิศบูรพา อันเป็นทิศสถิตของครู ชายหางตาชำเลืองดูคู่ปรับ เพื่อหาจุดจบ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="in_post_ad_top_1" style="margin: 5px;padding: 0px;"></div>
<p>หมื่นมวยมีชื่อ ปล่อง จำนงทอง มวยคาดเชือก สายไชยา เขียนโดย ครูเขตร ศรียาภัย</p>
<p>เมื่อ คราสมเด็จพระปิยมหาราช ได้เสด็จประพาสปักษ์ใต้นั้น  ได้ทรงทอดพระเนตรการชกมวยอันเป็นการละเล่นที่ทางบ้านเมืองจัดถวาย  และโดยเหตุที่พระบาทสมเด็จพระปิยมหาราชได้ทรงสนพระทัยศึกษาเล่าเรียนวิชามวย ไทย กระบี่กระบอง และเพลงดาบจากปรมาจารย์ หลวงพลโยธานุโยค ครูมวยหลวง  จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการชกมวยในงานพระราชทานเพลิงพระศพ  กรมขุนมรุพงศ์สิริพัฒน์ ณ ด้านใต้ของทุ่งพระเมรุ  (ซึ่งต่อมาทางราชการได้มีประกาศให้เรียกว่าสนามหลวง)</p>
<p>นักมวยที่เจ้าเมือง นำเข้ามาเพื่อแข่งขันหน้าพระที่นั่งในครั้งนั้น ล้วนมีฝีมือดีเยี่ยม  โดยฝ่ายข้างเมืองไชยา พระยาไวยวุฒิวิเศษฤทธิ์(ครูขำ ศรียาภัย)  เจ้าเมืองไชยา ได้นำนายปล่อง จำนงทอง ชาวบ้านหัววัว ตำบลเลม็ด เมืองไชยา  มาประลองฝีมือ ได้คู่ชก กับนักมวยโคราช พวกเดียวกับนายแดง ไทยประเสริฐ  (ต่อมาได้เป็นหมื่นชงัดเชิงชก) ซึ่งพระยาเหมสมาหาร  เจ้าเมืองโคราชเป็นผู้นำมา</p>
<p>เมื่อมีสัญญาณกลองให้เริ่มชกกันได้  นักมวยโคราชดูเหมือนจะคึกคะนองอย่างเชื่อมั่นในฝีมือ  นายปล่องนักมวยไชยาทรุดตัวลงนั่งยองๆแบบเบญจางคประดิษฐ์  ซึ่งชาวพุทธถือว่าเป็นกิริยาการสักการะอย่างสูงสุด  กระทำการกราบถวายบังคมพระเจ้าอยู่หัวแล้วค่อยๆคลานถอยหลังออกมาราว ๕ ก้าว  ยืดตัวขึ้นยืนตรงหันหน้าสู่ทิศบูรพา อันเป็นทิศสถิตของครู  ชายหางตาชำเลืองดูคู่ปรับ เพื่อหาจุดจบ</p>
<p>นายปล่อง จำนงทอง  ยกหมัดขวาขึ้นช้าๆ ใช้นิ้วขึ้นแตะจมูกเพื่อสอบปราณ  อาราธนาคุณผ้าประเจียดรัดแขนของพระอาจารย์หลวงพ่อปลัดชุ่ม เจ้าอาวาสวัดอุดม  และหลวงพ่อมา เจ้าอาวาสวัดทุ่งจับช้าง ระหว่างที่นายปล่อง  กำลังร่ายรำด้วยท่าชักช้าอยู่นั้น  นักมวยโคราชถือว่าได้มีสัญญาณให้ชกต่อยกันได้แล้ว จึงก้าวพรวดๆ  ตวัดด้วยตีนขวาตามถนัด  แม้นายปล่องจะไหวตัวทันและผงะหงายหน้าออกห่างก็ไม่สำเร็จ  ปลายตีนปฏิปักษ์ปะทะเข้าเหนือขมับ นายปล่อง มือตกตาลอย หงายหลังดิ้นเร่าๆ  อยู่กับพื้นสนาม นักมวยโคราชกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ  ถอยออกรำเยาะเย้ยอยู่ห่างๆ ประชาชนบางคนตะโกนเชิงคัดค้าน  แต่บางคนเห็นสมควรเพราะกรรมการได้ลั่นกลองสัญญาณให้คู่ต่อสู้ตีกันได้แล้ว  มวยไชยา อยากเซ่อซ่าเองต่างหาก</p>
<p>นายปล่อง จำนงทอง ถูกประคองเข้าพุ่ม  (ที่พักให้น้ำนักมวยสมัยก่อน)  การต่อสู้ต้องชะงักลงชั่วคราวโดยให้นักมวยคู่อื่นชกต่อยกันแทนตามประเพณี  นายปล่อง ได้รับการปัดเป่านวดเฟ้นจนรู้สึกตัวและลืมตา  คุณพ่อของผู้เขียนซึ่งมีสีหน้าทุกข์ร้อนตลอดเวลา เข้ามากระซิบถามนายปล่อง  จำนงทอง ว่าจะยอมแพ้หรือสู้เขาต่อไป นายปล่องตอบทันควันว่า  “จะขอสู้จนตายคาตีน” (ฟ้าเมืองไทย ปีที่ ๖ ฉบับที่ ๓๐๑ วันพฤหัสบดีที่ ๒๖  ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๗)</p>
<p>คุณพ่อยิ้มออก เมื่อได้ยินคำนายปล่อง  เอื้อมมือลูบก้านคอลูกศิษย์ตัวโปรดชี้จุดมรณะพลางปลอบใจที่ไม่เสียแรงเกิด ใกล้แดนน้ำเค็ม พร้อมกระซิบข้างหูให้ “จับหัก”  อันเป็นกระบวนแม้ไม้กลในสาขาวิชามวยไทย</p>
<p>เมื่อเริ่มต้นการชกนายปล่อง  จ้องเขม็งไปยังร่างคู่ปรับอย่างไม่กระพริบตา ยกหมัดครู  ตามแบบฉบับการไหว้ครูอย่างย่อของมวยปักษ์ใต้ ด้วยความระมัดระวัง  เพื่อมิให้เสียทีซ้ำสอง บรรจงย่างสามขุมคลุมแดนยักษ์ เริ่มการต่อสู้แบบ  “ยอมตายคาตีน” ย่อตัวลงต่ำ สั่นหัวดิกๆ ทำทีตุปัดตุเป๋  คล้ายกับคนที่เพิ่งส่างเมา</p>
<p>นักมวยโคราชมองเขม้นดูอาการนักมวยไชยาที่ ยังฮึดสู้ มั่นใจและแปลกใจระคนกัน นายปล่อง ยอบตัวต่ำลงๆ  งอศอกพันหมัดซ้ายขวาสลับป้องกันด้านหน้าตลอดถึงชายโครง ค่อยๆ กระดิบๆ  ด้วยปลายนิ้วตีนเข้าหาปฏิปักษ์ในแดนอันตราย  ก่อความสนเท่ห์ลังเลใจให้แก่นักมวยโคราช  ซึ่งรอจังหวะพิฆาตคู่ปรับด้วยไม้สำคัญของชาวที่ราบสูง</p>
<p>เอาซี! เตะ! เตะ! เป็นเสียงตะโกนติดต่อจากรอบสนาม</p>
<p>ตีนที่เขย่งขยับสับเปลี่ยน พร้อมที่จะฟาดเปรี้ยงทุกขณะ จำต้องรอจังหวะเพื่อผลทีเดียวอยู่</p>
<p>นาย ปล่องเองก็ได้ยินเสียงเตือน อย่าย่อต่ำ! อย่าย่อต่ำ! เดี๋ยวตาย!  แต่ไม่ยอมฟังเสียง เพราะได้ตั้งใจยอมตายคาตีน ยิ่งประชิดเข้าไป  ตาจ้องจับบริเวณท้องน้อยตรงจุดหนึ่งในสามที่เรียกว่า “สุมนา” ตามตำราหมอนวด  กล้ามเนื้อแขนขาของนายปล่องดิ้นยุบยิบ  พร้อมที่จะปฏิบัติงานสำคัญทันทีทันใด</p>
<p>ปฏิปักษ์ชาวโคราชยิ่งสงสัยเชิงของคู่ต่อสู้ยิ่งขึ้น รัวแขนไขว้ป้องกันตีวงใน พร้อมที่จะดีดด้วยแข้งหากถูกจู่โจม<br />
นายปล่องคงชันเข่าซ้าย เคลื่อนตนเข้าแดนอันตรายหรือระยะตีนส่วนขาขวาเหยียดยาวทอดไปข้างหลังทำนอง “เสือลากหาง” ก่อนตะครุบเหยื่อ<br />
คู่ ต่อสู้ยังไม่เตะทั้งๆที่น่าจะทำได้ ประชาชนคนดูโห่เท่าไรก็โห่ไป  เมื่อยังไม่ได้ช่องเหมาะก็ยังไม่ทำ ซึ่งเป็นคำอบรมสั่งสอนของครูอาจารย์</p>
<p>ขณะ นี้หน้าของนายปล่อง อยู่ในระดับเข่าของปฏิปักษ์ และห่างจากตีนไม่ถึง ๒ ศอก  กัดฟันตัดสินใจครั้งสุดท้าย พลาดท่าก็หาม  นายปล่องรีบเอื้อมมือขวาปัดปลายขาซ้ายด้านนอกของคู่ต่อสู้</p>
<p>คนดูนิ่ง เงียบด้วยตกตะลึงที่เห็นมวยไชยา กล้าเสี่ยงอย่างบ้าบิ่น ทันทีทันใดนั้น  ตีนขวามหาประลัยก็ผลุดจากแหล่งสมดังคำพังเพย “ ตีนดีโคราช “  ซึ่งยังความขยั้นครั่นครามไว้แก่นักมวยต่างถิ่นทั่วๆไป</p>
<p>ในพริบตา เดียวกันนั้นเอง นายปล่อง จำนงทอง  รีบลากขาขวาเสือกพรวดไปข้างหน้าใต้หว่างขาปฏิปักษ์  งอศอกขวาไขว้แนบปลายคางจนหมัดขวาพาดปิดขมับเหนือหูซ้าย  ทะลึ่งลุกพลิกเหลี่ยม กระชากขาขวาผู้เตะเข้ามาชิดตัวจนปฏิปักษ์เสียหลัก  พร้อมกันนั้นก็กดหัวปฏิปักษ์ทิ่มลงกับพื้น แบบ “ หิรัญยักษ์ม้วนแผ่นดิน”  ก้านคอด้านหลังของนักมวยโคราชสัมผัสพื้น  โดยมีร่างกำยำนำด้วยศอกประกับเข่าของมวยไชยาทับลงไปบนหน้าอกและท้องน้อย  ท่ามกลางเสียงโห่ร้องก้องบริเวณโดยไม่ทราบว่าใครโห่ให้ฝ่ายไหน</p>
<p>ปราก ฎว่านายปล่อง เป็นฝ่ายลุกขึ้นก่อนส่วนปฏิปักษ์ยังคงนอนหงายหลับตาพริ้ม  จนพวกพี่เลี้ยงต้องช่วยกันหามเข้าพุ่ม(ที่พักให้น้ำ)  พยายามนวดเฟ้นแก้ไขด้วยความห่วงใย แต่นักมวยฝ่ายถูก “จับหัก” นอนคอเอียง  ไม่อาจลุกขึ้นชกแก้ตัว จนกระทั่งเวลาค่ำมวยเลิก</p>
<p>ด้วยชัยชนะอันเฉียบ พลันเหนือคู่ต่อสู้ และมีพระราชปรารภในหมู่ข้าราชบริพารใกล้ชิดว่า  “อ้ายนี่สำคัญ” นายปล่อง จำนงทอง จึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นที่  “หมื่นมวยมีชื่อ”  พร้อมกับนักมวยเอกผู้พิชิตคนอื่นๆในโอกาสเดียวกันอีกสองท่านด้วย</p>
<p>ฝ่ายไชยาหรือมวยภาคใต้ในสมัยนั้น จึงได้นับถือกันว่า “การทุ่มทับจับหัก” เป็นขั้นอุดมศึกษาของวิชามวยไทย<br />
จาก มวยครั้งนี้ อำมาตย์เอก พระยาประวัติสุทธิกรณ์ (เจริญตุลยานนท์)  หัวหน้ากองบัญชี กรมนคราทร กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า  มวยหน้าที่นั่งครั้งรัชกาลที่ ๕  ซึ่งมวยไชยาถูกเตะชักแต่กลับเอาชนะมวยโคราชได้นั้น  ทำให้เกิดความตื่นเต้นเหลือขนาด ถึงอ้าปากค้าง  เพราะต่างฝ่ายต่างเปิดฉากใช้ไม้เด็ด ของครูอาจารย์ซึ่งยากนักจะได้เห็น<br />
( เขียนโดย ครูเขตร ศรียาภัย ลงใน นิตยสารฟ้าเมืองไทย ปีที่ ๖ ฉบับที่ ๓๐๒ วันพฤหัสบดีที่ ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๘)
<div style='clear:both'></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.muaychaiya.com/meun-muay-toom-tub-jub-huk/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตำนานมวยไชยา หมื่นมวยมีชื่อ</title>
		<link>http://www.muaychaiya.com/muen-muay-mee-chue/</link>
		<comments>http://www.muaychaiya.com/muen-muay-mee-chue/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 02 Jan 2011 18:22:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Terapak</dc:creator>
				<category><![CDATA[ครูบาอาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[kadchuek]]></category>
		<category><![CDATA[Muay boran]]></category>
		<category><![CDATA[muay chaiya fighter]]></category>
		<category><![CDATA[muay thai]]></category>
		<category><![CDATA[muen muay mee chue]]></category>
		<category><![CDATA[มวยโบราณ]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทย]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทยโบราณ]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[หมื่นมวยมีชื่อ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.muaychaiya.com/?p=371</guid>
		<description><![CDATA[นายปล่อง จำนงทอง เป็นลูกศิษย์ (มวย) เจ้าเมืองไชยา (เมื่อครั้งหัวเมืองขึ้นกับกระทรวงกลาโหม) คือพระยาวัยวุฒิวิเศษฤทธิ์ (ขำ ศรียาภัย) ซึ่งต่อมาได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระยาวจีสัตยารักษ์ เป็นนักมวยที่มีชื่อเสียงในสมัยรัชกาลที่ 5 จนได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ หมื่นมวยมีชื่อ ประวัติ นายปล่อง จำนงทอง เป็นคนบ้านหัววัว ตำบลเลม็ดโดย กำเนิด ลักษณะของท่านเป็นคนสันทัดคน หน้ากว้าง คางเรียว จมูกแหลมงุ้ม ผมหยักศกเล็กน้อย แผงอกใหญ่ แขนใหญ่ ข้อมือเล็ก น่องเล็ก ผิวค่อนไปข้างขาว แต่มีตบะน่าเกรงขาม ไม่ดุแต่คนกลัว ดูรูปร่างแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคนที่มีความรวดเร็วและว่องไว เพราะการฝึกหัดศิษย์ท่านมีความรวดเร็วเหนือลักษณะรูปร่างเป็นอันมาก ไม่ว่าลูกศิษย์จะทำอะไรลูกไม้มวยแบบไหน ท่านสามารถที่จะปิดป้องได้จนหมดสิ้น นายปล่อง จำนงทอง ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าจากสมเด็จพระปิยะมหาราช รัชกาลที่ 5 ให้เป็น หมื่นมวยมีชื่อ เพราะได้เป็นผู้พิชิตมายฝีมือดี ลูกศิษย์พระเหมสมาหาร เจ้าเมืองโคราช โดยทำการต่อสู้ กันในงานเมรุกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ ณ ท้องทุ่งสุเมรุด้านใกล้ๆกับป้อมเผด็จดัสกร ก็โปรดเกล้าฯ ให้นักมวยฝีไม้ลายมือดีชกชนะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ (ข้าราชการชั้นประทวน) “ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="in_post_ad_top_1" style="margin: 5px;padding: 0px;"></div>
<p><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/01/Legend6.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-373" title="หมื่นมวยมีชื่อ" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/01/Legend6-104x300.jpg" alt="" width="104" height="300" /></a></p>
<p>นายปล่อง จำนงทอง เป็นลูกศิษย์ (มวย) เจ้าเมืองไชยา (เมื่อครั้งหัวเมืองขึ้นกับกระทรวงกลาโหม) คือพระยาวัยวุฒิวิเศษฤทธิ์ (ขำ  ศรียาภัย) ซึ่งต่อมาได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระยาวจีสัตยารักษ์  เป็นนักมวยที่มีชื่อเสียงในสมัยรัชกาลที่ 5 จนได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ หมื่นมวยมีชื่อ</p>
<h5>ประวัติ</h5>
<p>นายปล่อง จำนงทอง เป็นคนบ้านหัววัว ตำบลเลม็ดโดย กำเนิด  ลักษณะของท่านเป็นคนสันทัดคน หน้ากว้าง คางเรียว จมูกแหลมงุ้ม   ผมหยักศกเล็กน้อย แผงอกใหญ่ แขนใหญ่ ข้อมือเล็ก น่องเล็ก ผิวค่อนไปข้างขาว   แต่มีตบะน่าเกรงขาม ไม่ดุแต่คนกลัว   ดูรูปร่างแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคนที่มีความรวดเร็วและว่องไว   เพราะการฝึกหัดศิษย์ท่านมีความรวดเร็วเหนือลักษณะรูปร่างเป็นอันมาก   ไม่ว่าลูกศิษย์จะทำอะไรลูกไม้มวยแบบไหน ท่านสามารถที่จะปิดป้องได้จนหมดสิ้น</p>
<p>นายปล่อง จำนงทอง ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าจากสมเด็จพระปิยะมหาราช รัชกาลที่ 5 ให้เป็น <strong>หมื่นมวยมีชื่อ</strong> เพราะได้เป็นผู้พิชิตมายฝีมือดี ลูกศิษย์พระเหมสมาหาร เจ้าเมืองโคราช   โดยทำการต่อสู้ กันในงานเมรุกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ ณ   ท้องทุ่งสุเมรุด้านใกล้ๆกับป้อมเผด็จดัสกร ก็โปรดเกล้าฯ   ให้นักมวยฝีไม้ลายมือดีชกชนะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่   (ข้าราชการชั้นประทวน) “ หมื่นมวยมีชื่อ” (ปลอง จำนงทอง) เป็นนักมวยจากไชยา   และ “หมื่นมือแม่นหมัด” แห่งบ้านทะเลชุบศร จังหวัดลพบุรี  กับอีกผู้หนึ่งได้เป็น หมื่นชงัดเชิงชก (แดง ไทยประเสริฐ) แห่งเมืองโคราช  หรือนครราชสีมา   ข้าราชการชั้นประทวนทั้งสามท่านนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯไม่ต้อง  เสียส่วยสาอากร   แม้กระทั่งทำความผิดก็ให้กรมการบ้านเมืองพิจารณาลดหย่อนผ่อนโทษ ตามสมควร   นับเป็นความภูมิใจของคนทั้งเมืองไชยาและลูกหลานของตระกูล “จำนงทอง”   ที่นายปลอง จำนงทอง   ได้เป็นตัวแทนของคนไชยาและได้นำเกียรติประวัติอันสูงส่งมาสู่เมืองไชยา</p>
<p>กล่าว กันว่าท่านเป็นคนหนังเหนียว   ครั้งชกมวยหน้าพระที่นั่งและได้ตำแหน่งหมื่นกลับมานั้น   ท่านถูกชกถูกบริเวณใต้ตาซ้าย มีอาการเขียวคล้ำอย่างมากแต่ไม่แตก   จากความเป็นคนสู้คน กรรมการและพรรคพวกบอกให้ยอมแพ้   แต่ท่านคิดว่าถ้าแพ้ขอตายหน้าพระที่นั่ง จนการต่อสู้จบลงด้วยชัยชนะ   และจากการต่อสู้ครั้งนี้เอง ที่ทำให้ท่านเป็นรอยเขียวช้ำจนตลอดชีวิต   แม้ตอนที่เสียชีวิตรอยเขียวช้ำนั้นจะจางหายไปบ้างแล้วก็ตามนอกจาการต่อสู้ใน  ครั้งนั้นแล้วมีอยู่ครั้งหนึ่งคือ   ตอนที่ท่านนำนักมวยไปชกในงานรับเสด็จรัชกาลที่ 6 ที่บนควนท่าข้าม   อำเภอพุนพิน ตอนขากลับท่านได้รับอุบัติเหตุคือ เรือใบถูกลมพัดจัด   เสาใบหักลงตีศีรษะของท่านเป็นรอยบุ๋มทุกคนในเรือคิดว่าท่านศีรษะต้องแตก   แต่เมื่อท่านเปิดมือที่กุมหัวให้ดู ทุกคนก็เห็นว่าไม่มีเลือดไหลออกมาเลย   นอกจากจะเห็นศีรษะของท่านเป็นรอยบุ๋มลง   และจากอุบัติเหตุครั้งนี้เองที่ทำให้ท่านกลายเป็นคนที่หูค่อนข้างตึงไปเล็ก  น้อย</p>
<h4>การฝึกมวย</h4>
<p>การฝึกมวยให้กับศิษย์ของท่าน  ส่วนใหญ่ท่านจะคอยนั่งดูและจะแนะนำให้นอกจากจะไม่พอใจเท่านั้นท่านจึงจะลงมา สวมนวมซ้อมให้เอง แต่ไม่ค่อยมีใครกล้าซ้อมกับท่าน  เพราะการซ้อมกับท่านต้องทำจริงโดยท่านจะเป็นผู้แสดงวิธีแก้ลูกไม้มวยแต่ละ อย่างให้พร้อมทั้งการจู่โจมเข้าทำ  เนื่องจากท่านเป็นคนที่มีความรวดเร็วในการเข้าออกในการต่อสู้  รวมทั้งเข้ามวยได้ทั้งซ้ายและขวา ลูกศิษย์ของท่านต้องเข้ามวยได้ทั้งสองข้าง  ถ้าใครเข้ามวยเพียงด้านเดียวแล้ว ส่วนใหญ่จะได้รับการฝึกเป็นพิเศษ  จนบางครั้งต้องเป็นอันตรายก็มี เช่น นายนุ้ย อักษรชื่น  เป็นแผลเป็นที่หน้าแข้งยาว เกือบ 2 นิ้วมาจนทุกวันนี้ นายรับ  เมืองคล้ายหน้าแข้งยังบวมปูดอยู่จนทุกวันนี้ ก็เพราะลูก “ฉุด”  (การใช้นิ้วเท้าเตะไปที่หน้าแข้ง)  จากการฝึกหัดที่อาจจะเจ็บตัวกว่าการที่ชกจริง  ทำให้ไม่ค่อยมีใครกล้าลงนวมซ้อมกับท่าน เคยมีครั้งหนึ่งท่านไม่พอใจในการฝึก  ถึงมาลงนวม เพื่อซ้อมให้  ปรากฏว่าหลานชายต้องกระโดดน้ำหนีทั้งๆที่ยังสวมนวมอยู่ แต่เมื่อท่านไม่อยู่  ผู้ที่ควบคุมการฝึกซ้อมได้แก่ นางอาบ ลูกสาวคนโต  ถึงแม้ลูกๆของท่านจะเป็นผู้หญิงแทบทั้งหมด  แต่ท่านยังฝึกมวยให้สำหรับลูกที่สนใจ อย่างเช่นนางอาบและนางปราง เป็นต้น</p>
<h5>ชีวิตครอบครัว</h5>
<p>หมื่นมวยมีชื่อมีชื่อเสียงปรากฏว่าเป็นคนเจ้าชู้คนหนึ่ง  เพราะนอกจากภรรยาทั้งสามคนแล้ว  การไปไหนโดยเฉพาะการนำมวยไปชกที่งานเฉลิมฯที่บ้านดอน  ทุกครั้งต้องมีลูกสาวคนโตติดตามไปด้วยเพื่อเป็นการป้องกัน  แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามเมื่อท่านเสียชีวิตแล้วก็มีลูกๆจากในบาง (อำเภอเมือง)  ติดตามมาหาพ่อก็หลายคน</p>
<p>หมื่นมวยมีชื่อ ท่านได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ  ที่บ้านของท่านเองเมื่ออายุได้ 60 ปี เศษ มีการจัดงานศพถึง 9 คืน  ซึ่งนับได้ว่าเป็นศพแรกของไชยาก็ว่าได้ที่ทำบุญงานศพนานถึงเพียงนั้น  และในวันเผาศพก็มีการชกมวยของบรรดาศิษย์เป็นการบูชาครูครั้งสุดท้ายอย่างมาก มาย</p>
<p>หมื่นมวยมีชื่อมีทายาทสืบสกุลดังต่อไปนี้ คือ</p>
<h5>ทายาทที่เกิดจากแม่หอย</h5>
<ul>
<li>นางอาบ คงคล้ำ อายุ 91 ปี บ้านเลขที่ 38 หมู่ที่ 1 ตำบลเวียง อำเภอไชยา</li>
<li>นางพร้อย จำนงทอง อายุ 87 ปี บ้านเลขที่ 120 หมู่ที่ 4 ตำบลเลม็ด อำเภอไชยา</li>
<li>นางปราง ศักดิ์เพชร อายุ 85 ปี หมู่ที่ 40 ตำบลเวียง อำเภอไชยา</li>
<li>นางปริง (ถึงแก่กรรมแล้ว)</li>
<li>นางอบ นิลเอี่ยม อายุ 78 ปี บ้านเลขที่ 121 หมู่ที่ 4 ตำบลเลม็ด อำเภอไชยา</li>
</ul>
<h5>ทายาทที่เกิดจากแม่ช้อย</h5>
<ul>
<li>นางงอ เรืองเวช อายุ 75 ปี บ้านเลขที่ หมู่ที่ 4 ตำบลเลม็ด อำเภอไชยา</li>
<li>นางเกลื้อน ศักดิ์เพชร อายุ ปี บ้านเลขที่ หมู่ที่ 4 ตำบลเลม็ด อำเภอไชยา</li>
</ul>
<h5>ทายาทที่เกิดจากแม่จบ</h5>
<ul>
<li>นางพัน มุนเนียมอายุ ปี บ้านเลขที่ หมู่ที่ 5 ตำบลเลม็ด อำเภอไชยา</li>
<li>นายจูด จำนงทอง (ถึงแก่กรรมแล้ว)</li>
</ul>
<div style='clear:both'></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.muaychaiya.com/muen-muay-mee-chue/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มวยไชยาและกระบี่กระบองโดยครูแปรง</title>
		<link>http://www.muaychaiya.com/muay-chaiya-and-krabi-krabong-by-kru-preang/</link>
		<comments>http://www.muaychaiya.com/muay-chaiya-and-krabi-krabong-by-kru-preang/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 06 Oct 2010 16:44:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Terapak</dc:creator>
				<category><![CDATA[วีดีโอ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูบาอาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[Kru preang]]></category>
		<category><![CDATA[Muay boran]]></category>
		<category><![CDATA[muay chaiya]]></category>
		<category><![CDATA[muay thai]]></category>
		<category><![CDATA[muay thai chaiya]]></category>
		<category><![CDATA[กระบี่กระบอง]]></category>
		<category><![CDATA[ครูแปรง]]></category>
		<category><![CDATA[ดาบไทย]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทย]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทยโบราณ]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทยไชยา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.muaychaiya.com/?p=351</guid>
		<description><![CDATA[มวยไชยาและกระบี่กระบอง โดยครูแปรง รำดาบสไตล์พิชัยยุทธ์บ้านครูแปรง ตีดาบแบบไม้ป่า ประลองเชิง ลงคู่มวยไชยา โดยครูแปรง และ พงษ์ ศูนย์ศึกษาสยามยุทธ์บ้านครูแปรง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="in_post_ad_top_1" style="margin: 5px;padding: 0px;"></div>
<p style="text-align: center;"><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="350" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/XRr7iKaVDaY" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="350" src="http://www.youtube.com/v/XRr7iKaVDaY"></embed></object></p>
<p style="text-align: center;">
มวยไชยาและกระบี่กระบอง โดยครูแปรง</p>
<p>รำดาบสไตล์พิชัยยุทธ์บ้านครูแปรง</p>
<p>ตีดาบแบบไม้ป่า ประลองเชิง</p>
<p>ลงคู่มวยไชยา</p>
<p>โดยครูแปรง และ พงษ์ ศูนย์ศึกษาสยามยุทธ์บ้านครูแปรง</p>
<div style='clear:both'></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.muaychaiya.com/muay-chaiya-and-krabi-krabong-by-kru-preang/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>งานไหว้ครูมวยไชยา ศูนย์ศึกษาสยามยุทธ์บ้านครูแปรง</title>
		<link>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b8%a8%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b8%a8%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 23 May 2010 03:51:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Terapak</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารมวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[วีดีโอ]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ครูบาอาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[muay chaiya]]></category>
		<category><![CDATA[muay thai chaiya]]></category>
		<category><![CDATA[ครูแปรง]]></category>
		<category><![CDATA[มวยโบราณ]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทย]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทยโบราณ]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[สยามยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ไหว้ครู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.muaychaiya.com/?p=225</guid>
		<description><![CDATA[รูปภาพและคลิปวีดีโอบางส่วนจากงานไหว้ครู ที่เพิ่งผ่านมานะครับ ใครไม่ได้ไปเสียดายนะครับ ปีนี้ครูลงมาเล่นให้ดูหลายอย่างเลย นำภาพและคลิปวีดีโอบางส่วนมาให้ชมครับ http://muaychaiya.com/forum/index.php?topic]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="in_post_ad_top_1" style="margin: 5px;padding: 0px;"></div>
<div id="attachment_227" class="wp-caption aligncenter" style="width: 424px"><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2010/05/waikru.jpg"><img class="size-full wp-image-227 " title="waikru" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2010/05/waikru.jpg" alt="wai kru" width="414" height="211" /></a>
<p class="wp-caption-text">wai kru</p>
</div>
<div id="attachment_228" class="wp-caption aligncenter" style="width: 424px"><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2010/05/waikru1.jpg"><img class="size-full wp-image-228 " title="waikru1" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2010/05/waikru1.jpg" alt="wai kru 1" width="414" height="211" /></a>
<p class="wp-caption-text">wai kru 1</p>
</div>
<p>รูปภาพและคลิปวีดีโอบางส่วนจากงานไหว้ครู ที่เพิ่งผ่านมานะครับ ใครไม่ได้ไปเสียดายนะครับ ปีนี้ครูลงมาเล่นให้ดูหลายอย่างเลย นำภาพและคลิปวีดีโอบางส่วนมาให้ชมครับ</p>
<p><a href="http://muaychaiya.com/forum/index.php?topic=33.0" onclick="pageTracker._trackPageview('/outgoing/muaychaiya.com/forum/index.php?topic=33.0&amp;referer=');">http://muaychaiya.com/forum/index.php?topic=33.0</a>
<div style='clear:both'></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b8%a8%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: http://www.w3-edge.com/wordpress-plugins/

Served from: www.muaychaiya.com @ 2012-02-05 17:35:08 -->
