<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MUAYCHAIYA.COM &#187; บทความ</title>
	<atom:link href="http://www.muaychaiya.com/category/article/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.muaychaiya.com</link>
	<description>MUAY THAI CHAIYA SIAMYUTH CENTER</description>
	<lastBuildDate>Thu, 02 Feb 2012 15:45:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.1.2</generator>
		<item>
		<title>สาวบ้าพลัง “ฝ้าย สตรอเบอรี่” หลงใหลมวยไชยา-กีฬาเอ็กซ์ตรีม</title>
		<link>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%9d%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%9d%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 18 Sep 2011 06:14:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Terapak</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ครูแปรง]]></category>
		<category><![CDATA[น้องฝ้าย]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะการป้องกันตัว]]></category>
		<category><![CDATA[สตรอเบอรี่ชีสเค้ก]]></category>
		<category><![CDATA[สอนมวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนมวยไชยา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.muaychaiya.com/?p=645</guid>
		<description><![CDATA[สาวสวยหุ่นนางแบบ ฝ้าย-นันทนัช โล่ห์สุวรรณ หนึ่งในผู้ดำเนินรายการสตรอเบอรี่ชีสเค้ก ทำให้คุณต้องเปลี่ยนความคิดไปเลยว่าสาวผิวขาวที่ดูบอบบางอย่างเธอจะไม่ชอบเล่นกีฬาผาดโผน เพราะฝ้ายเรียนมวยไชยามานานเกือบ 2 ปีแล้ว ทั้งยังชื่นชอบกีฬาเอ็กซ์ตรีมทุกชนิด จึงไม่พลาดทุกครั้งที่มีโอกาสประชันฝีมือและทดสอบพละกำลัง ไม่ว่าจะเป็นกีฬาเทควันโด ยิงธนู เวกบอร์ด เพนต์บอล ฯ พอรู้จักเธออย่างนี้แล้ว ชายอกสามศอกก็คงไม่กล้าแหยม! M-healthyได้นัดพูดคุยกับฝ้าย ด้วยรูปร่างสูงยาวเข่าดี จึงไม่แปลกใจที่เธอเคยผ่านงานเดินแบบ และถ่ายนิตยสารวัยรุ่นมาก่อน เห็นผอมเพรียวอย่างนี้ แต่รับรองหุ่นฟิตทุกสัดส่วน ทั้งยังดูมีสุขภาพดี อารมณ์ดี วันนี้เธอมีเคล็ดลับการดูแลตัวเองมาฝาก ซึ่งนำมาปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ยิ่งถ้าเป็นคนชอบทำกิจกรรมอย่างเธอด้วยแล้วยิ่งไม่ควรพลาด ทำให้ทุกกิจกรรมหนักๆ เปลี่ยนเป็นวันสบายๆได้ทันที ชื่นชอบศิลปะการต่อสู้ ด้วยความที่เป็นคนสนใจกีฬาเอ็กซ์ตรีมมาตั้งแต่เด็ก จึงชื่นชอบกีฬาที่ใช้พละกำลังและมีศิลปะชั้นเชิงการต่อสู้ จากการส่งเสริมของคุณพ่ออีกทางหนึ่งจึงเป็นแรงสนับสนุนให้ฝ้ายเริ่มเรียนมวยไทยโบราณไชยาอย่างจริงจัง “ฝ้ายเรียนมวยไชยาตามคุณพ่อ เพราะเขาชอบศิลปะด้านนี้ ก่อนที่พ่อจะเรียนจบ ได้เรียนฟันดาบที่พุทไธสวรรย์มาก่อน แล้วพอได้ยินมวยไชยามาจากเพื่อนๆ ก็ลองเสิร์ชข้อมูลดูว่า มวยไชยาเป็นยังไง ไม่รู้จัก เมื่อลองศึกษาหาข้อมูลเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าน่าสนใจ เพราะมวยไชยาเป็นศิลปะที่ใช้ในศึกสงครามมาก่อน เป็นมวยประจำของ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงเป็นที่มาของชื่อมวยไชยา แต่ก่อนมวยไชยายังไม่มีสอนเป็นระบบแบบนี้ ค่อนข้างหวงวิชา เพราะมันเป็นศาสตร์การต่อสู้ที่ใช้ในศึกสงคราม คือเป็นตำรับวิชาที่จะถ่ายทอดให้เฉพาะคน ดูว่าคนนี้น่าจะเป็นคนดี จะไม่ใช้วิชาไปในทางที่ผิด สมัยก่อนจึงเลือกคนสอน ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="in_post_ad_top_1" style="margin: 5px;padding: 0px;"></div>
<p><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/09/ฝ้ายสตอเบอรี่.jpeg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-646" title="ฝ้ายสตอเบอรี่" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/09/ฝ้ายสตอเบอรี่-200x300.jpg" alt="" width="200" height="300" /></a></p>
<p>สาวสวยหุ่นนางแบบ <strong>ฝ้าย-นันทนัช โล่ห์สุวรรณ </strong>หนึ่งในผู้ดำเนินรายการสตรอเบอรี่ชีสเค้ก ทำให้คุณต้องเปลี่ยนความคิดไปเลยว่าสาวผิวขาวที่ดูบอบบางอย่างเธอจะไม่ชอบเล่นกีฬาผาดโผน เพราะฝ้ายเรียนมวยไชยามานานเกือบ 2 ปีแล้ว ทั้งยังชื่นชอบกีฬาเอ็กซ์ตรีมทุกชนิด จึงไม่พลาดทุกครั้งที่มีโอกาสประชันฝีมือและทดสอบพละกำลัง<strong> ไม่ว่าจะเป็นกีฬาเทควันโด ยิงธนู เวกบอร์ด เพนต์บอล ฯ </strong>พอรู้จักเธออย่างนี้แล้ว ชายอกสามศอกก็คงไม่กล้าแหยม!</p>
<p>M-healthyได้นัดพูดคุยกับฝ้าย ด้วยรูปร่างสูงยาวเข่าดี จึงไม่แปลกใจที่เธอเคยผ่านงานเดินแบบ และถ่ายนิตยสารวัยรุ่นมาก่อน เห็นผอมเพรียวอย่างนี้ แต่รับรองหุ่นฟิตทุกสัดส่วน ทั้งยังดูมีสุขภาพดี อารมณ์ดี วันนี้เธอมีเคล็ดลับการดูแลตัวเองมาฝาก ซึ่งนำมาปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ยิ่งถ้าเป็นคนชอบทำกิจกรรมอย่างเธอด้วยแล้วยิ่งไม่ควรพลาด ทำให้ทุกกิจกรรมหนักๆ เปลี่ยนเป็นวันสบายๆได้ทันที</p>
<p><strong>ชื่นชอบศิลปะการต่อสู้</strong></p>
<p>ด้วยความที่เป็นคนสนใจกีฬาเอ็กซ์ตรีมมาตั้งแต่เด็ก จึงชื่นชอบกีฬาที่ใช้พละกำลังและมีศิลปะชั้นเชิงการต่อสู้ จากการส่งเสริมของคุณพ่ออีกทางหนึ่งจึงเป็นแรงสนับสนุนให้ฝ้ายเริ่มเรียนมวยไทยโบราณไชยาอย่างจริงจัง</p>
<p>“ฝ้ายเรียนมวยไชยาตามคุณพ่อ เพราะเขาชอบศิลปะด้านนี้ ก่อนที่พ่อจะเรียนจบ ได้เรียนฟันดาบที่พุทไธสวรรย์มาก่อน แล้วพอได้ยินมวยไชยามาจากเพื่อนๆ ก็ลองเสิร์ชข้อมูลดูว่า มวยไชยาเป็นยังไง ไม่รู้จัก เมื่อลองศึกษาหาข้อมูลเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าน่าสนใจ เพราะมวยไชยาเป็นศิลปะที่ใช้ในศึกสงครามมาก่อน เป็นมวยประจำของ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงเป็นที่มาของชื่อมวยไชยา</p>
<p>แต่ก่อนมวยไชยายังไม่มีสอนเป็นระบบแบบนี้ ค่อนข้างหวงวิชา เพราะมันเป็นศาสตร์การต่อสู้ที่ใช้ในศึกสงคราม คือเป็นตำรับวิชาที่จะถ่ายทอดให้เฉพาะคน ดูว่าคนนี้น่าจะเป็นคนดี จะไม่ใช้วิชาไปในทางที่ผิด สมัยก่อนจึงเลือกคนสอน และสมัยนี้ก็เลือกสอนเหมือนกัน เขาเปิดสอนเข้ามาทุกคน แต่ใครที่จะได้รับมาก ได้รับน้อย คือบางคนเรียนไปเรียนมาก็ขี้เกียจแล้ว แต่เราอยู่เรียนตลอด จริงๆ เรียนเต็ม 2 ชั่วโมงแต่อยู่ประมาณ 5 ชั่วโมง ครูคนสอนเขาก็ดูลูกศิษย์ด้วยว่าแต่ละคนมีความสนใจมากน้อยขนาดไหน”</p>
<p>“ฝ้ายสนใจมวยไชยา เพราะเราเป็นคนสนใจกีฬาพวกเอ็กซ์ตรีมอยู่แล้ว ซึ่งตอนแรกเรียนเทควันโดก่อนที่จะมาเรียนมวยไชยา เพราะตอนเรียนอยู่ชั้น ป.2 เคยโดนเพื่อนแกล้งมาก่อน แล้วเห็นว่าเพื่อนข้างบ้านเขาเคยเรียนเทควันโด พ่อเขาก็เลยบอกว่า “จัดไป” จึงเริ่มเรียนเทควันโดมาตั้งแต่ชั้น ป.4-ป.5 ประมาณ 1 ปี แล้วเว้นไปสักระยะหนึ่งจึงมาเริ่มเรียนมวยไชยาตั้งแต่ชั้น ม.3 จนถึงตอนนี้ ก็เกือบๆ 2 ปีแล้ว”</p>
<p><strong>แม่ไม้ที่ใช้ได้จริง</strong></p>
<p>เสน่ห์ของมวยไชยาเมื่อเปรียบเทียบกับมวยไทยแล้ว มวยไทยเป็นมวยที่ใช้หมัด เข่า ศอก ซึ่งไม่ได้เน้นที่จุดใดจุดหนึ่ง ก็ถือเป็นศิลปะที่ดีเหมือนกัน แต่มวยไชยาซึ่งมีแม่ไม้ไม่ซ้ำท่า ศิลปะการต่อสู้มีรายละเอียดมากกว่า จึงทำให้เธอชื่นชอบมวยไทยโบราณชนิดนี้</p>
<p>“สำหรับฝ้ายคิดว่ามวยไชยาได้ศิลปะป้องกันตัวเองมากกว่ามวยไทย เหมือนกับว่ามันรัดกุมกว่า อย่างเทควันโดเราไม่มีการ์ด โต้ตอบโดยการเตะ แต่มวยไชยามีการ์ด เวลาเราจะเดินเข้าหาคู่ต่อสู้ เราจะรู้สึกปลอดภัยกว่า เราเตรียมพร้อมปัดป้องอยู่ตลอดเวลา”</p>
<p>“มวยไชยามีเอกลักษณ์ด้านการใช้ศอก <strong>ล้มลุก คลุกคลาน ป้อง ปัด ปิด เปิด </strong>เรียกได้ว่าถ้าสมมติล้มลงไปก็สามารถที่จะสู้ได้ คืออย่างบางท่า เราล้มไป เอ๊ะ!จะทำยังไงต่อ แต่นี่เขาสอนทุกอย่างเลย มีการปีนป่ายบนตัวคน สวมวิญญาณเป็นลิง (หัวเราะ) มวยไชยาจึงมีศิลปะสอดแทรกเข้าไปลึกกว่ามวยไทย พอเราเรียนไปเรื่อยๆก็จะมี up level เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สมมติเราอยู่ level 1 เพิ่งเริ่มเรียนจะเป็นท่าพื้นฐานก่อน ก็จะมี<strong>ปั้นหมัด พันแขน ท่าครู พันหมัด ฝานบวม </strong>และอีกมากมาย”</p>
<p>การ <strong>“ปั้นหมัด” </strong>คือ เอามือ 2 ข้าง ขนานกับลำตัว แยกเท้า 2 ข้าง พร้อมย่อตัว แล้วกำมือ แบมือ ทำอย่างนี้เรื่อยๆ เรียกว่าการปั้นหมัด ช่วยทำให้ข้อนิ้ว และข้อมือแข็งแรง เพราะมวยไชยามีทั้งเกี่ยว จิ้ม หลายอย่าง ข้อมือสำคัญมาก ถ้าข้อมือไม่แข็งแรงก็ไม่สามารถที่จะล้มคู่ต่อสู้ได้</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีเรียนลูกไม้ อย่างเช่น <strong>ท่ายอเขาพระสุเมรุ เถรค้ำฟัก ดับชวาลา </strong>คือเป็นลูกไม้ที่ใช้ท่าศอก นอกจากนี้มวยไชยาก็จะมีท่าพิเศษ ซึ่งเป็นท่ายากในอีกระดับหนึ่ง ซึ่งฝ้ายชอบท่า <strong>“ฝานบวบ” เป็นท่าเตะพร้อมกับฟันศอก ถือว่าเป็นท่าตั้งการ์ดที่รัดกุมที่สุด และทำให้สามารถโต้ตอบคู่ต่อสู้ได้ทันที</strong></p>
<p>“ตอนนี้ level ที่ฝ้ายเรียนอยู่มีท่ายอเขาพระสุเมรุ, เถรค้ำฟัก, ดับชวาลา อย่างท่ายอเขาพระสุเมรุเป็นการย่อหลบผู้ต่อสู้ สามารถประดิษฐ์ได้หลายท่าคือ ย่อเข่าชก ถอยหลังชก มีย่าง 3 ขุม ย่าง 4 ขุม ยกย่าง ซึ่งเป็นท่าเตรียมตัว ในทุกอาทิตย์จะมีเข้าคู่ต่อสู้กัน คือจะดูว่าเราสามารถโต้ตอบคู่ต่อสู้ได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งตอนนี้ฝ้ายเพิ่งอยู่ระดับสาย 1 ทั้งหมดมี 12 สาย เหมือนเทควันโด แต่ว่ายากกว่า มีความยากง่ายไม่เท่ากัน และใช้ระยะเวลาการเรียนก็ไม่เท่ากัน”</p>
<p>พอท้ายคาบเรียนจะมีการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้เรียนเพื่อนำมาปรับใช้ได้จริงใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งตรงนี้เธอบอกว่ามีประโยชน์มาก “อย่างถ้าโดนมีดแทงเข้ามา เราจะมีการปรับแก้อย่างไร เขาก็จะสอนให้”</p>
<p>“เคยได้ยินมาจากครูเหมือนกันว่าเดี๋ยวนี้มีอาวุธแปลกๆ เยอะ ที่ผ่านมาได้มีแลกเปลี่ยนความรู้กัน เป็นอาวุธที่มีลักษณะเหมือนเคียวของประเทศฟิลิปปินส์ พอเขาแทงมาแล้วเราปัด สามารถสะบัดต่อไปเองได้ คือเขาทำมาเพื่อให้เราปัดกลับ เจออาวุธแบบนี้เราก็ต้องหาทางแก้ให้ได้ อันตรายมาก”</p>
<p><strong>“มวยไชยา” ไม่ใช่แค่การป้องกันตัว</strong><br />
“เรียนแล้วได้ประโยชน์หลายเด้งเลย ทั้งอนุรักษ์วัฒนธรรม ได้ออกกำลังกาย และป้องกันตัวได้ด้วย เป็นศาสตร์ที่ไม่ได้ตายตัว สามารถประยุกต์ใช้ต่อยอดไปได้เรื่อยๆ ด้วยความที่รายละเอียดของมวยไชยาค่อนข้างเยอะจึงทำให้สามารถพลิกแพลงได้ทุกสถานการณ์” สิ่งเหล่านี้จึงล้วนเป็นประโยชน์ที่ฝ้ายได้มาพร้อมกับการมีร่างกายที่แข็งแรง</p>
<p>มวยไชยานั้นถือเป็นการออกกำลังกายและรักษาวัฒนธรรมไทยไปพร้อมกัน ศิลปะการป้องกันตัวแบบมวยไชยาจึงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และเป็นตัวเลือกในการป้องกันตัวอีกวิธีหนึ่ง เพื่อหลีกหนีอันตรายจากกลุ่มมิจฉาชีพทั้งหลาย</p>
<p>“ตอนแรกที่มาเรียนยังไม่ได้สนใจมากขนาดนี้ แต่พอได้มาสัมผัสจริงๆ แล้ว พูดได้เลยว่าเริ่มรักมวยไชยาแล้ว รักศิลปะแบบนี้เลย พอมาเรียนมวยไชยา ก็เห็นว่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างสำคัญมาก เพราะเป็นมวยไทยที่สื่อเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ถือว่าได้อนุรักษ์ศิลปะป้องกันตัว ยิ่งในสังคมปัจจุบัน ซึ่งค่อนข้างที่จะอันตรายเหมือนกัน มิจฉาชีพมันเยอะขึ้น เราไม่รู้ว่าเขาจะมาในรูปแบบไหน คือเราต้องมีศิลปะป้องกันตัว หรืออะไรที่สามารถป้องกันตัวเองได้ในระดับหนึ่ง เพราะคนรอบข้างไม่สามารถอยู่ปกป้องเราได้ตลอดเวลา”</p>
<p>เมื่อเห็นความสำคัญของมวยไชยาอย่างนี้ ฝ้ายจึงแบ่งเวลาเรียนมวยไชยาลงไว้ในตารางกิจกรรมส่วนตัวที่เธอต้องทำอยู่เป็นประจำ “ในวันจันทร์-ศุกร์ เรามีเรียนเต็มหมดเลย พอถึงวันเสาร์-อาทิตย์ก็จะมีแบ่งเวลาไปออกกำลังกาย มีเรียนมวยไชยาอาทิตย์ละครั้ง แต่ถ้าปิดเทอมจะไปเรียนประมาณ 2-3 ครั้ง/อาทิตย์ ฝ้ายเรียนกับครูแปรง ที่ออลสตาร์ แถวเหม่งจ๋าย ซึ่งที่นั่นเป็นยิมที่มีกีฬาหลากหลาย ทั้งฟิตเนส ยิงธนู ฯลฯ”</p>
<p>ถ้าใครอยากให้พื้นฐานแน่น และเรียนเร็วขึ้นก็สามารถฝึกอยู่ที่บ้านได้ แต่ฝ้ายแนะนำว่า “ที่โรงยิมเขาจะมีอุปกรณ์ให้เล่น และมีครูให้คำแนะนำด้วย ถ้าไปฝึกที่บ้านเองก็จะไม่รู้ว่าท่านี้มันถูกรึเปล่า อาจเพี้ยนนิดนึง ทำให้ท่าไม่สมบูรณ์ เพราะการเตะแต่ละแบบมีองศาเตะที่ไม่เหมือนกันแล้วแต่มุมด้วย อย่างท่าฝานบวบ ก็จะเป็น 45 องศา บางทีเราซ้อมเอง อาจกลายเป็นเตะตัดไปเลย”</p>
<p>อ่านฉบับเต็มได้จาก link <a href="http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9540000117488" onclick="pageTracker._trackPageview('/outgoing/www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9540000117488&amp;referer=');">http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9540000117488</a>
<div style='clear:both'></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%9d%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หักคอเอราวัณ &#8211; วัน เมืองจันทร์</title>
		<link>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%93-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%93-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 30 Aug 2011 15:17:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Terapak</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ปรมาจารย์เขตร]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทย]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทยโบราณ]]></category>
		<category><![CDATA[ลูกไม้มวยไทย]]></category>
		<category><![CDATA[วัน เมืองจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[หลวงพิพัฒน์พลกาย]]></category>
		<category><![CDATA[หักคอเอราวัณ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.muaychaiya.com/?p=623</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;หักคอเอราวัณ&#8221; พวกชาวยุโรปและอเมริกา เมื่อได้เข้ามาเห็นการแข่งขันมวยไทยที่เวทีมาตรฐานในกรุงเทพมหานคร มักจะตื่นเต้นการเตะและการใช้ศอกแบบมวยไทย บางคนถึงกับอุทานว่า แปลกประหลาดและตื่นเต้นและหวาดเสียวยิ่งกว่าการสู้วัวของชาวสเปน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใน้มคอตีเข่า ซึ่งสมัยโบราณเรียกไม้มวยไทยนี้ว่า &#8220;หักคอเอราวัณ&#8221; อันคำว่า &#8220;เอราวัณ&#8221; นั้น ในเทวภูมิกล่าวว่าเป็นช้างมี ๓๓ เศียร สำหรับท้าวจตุโลกบาล หรือ พระอินทร์ใช้เป็นพาหนะไปไหนๆ แต่ทางฝ่ายพราหมณ์ว่ามีเพียง ๓ เศียร เพราะเข้ากับหลักประกอบไม้มวยไทยที่กล่าว คือ หัวปฏิปักษ์ ๑ กับหัวเข่าอีก ๒ หรือหมายความว่าเมื่อโน้มคอ (หัว) ปฏิปักษ์ได้ ต้องตีเข่าขวาซ้าย ๒ ที ถือว่า &#8220;ไม้เด็ด&#8221; ชาวต่างประเทศเห็นว่าเป็นการต่อสู้ที่รุนแรงมีอันตรายที่สุด เพราะมวยสากลมีกติกาห้ามจับห้ามกอด (Hold Or hug) นักมวยที่ละเมิดกติกาข้อนี้ถือว่าผิดถนัด (Major foul) แต่ผู้เขียนต้องขออภัยที่จะกล่าวติงว่า พวกเราใช้ไม้มวยไทยนี้กันอย่างฟุ่มเฟือยเกินไปจนไม่คิดใช้ไม้อื่นๆบ้าง และยังใช้ผิดแผกไปจากนักมวยคนแรกที่นำไม้มวยโบราณนี้มาใช้ที่สนามมวยสวนสนุกเมื่อ ๔๓ ปีมาแล้ว วัน เมืองจันทร์ นักมวย &#8220;ลูกประดู่&#8221; ที่ผู้เขียนอยากจะกล่าวไว้ในที่นี้ เป็นศิษย์ของอาจารย์หลวงพิพัฒน์พลกาย (กระจ่าง ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="in_post_ad_top_1" style="margin: 5px;padding: 0px;"></div>
<h1 style="text-align: center;">&#8220;หักคอเอราวัณ&#8221;</h1>
<p>พวกชาวยุโรปและอเมริกา เมื่อได้เข้ามาเห็นการแข่งขันมวยไทยที่เวทีมาตรฐานในกรุงเทพมหานคร มักจะตื่นเต้นการเตะและการใช้ศอกแบบมวยไทย บางคนถึงกับอุทานว่า แปลกประหลาดและตื่นเต้นและหวาดเสียวยิ่งกว่าการสู้วัวของชาวสเปน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใน้มคอตีเข่า ซึ่งสมัยโบราณเรียกไม้มวยไทยนี้ว่า &#8220;หักคอเอราวัณ&#8221;</p>
<p>อันคำว่า &#8220;เอราวัณ&#8221; นั้น ในเทวภูมิกล่าวว่าเป็นช้างมี ๓๓ เศียร สำหรับท้าวจตุโลกบาล หรือ พระอินทร์ใช้เป็นพาหนะไปไหนๆ แต่ทางฝ่ายพราหมณ์ว่ามีเพียง ๓ เศียร เพราะเข้ากับหลักประกอบไม้มวยไทยที่กล่าว คือ หัวปฏิปักษ์ ๑ กับหัวเข่าอีก ๒ หรือหมายความว่าเมื่อโน้มคอ (หัว) ปฏิปักษ์ได้ ต้องตีเข่าขวาซ้าย ๒ ที ถือว่า &#8220;ไม้เด็ด&#8221;</p>
<p>ชาวต่างประเทศเห็นว่าเป็นการต่อสู้ที่รุนแรงมีอันตรายที่สุด เพราะมวยสากลมีกติกาห้ามจับห้ามกอด (Hold Or hug) นักมวยที่ละเมิดกติกาข้อนี้ถือว่าผิดถนัด (Major foul)</p>
<p>แต่ผู้เขียนต้องขออภัยที่จะกล่าวติงว่า พวกเราใช้ไม้มวยไทยนี้กันอย่างฟุ่มเฟือยเกินไปจนไม่คิดใช้ไม้อื่นๆบ้าง และยังใช้ผิดแผกไปจากนักมวยคนแรกที่นำไม้มวยโบราณนี้มาใช้ที่สนามมวยสวนสนุกเมื่อ ๔๓ ปีมาแล้ว</p>
<h3 style="text-align: center;"><strong>วัน เมืองจันทร์</strong></h3>
<p>นักมวย &#8220;ลูกประดู่&#8221; ที่ผู้เขียนอยากจะกล่าวไว้ในที่นี้ เป็นศิษย์ของอาจารย์<strong>หลวงพิพัฒน์พลกาย </strong>(กระจ่าง วิธรจน์เพชร) และสังกัด <strong>คณะนิวาสะวัต</strong> ชื่อ <strong>วัน เมืองจันทร์</strong></p>
<p>อันที่จริง วัน เมืองจันทร์ มีนามสกุลแท้ว่า &#8220;เพ็ญกุล&#8221; ซึ่งสืบเลือดเนื้อเชื้อสายลงมาจาก <strong>เจ้าพระยามหินทรศักดิธำรง </strong>ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วกรุงเทพมหานครว่า &#8220;บ้านที่มีละครโรงใหญ่&#8221;</p>
<p>วัน เมืองจันทร์ มีพี่ชายเป็นนักฟุตบอลคนสำคัญของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และเป็นนักมวยมีชื่อด้วยเหมือนกัน ในนาม พัน เมืองจันทร์</p>
<p>วิธีปราบปฏิปักษ์ด้วยการโน้มคอตีเข่าของ วัน เมืองจันทร์ จะเริ่มเมื่อมีเสียงระฆัง (ความจริงกลอง) สัญญาญให้ต่อสู้ วัน เมืองจันทร์ เป็นนักมวยบึกบึนและมั่นคง ไม่รีรอ แบบเดียวกับ &#8220;ตะลุมพุกแห่งเมืองแมนนาซา&#8221; หรือ แจ๊ึค เดมป์เซย์ วัน เมืองจันทร์ ถือว่าคนเกงที่จะชิงดีกันด้วยการใช้กำลังและไม่ต้องเกรงตำรวจนั้น ย่อมอยู่ร่วมสังเวียนเดียวกันนานนักมิได้ ฉะนั้นพอสิ้นเสียงระฆัง (ซึ่งความจริงกลอง) วัน เมืองจันทร์ จะยกปลายศอกซ้ายขึ้นเสมอระดับและตรงคาง โดยงอหมัดเข้ามาแนบสนิท ปดขากรรไกรขวา ศอกขวาแนบแน่นกระดูกซี่โครงอ่อน หมัดขวาป้องกันหัวใจ พร้อมที่จะลั่นไปยังใบหน้าหรือคว้าคอปฏิปักษ์เมื่อเข้าประชิด ขณะเดียวกันก็ยกเข่าซ้ายสูงขึ้นปิดช่องท้อง พุ่งเข้าหาปฏิปักษ์หมายลำตัวแบบ &#8220;เข่าโทน&#8221; ซึ่งเป็นชื่อเฉพาะวิชา หมายความว่าตีเข่าตรงๆ หรือทีเดียวอยู่ ขาขวาย่อและสืบส่งไปข้างหน้าโดยเร็ว</p>
<p><strong>ลักษณะเข้ามวยแบบนี้ทำให้ปฏิปักษ์ซึ่งไม่ได้เรียนรู้เชิงไว้ก่อนต้องพะวงป้องกันเข่าซ้าย ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ วัน เมืองจันทร์ คว้าคอกระชกมาตีเข่าด้วยเข่าขวาที่ลำัตัว หากปฏิปักษ์อ่อนกว่าหน้าคะมำต่ำลง เข่าขวาก็อาจโดนหน้าถึงหาม และอาจโดนเข่าซ้ายอันเป็นติดตามซ้ำเติมอีกทีหนึ่ง</strong></p>
<p>วัน เมืองจันทร์ จึงใช้ไม้มวยไทยดังกล่าวคว่ำปฏิปักษ์ฝีมือดี ทั้งตัวเท่ากันและใหย่เป็นยักษ์โดยมากไม่เกิน ๓ ยกเสียหลายคน (เพราะข้อบังคับคุ้มครองการแข่งขันชกมวยของสมุหพระนครบาล ลงวันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๒ อนุมัติให้คู่ต่อสู้มีน้ำหนักต่างกันได้ ๑๔ ปอนด์) นักมวยฝีมือดีที่ถูก วัน เมืองจันทร์ ปราบ เท่าที่ผู้เขียนนึกได้มี ทวี จิตรชุม , เสงี่ยม จุฑาเพ็ชร์ , เหม ชิตปรีชา , เลิศ ล้ำสูงเนิน มวยดีโคราช , พายัพ ใจเด็ด , จีนไก่ แซ่ฮุ้น ฯลฯ</p>
<p>แต่ขึ้นชื่อว่าไม้ตาย ก็ต้องมีไม้แก้ ผู้เขียนจึงจะเล่าถึงผู้ที่แก้ไม้ตายของวัน เมืองจันทร์ ที่เรียกว่าโน้มคอตีเข่า หรือหักคอเอราวัณต่อไป</p>
<p>(ฟ้าเมืองไทย ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๒๐๙ วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๖) โดย ปรมาจารย์เขตร ศรียาภัย</p>
<p>&nbsp;
<div style='clear:both'></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%93-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>น้องฝ้าย สตอเบอรี่ชีสเค้ก</title>
		<link>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9d%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9d%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Jun 2011 17:14:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Terapak</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารมวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[ฝ้าย สตอเบอรี่ชีสเค้ก]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทยไชยา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.muaychaiya.com/?p=580</guid>
		<description><![CDATA[น้องฝ้าย สตอเบอรี่ชีสเค้ก วันนี้จะมาแนะนำหนึ่งใน นักสู้สาวสวย มวยไชยา ของ ศูนย์ศึกษาสยามยุทธ์ บ้านครูแปรง ครับ 1.แนะนำตัวให้รู้จักหน่อยครับ  ทำอะไรอยู่ตอนนี้ ชื่อ นันทนัช โล่ห์สุวรรณ อายุ 16 ปี ชื่อเล่น ฝ้าย ค่ะ ตอนนี้เป็นพิธีกรดำเนินรายการสตอเบอร์รี่ชีสเค้กค่ะ ออกอากาศทางช่อง 3 วันอาทิตย์ เวลา 9.00-10.00 2.เข้ามาเรียนมวยไชยาและอาวุธไทยได้อย่างไร คุณพ่อชวนมาเรียนค่ะ คือตอนแรกคุณพ่อก็เรียนมวยไชยามาก่อน จากนั้นก็ชวนหนูมาเรียน เพราะเห็นว่าเป็นมวยของไทยและมีความน่าสนใจมากๆ (คุณพ่อฝึกไม้ตะพดด้วยนะครับ ฝีมือเยี่ยมเลยทีเดียว) 3.ฝึกแล้วรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกสนุกแล้วก็ชอบมากๆค่ะ ฝ้ายคิดว่าการเรียนมวยนอกจากจะใช้ป้องกันตัวได้แล้ว ยังเป็นการออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรงด้วย 4.ได้เอาวิชาไปใช้บ้างมั้ย ก็มีบ้างค่ะ  เอาไปใช้แสดงในรายการค่ะ 5.บรรยากาศการเรียนการสอนเป็นอย่างไรบ้าง สนุกมากๆค่ะ  คุณครูและพี่ๆ เป็นกันเองมาก 6.อยากให้เขียนถึงครูแปรงหน่อยครับ ก็สำหรับครูแปรงนะค่ะ ฝ้ายต้องขอขอบคุณครูแปรงมากๆนะค่ะ ที่เป็นครูที่ดีและเป็นปูชนียบุคคลที่ทำให้มวยไทยไชยาเป็นที่ชื่นชมของคนไทยทั้งประเทศและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ฝ้ายขอให้ครูแปรงสู้ๆต่อไปนะค่ะ อยู่เป็นเสาหลักประสิทธิ์ประสาท มวยไทยไชยาและอาวุธไทยพิชัยยุทธ์ให้คนรุ่นหลังต่อไปนะค่ะ 7.ฝากบอกอะไรถึงคนที่ยังไม่รู้ัจักมวยไชยาหน่อยครับ ในฐานะที่ฝ้ายเป็นเยาวชนไทยคนนึง ฝ้ายก็อยากจะเชิญชวน ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="in_post_ad_top_1" style="margin: 5px;padding: 0px;"></div>
<h1 style="text-align: center;"><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/06/ฝ้าย-สตอเบอรี่ชีสเค้ก-มวยไชยา.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-581" title="ฝ้าย สตอเบอรี่ชีสเค้ก มวยไชยา" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/06/ฝ้าย-สตอเบอรี่ชีสเค้ก-มวยไชยา-200x300.jpg" alt="ฝ้าย สตอเบอรี่ชีสเค้ก มวยไชยา" width="200" height="300" /></a></h1>
<h1 style="text-align: center;">น้องฝ้าย สตอเบอรี่ชีสเค้ก</h1>
<p style="text-align: center;">วันนี้จะมาแนะนำหนึ่งใน นักสู้สาวสวย มวยไชยา ของ ศูนย์ศึกษาสยามยุทธ์ บ้านครูแปรง ครับ</p>
<p><strong>1.แนะนำตัวให้รู้จักหน่อยครับ  ทำอะไรอยู่ตอนนี้</strong></p>
<p>ชื่อ นันทนัช โล่ห์สุวรรณ อายุ 16 ปี ชื่อเล่น ฝ้าย ค่ะ</p>
<p>ตอนนี้เป็นพิธีกรดำเนินรายการสตอเบอร์รี่ชีสเค้กค่ะ ออกอากาศทางช่อง 3 วันอาทิตย์ เวลา 9.00-10.00</p>
<p><strong>2.เข้ามาเรียนมวยไชยาและอาวุธไทยได้อย่างไร</strong></p>
<p>คุณพ่อชวนมาเรียนค่ะ คือตอนแรกคุณพ่อก็เรียนมวยไชยามาก่อน จากนั้นก็ชวนหนูมาเรียน เพราะเห็นว่าเป็นมวยของไทยและมีความน่าสนใจมากๆ (คุณพ่อฝึกไม้ตะพดด้วยนะครับ ฝีมือเยี่ยมเลยทีเดียว)<br />
<strong> 3.ฝึกแล้วรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง</strong></p>
<p>รู้สึกสนุกแล้วก็ชอบมากๆค่ะ ฝ้ายคิดว่าการเรียนมวยนอกจากจะใช้ป้องกันตัวได้แล้ว ยังเป็นการออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรงด้วย</p>
<p><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/06/ฝ้าย-สตอเบอรี่ชีสเค้ก.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-582" title="ฝ้าย สตอเบอรี่ชีสเค้ก" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/06/ฝ้าย-สตอเบอรี่ชีสเค้ก-225x300.jpg" alt="ฝ้าย สตอเบอรี่ชีสเค้ก" width="225" height="300" /></a></p>
<p><strong>4.ได้เอาวิชาไปใช้บ้างมั้ย</strong></p>
<p>ก็มีบ้างค่ะ  เอาไปใช้แสดงในรายการค่ะ</p>
<p><strong>5.บรรยากาศการเรียนการสอนเป็นอย่างไรบ้าง</strong></p>
<p>สนุกมากๆค่ะ  คุณครูและพี่ๆ เป็นกันเองมาก</p>
<p><strong>6.อยากให้เขียนถึงครูแปรงหน่อยครับ</strong></p>
<p>ก็สำหรับครูแปรงนะค่ะ ฝ้ายต้องขอขอบคุณครูแปรงมากๆนะค่ะ ที่เป็นครูที่ดีและเป็นปูชนียบุคคลที่ทำให้มวยไทยไชยาเป็นที่ชื่นชมของคนไทยทั้งประเทศและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ฝ้ายขอให้ครูแปรงสู้ๆต่อไปนะค่ะ อยู่เป็นเสาหลักประสิทธิ์ประสาท มวยไทยไชยาและอาวุธไทยพิชัยยุทธ์ให้คนรุ่นหลังต่อไปนะค่ะ</p>
<p><strong>7.ฝากบอกอะไรถึงคนที่ยังไม่รู้ัจักมวยไชยาหน่อยครับ</strong></p>
<p>ในฐานะที่ฝ้ายเป็นเยาวชนไทยคนนึง ฝ้ายก็อยากจะเชิญชวน ให้ทุกๆคนหันมาเรียนศิลปะป้องกันตัวของไทยกันเยอะๆนะค่ะ เพราะนอกจากจะเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ออกกำลังกาย และป้องกันตัวแล้ว ยังเป็นการช่วยกันอนุรักษ์และlสิบสานศิลปะป้องกันตัวของไทยไม่ให้สูญหายไป</p>
<p><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/06/น้องฝ้าย-สตอเบอรี่ชีสเค้ก.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-583" title="น้องฝ้าย สตอเบอรี่ชีสเค้ก" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/06/น้องฝ้าย-สตอเบอรี่ชีสเค้ก-225x300.jpg" alt="น้องฝ้าย สตอเบอรี่ชีสเค้ก" width="225" height="300" /></a>
<div style='clear:both'></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9d%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มวยไชยาใน นิตยสาร Guts To Fight</title>
		<link>http://www.muaychaiya.com/muay-chaiya-in-guts-to-fight-magazine/</link>
		<comments>http://www.muaychaiya.com/muay-chaiya-in-guts-to-fight-magazine/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Jun 2011 05:08:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Terapak</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารมวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Kru preang]]></category>
		<category><![CDATA[muay chaiya]]></category>
		<category><![CDATA[Muay Thai boran]]></category>
		<category><![CDATA[muay thai chaiya]]></category>
		<category><![CDATA[ครูแปรง]]></category>
		<category><![CDATA[นิตยสาร]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทยโบราณ]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทยไชยา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.muaychaiya.com/?p=532</guid>
		<description><![CDATA[มวยไชยาใน นิตยสาร Guts To Fight นิตยสาร Guts To Fight เล่ม 15 นิตยสารศิลปะการต่อสู้จากประเทศญี่ปุ่นได้นำเสนอข้อมูลเรื่อง มวยไทยโบราณ ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมวยไทยโบราณในภาพยนต์อย่าง ยามาดะ หรือ นักแสดงอย่างคุณ จาพนม โดยมี ครูแปรง เป็นผู้ให้ข้อมูลเีกี่ยวกับวิชา มวยไชยา ด้วยครับ ถ่ายที่ ศูนย์ศึกษาสยามยุทธ์ สาขา All Star นะครับ สำหรับใครที่สนใจอยากจะสะสมลองหาซื้อตามร้านหนังสือที่ขายหนังสือญี่ปุ่น นะครับผม คิโนะคุนิยะ น่าจะมีนะครับ ก็นับเป็นการดีที่จะมีการเผยแพร่ ศิลปะมวยไทย อย่าง มวยไชยา ออกไปสู่ต่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคนไทยที่เป็นเจ้าของศิลปะชิ้นนี้ คงจะเริ่มหันกลับมาสนใจในสิ่งที่เป็นวัฒนธรรมตัวเองมากขึ้นนะครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="in_post_ad_top_1" style="margin: 5px;padding: 0px;"></div>
<h1 style="text-align: center;"><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/06/Guts-To-Fight-15.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-533" title="Guts To Fight 15" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/06/Guts-To-Fight-15-222x300.jpg" alt="Guts To Fight 15" width="222" height="300" /></a></h1>
<h1 style="text-align: center;">มวยไชยาใน นิตยสาร Guts To Fight</h1>
<p>นิตยสาร Guts To Fight เล่ม 15 นิตยสารศิลปะการต่อสู้จากประเทศญี่ปุ่นได้นำเสนอข้อมูลเรื่อง <strong>มวยไทยโบราณ</strong> ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมวยไทยโบราณในภาพยนต์อย่าง <strong>ยามาดะ</strong> หรือ นักแสดงอย่างคุณ <strong>จาพนม</strong></p>
<p style="text-align: left;">โดยมี <strong>ครูแปรง</strong> เป็นผู้ให้ข้อมูลเีกี่ยวกับวิชา <strong>มวยไชยา</strong> ด้วยครับ ถ่ายที่ ศูนย์ศึกษาสยามยุทธ์ สาขา All Star นะครับ สำหรับใครที่สนใจอยากจะสะสมลองหาซื้อตามร้านหนังสือที่ขายหนังสือญี่ปุ่น นะครับผม คิโนะคุนิยะ น่าจะมีนะครับ ก็นับเป็นการดีที่จะมีการเผยแพร่ <strong>ศิลปะมวยไทย</strong> อย่าง <em>มวยไชยา</em> ออกไปสู่ต่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคนไทยที่เป็นเจ้าของศิลปะชิ้นนี้ คงจะเริ่มหันกลับมาสนใจในสิ่งที่เป็นวัฒนธรรมตัวเองมากขึ้นนะครับ</p>
<p style="text-align: left;">
<div id="attachment_534" class="wp-caption aligncenter" style="width: 221px"><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/06/Guts-To-Fight.jpg"><img class="size-medium wp-image-534" title="Guts To Fight Muay Thai Boran" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/06/Guts-To-Fight-211x300.jpg" alt="Guts To Fight Muay Thai Boran" width="211" height="300" /></a>
<p class="wp-caption-text">Muay Thai Boran in Guts To Fight Magazine</p>
</div>
<div id="attachment_535" class="wp-caption aligncenter" style="width: 219px"><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/06/Kru-Preang-Guts-To-Fight.jpg"><img class="size-medium wp-image-535" title="Kru Preang Guts To Fight" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/06/Kru-Preang-Guts-To-Fight-209x300.jpg" alt="Kru Preang Guts To Fight" width="209" height="300" /></a>
<p class="wp-caption-text">Muay Chaiya in Guts To Fight Magazine</p>
</div>
<div id="attachment_536" class="wp-caption aligncenter" style="width: 220px"><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/06/Muay-Chaiya-Guts-To-Fight.jpg"><img class="size-medium wp-image-536" title="Kru Preang in Guts To Fight Magazine" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/06/Muay-Chaiya-Guts-To-Fight-210x300.jpg" alt="Kru Preang in Guts To Fight Magazine" width="210" height="300" /></a>
<p class="wp-caption-text">Kru Preang in Guts To Fight Magazine</p>
</div>
<div style='clear:both'></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.muaychaiya.com/muay-chaiya-in-guts-to-fight-magazine/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การฝึกหัดมวยไทยไชยา โดยครูแปรง</title>
		<link>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9d%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9d%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 25 May 2011 22:04:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Terapak</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารมวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การฝึกมวยโบราณ]]></category>
		<category><![CDATA[การฝึกมวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[มวยหลัก]]></category>
		<category><![CDATA[มวยเกี้ยว]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทยไชยา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.muaychaiya.com/?p=513</guid>
		<description><![CDATA[การฝึกหัดมวยไทยไชยา โดยครูแปรง การฝึกการหัดหมัดมวยในสมัยก่อนจากที่ครูมวยมีเวลาฝึกหัดสอนกันในช่วงระยะเวลาสั้นๆ 3 เดือน 6 เดือน ทั้งนี้ก็เพราะ 6 เดือนมีสงครามอีกแล้ว เดี๋ยวเมืองนั้นมา เมืองนี้มารบ ไปตีเมืองนั้นเพิ่ม เมืองนี้เฝ้าระวัง จึงมีเวลาไม่มาก จนเสร็จศึกจึงมาเรียนเพิ่มเติมจากครู ฉะนั้นครูมวยสมัยก่อนจึงสำคัญ เพราะครูเปรียบเป็นดังพระอาทิตย์คิดแตกยอดแตกสายแตกลายลูกไม้ให้ศิษย์แต่ละคนแต่ละแบบแตกต่างตามนิสัยใจคอ ตามความสูงความต่ำ ใจสู้ ไม่สู้ เพื่อให้ศิษย์นั้นได้ใช้วิชาตามความถนัดและปกป้องกันภัยตัวเองได้ก่อน แล้วจึงเพิ่มเติมส่วนที่แยกย่อยออกไป หากจะหมายแยกมวยออกเป็นมวยเกี้ยว มวยหลัก ที่ว่านั้น มวยเกี้ยวสำหรับคนรูปร่างเล็ก มวยหลักสำหรับคนรูปร่างสูงใหญ่ก็หามิได้ นั้นเป็นเพียงเคล็ดวิชาที่ไว้สำหรับสอนเชิงมวย หากถ้าเรียนจริงต้องเป็นทั้งเกี้ยวและหลักทั้งสองทางเพื่อเลือกใช้ได้ตามสถานการณ์ตามสมควรแห่งเหตุที่เกิดขึ้น มวยหลักสมัยโบราณนั้นจะหมายถึง มวยที่มีความมั่นใจแล้วว่า สามารถรับแข้งรับเตะได้อย่างคล่องแคล้ว ว่องไว หลบหลีกได้ดีมีความมั่นใจจึงเดินเข้าหาคู่ต่อสู้  หากคู่ต่อสู้มีกำลังมาก เข้าแลกไม่ไหวเรามีกำลังน้อยก็ใช้เชิงมวยเดินวนเดินเลี่ยงเป็นมวยเกี้ยว มวยหลบ ฉะนั้นหากนักมวยตัวใหญ่เจอนักมวยตัวเล็กแต่แข็งแกร่งมวยใหญ่ก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นมวยเกี้ยว หาช่องทางเข้าทำได้เช่นกัน ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ครูท่านจะเลือกดูเลือกแก้ให้กับศิษย์ว่า ทางไหนดีทางไหนเหมาะแก่ผู้นั้น ฉะนั้นความสำคัญของการเรียนมวยนอกจากความสามารถของศิษย์ที่ตั้งใจร่ำเรียนแล้ว ครูอาจารย์ที่สอนศิษย์ต้องมีความเก่งรอบด้านเพื่อสร้างให้ศิษย์เก่งได้ ดึงความสามารถแห่งศิษย์ออกมาอย่างถูกต้อง ดีงามตามหลักตามการณ์ที่เหมาะสม ฉะนั้นความสำคัญของการฝึกมวยเบื้องต้นคือ การฝากตัว ฝากครู ยกครู ขึ้นครู นับถือครูบาอาจารย์เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง จึงก่อเกิดขนบประเพณีและวิถีแห่งมวยไชยาขึ้น นอกจากการเฝ้ามองดูศิษย์แล้วครูจะมองเห็นข้อดีข้อเด่นของสรีระรูปร่าง เห็นเหมือนอาวุธที่มีในตัวศิษย์ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="in_post_ad_top_1" style="margin: 5px;padding: 0px;"></div>
<h1 style="text-align: center;"><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/Mae-Mai-Muay-Chaiya.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-514" title="แม่ไม้มวยไชยา" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/Mae-Mai-Muay-Chaiya-300x278.jpg" alt="แม่ไม้มวยไชยา" width="300" height="278" /></a></h1>
<h1 style="text-align: center;"><strong>การฝึกหัดมวยไทยไชยา โดยครูแปรง</strong><strong></strong></h1>
<p><strong> </strong>การฝึกการหัดหมัดมวยในสมัยก่อนจากที่ครูมวยมีเวลาฝึกหัดสอนกันในช่วงระยะเวลาสั้นๆ 3 เดือน 6 เดือน ทั้งนี้ก็เพราะ 6 เดือนมีสงครามอีกแล้ว เดี๋ยวเมืองนั้นมา เมืองนี้มารบ ไปตีเมืองนั้นเพิ่ม เมืองนี้เฝ้าระวัง จึงมีเวลาไม่มาก จนเสร็จศึกจึงมาเรียนเพิ่มเติมจากครู ฉะนั้นครูมวยสมัยก่อนจึงสำคัญ เพราะครูเปรียบเป็นดังพระอาทิตย์คิดแตกยอดแตกสายแตกลายลูกไม้ให้ศิษย์แต่ละคนแต่ละแบบแตกต่างตามนิสัยใจคอ ตามความสูงความต่ำ ใจสู้ ไม่สู้ เพื่อให้ศิษย์นั้นได้ใช้วิชาตามความถนัดและปกป้องกันภัยตัวเองได้ก่อน แล้วจึงเพิ่มเติมส่วนที่แยกย่อยออกไป</p>
<p>หากจะหมายแยกมวยออกเป็นมวยเกี้ยว มวยหลัก ที่ว่านั้น มวยเกี้ยวสำหรับคนรูปร่างเล็ก มวยหลักสำหรับคนรูปร่างสูงใหญ่ก็หามิได้ นั้นเป็นเพียงเคล็ดวิชาที่ไว้สำหรับสอนเชิงมวย หากถ้าเรียนจริงต้องเป็นทั้งเกี้ยวและหลักทั้งสองทางเพื่อเลือกใช้ได้ตามสถานการณ์ตามสมควรแห่งเหตุที่เกิดขึ้น</p>
<div id="attachment_515" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/ฝึกหัดมวยไชยา.jpg"><img class="size-medium wp-image-515" title="ฝึกหัดมวยไชยา" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/ฝึกหัดมวยไชยา-300x225.jpg" alt="ฝึกหัดมวยไชยา" width="300" height="225" /></a>
<p class="wp-caption-text">การฝึกเดินพลิกเหลี่ยมสามขุมขั้นต้น</p>
</div>
<p>มวยหลักสมัยโบราณนั้นจะหมายถึง มวยที่มีความมั่นใจแล้วว่า สามารถรับแข้งรับเตะได้อย่างคล่องแคล้ว ว่องไว หลบหลีกได้ดีมีความมั่นใจจึงเดินเข้าหาคู่ต่อสู้  หากคู่ต่อสู้มีกำลังมาก เข้าแลกไม่ไหวเรามีกำลังน้อยก็ใช้เชิงมวยเดินวนเดินเลี่ยงเป็นมวยเกี้ยว มวยหลบ ฉะนั้นหากนักมวยตัวใหญ่เจอนักมวยตัวเล็กแต่แข็งแกร่งมวยใหญ่ก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นมวยเกี้ยว หาช่องทางเข้าทำได้เช่นกัน</p>
<p>ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ครูท่านจะเลือกดูเลือกแก้ให้กับศิษย์ว่า ทางไหนดีทางไหนเหมาะแก่ผู้นั้น ฉะนั้นความสำคัญของการเรียนมวยนอกจากความสามารถของศิษย์ที่ตั้งใจร่ำเรียนแล้ว ครูอาจารย์ที่สอนศิษย์ต้องมีความเก่งรอบด้านเพื่อสร้างให้ศิษย์เก่งได้ ดึงความสามารถแห่งศิษย์ออกมาอย่างถูกต้อง ดีงามตามหลักตามการณ์ที่เหมาะสม ฉะนั้นความสำคัญของการฝึกมวยเบื้องต้นคือ การฝากตัว ฝากครู ยกครู ขึ้นครู นับถือครูบาอาจารย์เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง จึงก่อเกิดขนบประเพณีและวิถีแห่งมวยไชยาขึ้น</p>
<div id="attachment_518" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/ฝึกหัดมวยไชยา-ปีนป่าย.jpg"><img class="size-medium wp-image-518" title="ฝึกมวยไชยา ปีนป่าย" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/ฝึกหัดมวยไชยา-ปีนป่าย-300x225.jpg" alt="ฝึกมวยไชยา ปีนป่าย" width="300" height="225" /></a>
<p class="wp-caption-text">การฝึกหัดมวยไชยา ปีนป่าย</p>
</div>
<p>นอกจากการเฝ้ามองดูศิษย์แล้วครูจะมองเห็นข้อดีข้อเด่นของสรีระรูปร่าง เห็นเหมือนอาวุธที่มีในตัวศิษย์ มีขาช่วงยาวช่วงสั้นเสมือนเป็นหอกเป็นง้าวหรือ ทวน มีแขนประดุจดาบ หรือมือดั่งมีดสั้น ศอกเป็นดั่งโล่ดั่งแข่น อวัยวุธเหล่านี้เองที่ครูจะสั่งสอนเล็งเห็นมอบให้ศิษย์คนใดเก่งด้านหนึ่งด้านนั้น ตามความสามารถสรีระสร้างแต่เดิมมาและเพิ่มเติมหลักวิชาใช้งานอย่างเหมาะสม</p>
<p>ด้วยเหตุแห่งวิชาที่เกิดในสงครามการออกอาวุธของไชยาจึ่งมิใช่เพียง หมัด เท้า เข่า ศอก อย่างที่คนทั่วไปรู้จักมวยไทย</p>
<p>หากแต่ว่ายังคงมี ทุ่ม ทับ จับ หัก  ล่อ หลอก หลบหลีก เหยาะ ย่าง ยัก เยื้อง เหาะ เหิร กอด รัด ฝัด เหวี่ยง ล้มลุก คลุกคลาน ป้อง ปัด ปิด เปิด หากว่าด้วยเรื่องหมัดก็จะมีทั้ง ชก สับ ปัก จิ้ม ทิ่ม แทง ควัก ข่วน</p>
<div id="attachment_516" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/6.6.3ปราบทรพี.jpg"><img class="size-medium wp-image-516" title="ลูกไม้ มวยไชยา" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/6.6.3ปราบทรพี-300x228.jpg" alt="ลูกไม้ มวยไชยา" width="300" height="228" /></a>
<p class="wp-caption-text">ลูกไม้ปราบทรพี</p>
</div>
<p style="text-align: left;">ทั้งนี้ก็เพื่อนำมาซึ่งการชนะเอาตัวรอดนั้นเอง จึงบอกได้ว่ามวยไชยาเหมือนมีอาวุธครบมือจะเรียกใช้สิ่งใดได้ตามประสงค์ หากแต่ว่าสิ่งเหล่านี้ประกอบขึ้นด้วยหลักวิชาการ วิเคราะห์เป็นขบวนการเป็นขั้นเป็นตอนเป็นระบบใช้ถูกหลักถูกวิธีไม่ได้มั่ว พลิกแพลงตามภูมิรู้ เมื่อใช้จึงมีความแม่นยำเกิดผลได้ทันที จึงเป็นการต่อสู้ที่มากด้วยหลากหลายมิติแห่งการต่อสู้ ทุกรูปแบบแห่งศาสตร์การดำรงชีวิต จึงจะเรียกได้ว่า มวยไชยาจักต้องมีกายและใจไปพร้อมๆ กันหากขาดซึ่งวิชา กายได้ ใจสู้ก็มิอาจจะชนะได้ หากมีวิชา กายดี แต่ใจต่ำก็เป็นเรื่องเป็นราวเดือดร้อน ฉะนั้นการเรียนรู้มวยจึงต้องมาพร้อมทั้งกายและใจ อีกวิชาดียิ่งส่งเสริมกันขึ้นไป &#8230;.. <strong>ครูแปรง</strong></p>
<p style="text-align: center;">
<p><a href="http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9d%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%87/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
</p>
<p style="text-align: center;">บทความอนุญาติ ให้นำไปใช้ โดยอ้างอิงที่มานะครับ</p>
<div style='clear:both'></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9d%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มวยไทยไชยาศาสตร์พิชัยยุทธ์ โดยครูแปรง</title>
		<link>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 25 May 2011 03:49:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Terapak</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารมวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูแปรง]]></category>
		<category><![CDATA[บทความมวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทยไชยาศาสตร์พิชัยยุทธ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.muaychaiya.com/?p=505</guid>
		<description><![CDATA[มวยไทยไชยาศาสตร์พิชัยยุทธ์ โดยครูแปรง แรกเริ่มเดิมทีการกำเนิดศิลปะศาสตร์แขนงมวยนั้นมาพร้อมๆ กับการเขียนตำรับตำราพิชัยสงครามที่ผ่านการรบต่อสู้จากสงครามจนสามารถบันทึกเหตุการณ์และวิธีการที่ใช้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นตามสถานการณ์นั้นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะในสมัยก่อนการก่อร่างสร้างเมืองเกิดขึ้นได้นั้นต้องอาศัยคนที่เก่งเพื่อใช้ในการรบพุ่งกัน คนเหล่านั้นสามารถที่จะใช้อาวุธทั้งกายและรอบกายได้อย่างคล่องแคล่วเบ็ดเสร็จในสงครามในตัวอยู่แล้ว จึงจะสามารถปกป้องบ้านเมืองมาได้ ชาติเราอยู่ได้ บ้านเมืองเราอยู่ได้ ครอบครัวเราอยู่ได้ เราจึงจะกลับมาได้อย่างปลอดภัย เราจึงอาจกล่าวได้ว่า มวยไชยา หรือ ดาบไทยโบราณ นั้นเปรียบได้กับวิถีชีวิตของเราเลยก็ว่าได้ นั้นก็เนื่องด้วยวิชาการด้านนี้มันทำให้เรารอดชีวิตจากสงครามกลับมายังบ้านมาอยู่กับครอบครัวได้ และนี้คือสิ่งที่ทำให้เรารักชีวิตเมื่อมีชีวิตอยู่ได้เราเลยรักครอบครัวได้ ปกป้องบ้านเมืองได้ ปกป้องชาติได้ มันจึงต้องเริ่มจากตัวเราเองก่อน การสั่งสมประสบการณ์จากการสู้รบตะลุมบอน จนเป็นวิถีหรือวิชา มันมาจากการสู้หนึ่งต่อหนึ่งหรือหนึ่งต่อหลายคน จนเกิดการหล่อหลอมเก็บบันทึก วิเคราะห์จนสืบทอดต่อๆ กันมาจากคนต่อคน  ผ่านการบอกกล่าวการพูด การสอน จนเป็นตำรับตำรา ใครคนใดเก่งเกิดการซักถาม รบอย่างไร ชนะอย่างไร แก้ปัญหาอย่างไร ลองเขียนจดบันทึกลงไปในผืนทราย ผืนผ้า ผืนกระดาษสืบทอดต่อกันมา นอกจากเรื่องของขบวนการจัดการศึกสงครามแล้ว ยังมีศาสตร์ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ตามมาด้วยอีกมากมายทั้งเรื่องยารักษาเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย การหว่านพืชเพาะปลูกดูแลอย่างไร การสร้างบ้านสร้างเรือน การปกครองคนดูแลคน ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนประสิทธิ์ประสาทวิชาขึ้นมาบนการรบการศึกแทบทั้งสิ้น ผ่านมาครั้งแล้วครั้งเล่าแก้ไขปรับปรุงเรื่อยมา หากย้อนกลับมากล่าวถึงศาสตร์และศิลป์ของวิชาการมวยที่ว่าด้วยวิถีต่อสู้ด้วยมือเปล่านั้นก็หมายถึงว่า คนๆ นี้ต้องเก่งรอบด้านเมื่อเก่งรอบด้านจึงจำเป็นต้องอยู่ใกล้คนที่สำคัญอย่างเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินและเมื่อวิถีการสู้กล่าวถึงจิตใจ คนที่มีจิตใจสูงคิดพินิจพิเคราะห์กลั่นกรองจนเห็นวิถีการสู้เหล่านี้จนเป็นรูปร่าง ท่าทางการเคลื่อนที่เคลื่อนไหว แก้ท่าอย่างนั้นเยี่ยงนี้จนมาแก้มาสอนเป็นวิถีวิชาการออกมา ด้วย มวยไชยา เป็นวิถีที่ว่าด้วย ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="in_post_ad_top_1" style="margin: 5px;padding: 0px;"></div>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/ครูแปรง-มวยไชยา-2530.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-506" title="ครูแปรง มวยไชยา 2530" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/ครูแปรง-มวยไชยา-2530-208x300.jpg" alt="ครูแปรง มวยไชยา 2530" width="208" height="300" /></a></p>
<h1 style="text-align: center;">มวยไทยไชยาศาสตร์พิชัยยุทธ์ โดยครูแปรง</h1>
<p>แรกเริ่มเดิมทีการกำเนิดศิลปะศาสตร์แขนงมวยนั้นมาพร้อมๆ กับการเขียนตำรับตำราพิชัยสงครามที่ผ่านการรบต่อสู้จากสงครามจนสามารถบันทึกเหตุการณ์และวิธีการที่ใช้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นตามสถานการณ์นั้นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะในสมัยก่อนการก่อร่างสร้างเมืองเกิดขึ้นได้นั้นต้องอาศัยคนที่เก่งเพื่อใช้ในการรบพุ่งกัน คนเหล่านั้นสามารถที่จะใช้อาวุธทั้งกายและรอบกายได้อย่างคล่องแคล่วเบ็ดเสร็จในสงครามในตัวอยู่แล้ว จึงจะสามารถปกป้องบ้านเมืองมาได้ ชาติเราอยู่ได้ บ้านเมืองเราอยู่ได้ ครอบครัวเราอยู่ได้ เราจึงจะกลับมาได้อย่างปลอดภัย เราจึงอาจกล่าวได้ว่า <strong>มวยไชยา หรือ ดาบไทยโบราณ </strong>นั้นเปรียบได้กับวิถีชีวิตของเราเลยก็ว่าได้</p>
<p>นั้นก็เนื่องด้วยวิชาการด้านนี้มันทำให้เรารอดชีวิตจากสงครามกลับมายังบ้านมาอยู่กับครอบครัวได้ และนี้คือสิ่งที่ทำให้เรารักชีวิตเมื่อมีชีวิตอยู่ได้เราเลยรักครอบครัวได้ ปกป้องบ้านเมืองได้ ปกป้องชาติได้ มันจึงต้องเริ่มจากตัวเราเองก่อน การสั่งสมประสบการณ์จากการสู้รบตะลุมบอน จนเป็นวิถีหรือวิชา มันมาจากการสู้หนึ่งต่อหนึ่งหรือหนึ่งต่อหลายคน จนเกิดการหล่อหลอมเก็บบันทึก วิเคราะห์จนสืบทอดต่อๆ กันมาจากคนต่อคน  ผ่านการบอกกล่าวการพูด การสอน จนเป็นตำรับตำรา ใครคนใดเก่งเกิดการซักถาม รบอย่างไร ชนะอย่างไร แก้ปัญหาอย่างไร ลองเขียนจดบันทึกลงไปในผืนทราย ผืนผ้า ผืนกระดาษสืบทอดต่อกันมา</p>
<p>นอกจากเรื่องของขบวนการจัดการศึกสงครามแล้ว ยังมีศาสตร์ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ตามมาด้วยอีกมากมายทั้งเรื่องยารักษาเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย การหว่านพืชเพาะปลูกดูแลอย่างไร การสร้างบ้านสร้างเรือน การปกครองคนดูแลคน ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนประสิทธิ์ประสาทวิชาขึ้นมาบนการรบการศึกแทบทั้งสิ้น ผ่านมาครั้งแล้วครั้งเล่าแก้ไขปรับปรุงเรื่อยมา หากย้อนกลับมากล่าวถึงศาสตร์และศิลป์ของวิชาการมวยที่ว่าด้วยวิถีต่อสู้ด้วยมือเปล่านั้นก็หมายถึงว่า คนๆ นี้ต้องเก่งรอบด้านเมื่อเก่งรอบด้านจึงจำเป็นต้องอยู่ใกล้คนที่สำคัญอย่างเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินและเมื่อวิถีการสู้กล่าวถึงจิตใจ คนที่มีจิตใจสูงคิดพินิจพิเคราะห์กลั่นกรองจนเห็นวิถีการสู้เหล่านี้จนเป็นรูปร่าง ท่าทางการเคลื่อนที่เคลื่อนไหว แก้ท่าอย่างนั้นเยี่ยงนี้จนมาแก้มาสอนเป็นวิถีวิชาการออกมา</p>
<p>ด้วย <strong>มวยไชยา </strong>เป็นวิถีที่ว่าด้วย กายและจิตประสานกัน แต่จิตถือเป็นตัวหลักตัวใหญ่ของการต่อสู้แม้ว่าการฝึกฝนจะเกิดมาด้วยพื้นฐานเดียวกัน แต่จิตและสัญชาตญาณนั้นจะเกิดสำหรับบุคคลหนึ่งบุคคลนั้นแล้วแต่การแก้ไข ประสบการณ์การฝึกฝน การคิดพินิจพิเคราะห์แก้ไขตามสติปัญญาของบุคคลนั้นออกมาด้วยจิต เพราะตามความเป็นจริงแล้วการต่อสู้มันคิดไม่ทันว่าจะออกท่านั้นท่านี้เพราะมันรวดเร็ว ฉะนั้นจึงบอกได้ว่าการต่อสู้ด้วยวิถีของมวยต้องออกมาด้วยสัญชาตญาณของการป้องกันตัวและการต่อสู้</p>
<p>จากประวัติ<strong> มวยไชยา</strong> ตามครูบาอาจารย์ที่เล่าสืบต่อกันมานั้น มีแหล่งกำเนิดเกิดขึ้นด้วย ท่านพ่อมา พระภิกษุสงฆ์ผู้ซึ่งเคยเป็น ทนายเลือกหรือตำรวจลับรักษาพระองค์เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน จากในวังหลวง ตามที่มาในรัชกาลที่ 3 โดยกรมทนายเลือก ได้ละทิ้งทางโลกออกบวชแสวงหาสัจธรรมล่องลงมาจนถึงเมืองไชยา ณ วัดทุ่งจับช้าง และได้เผยแพร่ภูมิรู้วิชาการทั้งหมัดมวยและองค์ความรู้ต่างๆ ให้แก่ลูกศิษย์ต่อๆ กันมา เมื่อกล่าวถึงทนายเลือกผู้ที่ถูกขนานนามว่า คนเก่งคนกล้าทั้งวิชาความรู้ด้านศาสตร์และศิลป์ของการต่อสู้เพื่อรักษาผู้ที่สำคัญที่สุดนั้นย่อมหมายความว่า การได้อยู่กรมกองทนายเลือกได้ในสมัยก่อนจึงต้องเป็นคนเก่ง วิชาต่อสู้จึงต้องเก่งกาจ ด้านจิตใจที่เข้มแข็ง แกร่งทั้งกายแกร่งทั้งใจ ดังมีประวัติว่าด้วยกรมทนายเลือกมีมาแต่ยุคสมัยอยุธยาเรื่อยมาจวบจนรัตนโกสินทร์ตอนต้น ปรากฏมีหลักฐานจนถึงต้นรัชกาลที่ 6 เนื่องด้วยบุคคลที่เป็นทนายเลือกอย่าง ปรมาจารย์ พระไชยโชคชกชนะ (อ้น) ครูมวยมือเยี่ยมจังหวัดพระนคร เจ้ากรมทนายเลือกครูมวยและครูกระบี่กระบองผู้กระเดื่องนาม ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 ผู้มีหลวงวิศาลดรุณกร เป็นศิษย์เอกของท่านผู้ซึ่งเป็นอาจารย์ผู้ปกครองโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยอีกด้วย จึงจะกล่าวได้ว่า ผู้ที่ได้เอยนามตามท้ายแล้วว่า ทนายเลือกจึงมีความสามารถทั้งการต่อสู้ไว้อย่างเต็มเปี่ยม และนี่เองจึงเป็นเสมอเหมือนว่าด้วยท่าร่างท่าครูที่คล้ายคลึงกันของท่านพ่อมาและจากท่าย่างสามขุมตามอย่างปรมาจารย์หลวงวิศาลดรุณกร จึงเชื่อได้ว่า สาย<em>มวยไชยา</em>คือมวยเมืองหลวงมวยจากพระนครที่เป็นสืบต่อขยายสาย ณ เมืองไชยาจนกลับมารับใช้ในเมืองพระนครอีกครั้งหนึ่งนั้นเอง</p>
<p>อีกความหนึ่งอิงจากตำรามวยโบราณในรัชกาลที่ 3 ที่มีปรากฏเป็นหลักฐานชั้นดีที่บ่งบอกว่า <em>มวยไชยา</em> เป็นมวยหลวง มวยในวัง อันมีท่าร่าย ท่าร่างเหมือนในสมุดข่อยในรัชสมัยดังกล่าวนี้เช่นกันจึงเป็นอีกหนึ่งหลักฐานสร้างความเชื่อมั่นได้ว่า <strong>มวยไชยา </strong>คือมวยหลวงมวยวัง ศักดิ์และศรีของมวยทนายเลือกอย่างเต็มภาคภูมิ</p>
<p>ส่วนความเลือนหายของท่าบางท่าอย่าง ทุ่ม ทับ จับ หัก นั้นสืบเนื่องจากอุบัติเหตุครั้งต่อยมวยหน้าพระที่นั่งจนมีนักมวยสิ้นชีพ ณ ที่นั้นเป็นเหตุความชอบให้กติกามวยสากลได้ใช้เหตุแห่งความนี้เปลี่ยนแปลงการชกมวยคาดเชือกหรือท่าทางมวยโบราณบางท่าเป็นท่าสงวนไม่ได้ใช้ออกอาวุธ กระทำต่อเพื่อนร่วมชาติ ร่วมแผ่นดินกันได้ อันจะเป็นอันตรายถึงชีวิต ใครที่ใช้ที่ซ้อมต้องระวังอยู่ในความไม่ประมาทมีสติทุกครั้งที่ใช้ ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันการผิดพลาดพลั้งยังมือไม่ทันอาจเกิดอันตรายได้ จึงต้องมีครูผู้รู้ผู้สอนคอยอยู่ใกล้ยามฝึก
<div style='clear:both'></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความหมายของกฏ ๘ ข้อ โดยครูแปรง</title>
		<link>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%8f-%e0%b9%98-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%8f-%e0%b9%98-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 25 May 2011 03:27:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Terapak</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารมวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[กฎ 8 ข้อ]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทยไชยา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.muaychaiya.com/?p=502</guid>
		<description><![CDATA[ความหมายของกฏ ๘ ข้อ โดยครูแปรง หลักการเดินทางของมวยไชยาเป็นทั้งเรื่องของหลักการวิธีการเรียนทั้งกายและจิตใจ เพราะทั้งกฎที่กล่าวตามก่อนการเรียนทุกครั้งท่องจำไว้ให้มั่นนั้นล้วนแล้วแต่สร้างให้เกิดความคิดวิเคราะห์ไตร่ตรองสิ่งต่างๆ อย่างเช่น ข้อแรก รักและเคารพเชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดา มารดา ครูบาอาจารย์ ข้อสอง ข้าจะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ครูเอาข้อแรกที่รักพ่อแม่ครูอาจารย์มาก่อนเพราะว่า ครูอธิบายว่า ได้เอาจากรากพื้นฐานจิตใจคนก่อน ดังที่ว่า คนเราต้องรักตัวกลัวตายก่อน เรารักตัวเองก่อน รักครอบครัวก่อน  รักคนใกล้ชิดก่อนเมื่อรักสิ่งเหล่านี้ได้ เราจึงจะรู้จักปกป้อง เมื่อนั้นเราจึงแผ่ความรักแบบนี้ไปสู่สิ่งที่ใหญ่กว่านั้นคือรักชาติบ้านเมืองได้ เราฝึกฝนดีแล้วจึงเสมือนเราแผ่เมตตาให้กว้างใหญ่ออกไปจากตัวตนของเรานั้นเอง ข้อสาม ข้าพเจ้าจะเป็นคนดีทั้งกาย วาจา จิตใจ จึงเน้นย้ำเข้าไปยังจิตใจอีกขั้นอีกตอนให้เห็นว่า ความเข้มแข็งแกร่งกล้าต้องเพิ่มพูนพร้อมกับการเป็นคนดีมีศีลธรรม ทั้งสามข้อเบื้องต้นนี้เป็นเรื่องของจิตใจเป็นหลัก ข้อที่ สี่ ข้าจะบำรุงกำลังกายให้สะอาดแข็งแรงและดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริตบริสุทธิ์ ทั้งนี้ก็เพื่อเน้นย้ำลงไปอีกว่าต้องเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ พร้อมกันนี้เรายังต้องรู้จักรักผู้อื่น ข้อที่ห้า ข้าจะไม่รังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า ร่วมรักสามัคคีในหมู่พวกเดียวกันและช่วยเหลือกันเมื่อช่วยได้ เพราะเรามีวิชาที่ได้เรียนแล้ว ฝึกฝนแล้วเราจะต้องไม่คิดข่มแหงผู้อื่นผู้ใด มันสร้างให้เกิดการเชื่อมโยงจิตใจคนเพื่อให้รู้จักเพื่อนพ้องเห็นใจกันร่วมแรงร่วมใจกันเป็นกลุ่มก้อน ข้อหก ข้าพเจ้า จะบำเพ็ญกรณีย์เพื่อประโยชน์ของผู้อื่น และชาติ สอนให้รู้จักการเสียสละเพื่อผู้อื่นและชาติ ข้อที่เจ็ด ข้าจะหลีกเลี่ยงเหตุการณ์อันไม่สงบ เราจะต้องไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ไม่มั่นใจ คลุมเครือจงหลีกเลี่ยงออกมาซะ ต้องสืบเสาะหาข้อเท็จจริงให้ได้ไม่ฉะนั้นเราอาจจะตกเป็นเครื่องมือของคนอื่น ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="in_post_ad_top_1" style="margin: 5px;padding: 0px;"></div>
<h1 style="text-align: center;"><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/มวยไชยา-ขึ้นครู.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-503" title="มวยไชยา ขึ้นครู" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/มวยไชยา-ขึ้นครู-300x225.jpg" alt="มวยไชยา ขึ้นครู" width="300" height="225" /></a></h1>
<h1 style="text-align: center;">ความหมายของกฏ ๘ ข้อ โดยครูแปรง<strong></strong></h1>
<p><strong> </strong>หลักการเดินทางของมวยไชยาเป็นทั้งเรื่องของหลักการวิธีการเรียนทั้งกายและจิตใจ เพราะทั้งกฎที่กล่าวตามก่อนการเรียนทุกครั้งท่องจำไว้ให้มั่นนั้นล้วนแล้วแต่สร้างให้เกิดความคิดวิเคราะห์ไตร่ตรองสิ่งต่างๆ อย่างเช่น</p>
<p><strong>ข้อแรก รักและเคารพเชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดา มารดา ครูบาอาจารย์ </strong></p>
<p><strong>ข้อสอง ข้าจะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์</strong> ครูเอาข้อแรกที่รักพ่อแม่ครูอาจารย์มาก่อนเพราะว่า ครูอธิบายว่า ได้เอาจากรากพื้นฐานจิตใจคนก่อน ดังที่ว่า คนเราต้องรักตัวกลัวตายก่อน เรารักตัวเองก่อน รักครอบครัวก่อน  รักคนใกล้ชิดก่อนเมื่อรักสิ่งเหล่านี้ได้ เราจึงจะรู้จักปกป้อง เมื่อนั้นเราจึงแผ่ความรักแบบนี้ไปสู่สิ่งที่ใหญ่กว่านั้นคือรักชาติบ้านเมืองได้ เราฝึกฝนดีแล้วจึงเสมือนเราแผ่เมตตาให้กว้างใหญ่ออกไปจากตัวตนของเรานั้นเอง</p>
<p><strong>ข้อสาม ข้าพเจ้าจะเป็นคนดีทั้งกาย วาจา จิตใจ</strong> จึงเน้นย้ำเข้าไปยังจิตใจอีกขั้นอีกตอนให้เห็นว่า ความเข้มแข็งแกร่งกล้าต้องเพิ่มพูนพร้อมกับการเป็นคนดีมีศีลธรรม ทั้งสามข้อเบื้องต้นนี้เป็นเรื่องของจิตใจเป็นหลัก</p>
<p><strong>ข้อที่ สี่ ข้าจะบำรุงกำลังกายให้สะอาดแข็งแรงและดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริตบริสุทธิ์</strong> ทั้งนี้ก็เพื่อเน้นย้ำลงไปอีกว่าต้องเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ พร้อมกันนี้เรายังต้องรู้จักรักผู้อื่น</p>
<p><strong>ข้อที่ห้า ข้าจะไม่รังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า</strong> <strong>ร่วมรักสามัคคีในหมู่พวกเดียวกันและช่วยเหลือกันเมื่อช่วยได้</strong> เพราะเรามีวิชาที่ได้เรียนแล้ว ฝึกฝนแล้วเราจะต้องไม่คิดข่มแหงผู้อื่นผู้ใด มันสร้างให้เกิดการเชื่อมโยงจิตใจคนเพื่อให้รู้จักเพื่อนพ้องเห็นใจกันร่วมแรงร่วมใจกันเป็นกลุ่มก้อน</p>
<p><strong>ข้อหก ข้าพเจ้า จะบำเพ็ญกรณีย์เพื่อประโยชน์ของผู้อื่น และชาติ </strong> สอนให้รู้จักการเสียสละเพื่อผู้อื่นและชาติ</p>
<p><strong>ข้อที่เจ็ด </strong><strong> ข้าจะหลีกเลี่ยงเหตุการณ์อันไม่สงบ</strong> เราจะต้องไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ไม่มั่นใจ  คลุมเครือจงหลีกเลี่ยงออกมาซะ  ต้องสืบเสาะหาข้อเท็จจริงให้ได้ไม่ฉะนั้นเราอาจจะตกเป็นเครื่องมือของคนอื่น  ติดคุกติดตารางเดือนร้อนกับตัวเองได้</p>
<p><strong>ข้อที่แปด ข้าจะดำรงไว้ซึ่งระเบียบแบบแผนของมวยไทยไชยาและอาวุธไทยพิชัยยุทธ์ไว้อย่างเคร่งครัด</strong> เพื่อให้ยึดรูปแบบแผนการเรียนการสอนเอาไว้ ไม่ให้ผิดให้เพี้ยนจากเดิม เพราะนั้นเมื่อเวลาผ่านไป คนนั้นคิดอย่างคนนี้คิดอย่างตามจริตความคิดตัวเองทำให้รูปแบบที่เคยสานต่อสืบเนื่องกันมาผิดเพี้ยนไปจากเดิมได้</p>
<p>นั่นก็เพราะว่า ของเดิมที่มีมาแต่เดิมนั้นได้ผ่านการวิเคราะห์วิจัยมาอย่างยาวนานแล้วหากเราจะมาปรับมาปรุงใหม่นั้นก็ให้ยึดหลักปักหมุดอันเดิมแล้วเพิ่มเติมจากนี้ไม่ให้ตัดลดทอนของเก่าไปได้ นั้นก็จะต้องเพิ่มพูนขึ้นจากเดิมให้แข็งแกร่งมากขึ้น อันไหนทำแล้วดีก็ทำไปหากว่า เปลี่ยนแปลงแล้วไม่เหมาะสมไม่ดีอย่างเดิมก็ให้คงไว้เท่าเดิม</p>
<p>สิ่งต่างๆ เหล่านี้ต้องได้รับการพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ใช้ดีสำหรับผู้ใช้ไม่ใช่สำหรับผู้วิจารณ์ เพราะบางคนยังไม่ลองใช้ยังใช้ไม่เป็นก็หาว่าใช้ไม่ได้อย่างนี้ไม่ถูกต้อง นั้นเพราะว่า รูปท่ามวยแต่ละท่าแต่ละแบบนั้นได้ถูกเลือกคัดสรรเป็นรูปแบบมาอย่างละเอียดรอบคอบจากครูบาอาจารย์มาแล้วทั้งสิ้น <strong>การรู้มากท่าทางไว้นั้นเหมาะสมแล้ว หากเรารู้น้อยมีน้อยใช้น้อยก็หมดไป หากรู้มากใช้ไม่หมดก็เก็บไว้ยามอื่นๆได้</strong></p>
<p>ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นส่วนเชื่อมโยงวิชาการและคนเรียนให้เปรียบเสมือนสิ่งที่ร้อยผูกพันมัดทั้งกายและจิตวิญญาณภายในให้กล้าแข็ง สามารถที่จะคงอยู่และต่อสู้ด้วยตัวเราเองได้เมื่อมีเหตุประสบพบเจอ ทั้งนี้คนที่เรียกว่า คนดียอมมีความกล้าหาญที่จะต่อสู้ มีตบะที่แกล้วกล้าท้าชนกับเหตุการณ์ใดๆ อย่างไม่หวาดกลัว เพราะใครก็ตามที่มีการต่อสู้ด้วยความรัก กตัญญูต่อพ่อแม่ จงรักภักดีต่อชาติย่อมมีพลังแห่งความดีที่สะสมจากการเรียนรู้การสอนแบบนี้ให้พุ่งไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่นไว้เกรงกลัว แต่เมื่อใดก็ตามที่การกระทำสืบเนื่องมาจากความโลภ ด้วยอามิสสินจ้างย่อมไม่สามารถมีแรงมุ่งมั่นชักจูงให้กระทำการใดได้อย่างสำเร็จได้</p>
<p>คนเรานั้นเมื่อเจอเหตุปะทะที่เกี่ยวข้องกับตัวเองย่อมมีความหวาดกลัวหวาดหวั่นขึ้นมาในจิตใจทั้งสิ้น สิ่งเหล่านี้ต้องได้รับการฝึกฝนอยู่เสมอๆ จึงสามารถควบคุมปรารควบคุมจิตใจตัวเองเอาไว้ได้ไม่ตื่นเต้น ไม่วอกแวกมีสติมีสมาธิในเหตุการณ์นั้นๆ ได้ การมีสติมาแล้วเหมือนเรามีกำลังอยู่ 50 เปอร์เซ็นต์แล้ววิชาอีก 50 เปอร์เซ็นต์ ช่วยให้เรามั่นใจมากขึ้น ฉะนั้นเมื่อมีวิชา จิตใจ สติสมาธิต้องมาพร้อมกันด้วยจึงจะสำริดผลใดๆ ได้</p>
<p>คัดลอกจากงานหนังสือไหว้ครู ปี ๒๕๕๔
<div style='clear:both'></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%8f-%e0%b9%98-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สืบสายวิชาจากครูทองสู่ครูแปรง ตอนที่ 2</title>
		<link>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-2/</link>
		<comments>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 May 2011 01:00:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Terapak</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารมวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ครูแปรง]]></category>
		<category><![CDATA[สืบสายวิชาจากครูทองสู่ครูแปรง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.muaychaiya.com/?p=494</guid>
		<description><![CDATA[สืบสายวิชาจากครูทองสู่ครูแปรง ตอนที่ 2 นับได้ว่าตั้งแต่ปี พศ. 2526 ก็เริ่มเรียนอย่างจริงจังเรียกว่าไปบ้านครูทองท่านเกือบทุกวัน หลังจากสอนดาบที่ชมรมที่รามแล้วประมาณ 4 โมงก็ต้องไปบ้านครูและก็อยู่จนดึกดื่น ซ้อมขยันลืมเวลาจนบางทีรถประจำทางหรือสองแถว รถเมล์หมดเวลาวิ่ง ก็ต้องอาศัยไหว้วานครูท่านฝากท่ารถเมล์ประจำสายนั้นๆ ขากลับที่จะต้องส่งรถตีเปล่ากลับมาที่บ้านเสมอๆ บางทีดึกมากก็ต้องนอนกันที่บ้านครูเลย อาจจะด้วยเหตุนี้ที่ทำให้ครูทองท่านได้สนิทสนม ด้วยเป็นลักษณะของลูกศิษย์ที่เอาจริงเอาจัง ขยันและช่วยเหลืองานเล็กงานน้อยที่บ้านของครูท่านเสมอๆ จนเหมือนเป็นคนในครอบครัวท่านก็ว่าได้เพราะทั้งกินข้าวบ้านครู นอนบ้านครูท่านอยู่เสมอๆ และที่บ้านของครูทองท่านเองภรรยาท่านก็ให้ความรักใคร่และเอ็นดูด้วยความรักดั่งลูก ซึ่งเป็นวิถีประหนึ่งครูกับลูกศิษย์ครั้งสมัยโบราณก็ไม่ปานที่ว่า ต้องอยู่เรียนช่วยเหลืองานที่บ้านครูมวยเพื่อแลกกับวิชาความรู้ด้วยจิตด้วยใจที่รักและรู้คุณครูบาอาจารย์เป็นสิ่งสำคัญเสมอ เพราะว่าครูที่แท้ให้ทั้งวิชา ให้ความรักศิษย์เพื่อให้ได้รู้เรียนครบจบขบวนความ ยังเอ็นดูเอื้อเฟื้อประสานิสัยไทย เฝ้าหวังสืบทอดต่อวิชาไม่ให้ห่างขาดสาย สิ้นสูญไป การร่ำเรียนแบบนี้ยังเป็นเสมือนครูเฝ้าดูนิสัยใจคอของลูกศิษย์เองที่ว่า จะเป็นคนอย่างไร คิดคดในข้องอในกระดูกหรือไม่ ฝากฝังวิชาให้ได้หรือเปล่า ทั้งครูและศิษย์ก็เรียนรู้ดูใจกันไปพร้อมๆ กัน หลังจากได้เรียนวิชาสักระยะหนึ่งครูแปรงก็ได้แนะนำให้ครูทองท่านมาสอนที่ชมรมดาบภายในรามสมัยนั้นแม้ว่าเบื้องต้นจะยังมีปัญหาอยู่บ้างเนื่องจาก ในรามเองก็มีความเป็นตัวเป็นตนของสำนักตัวเองมีวิชาของตัวเองจึงเกรงระหว่างครูทองและรุ่นพี่ที่ชมรม แต่ก็เนื่องด้วยครูแปรงท่านเองก็เป็นคนสนิททั้งฝั่งรามและครูรุ่นพี่จึงไว้ใจให้เข้ามาสอน อีกทั้งยังเหมือนผู้ประสานระหว่างสำนักทั้งที่รามและครูทองท่านให้สามารถแลกเปลี่ยนถ่ายทอดวิชาออกมาได้ภายนอกอย่างที่รามเป็นที่เริ่มที่แรกของการสอนศิษย์ภายนอกอย่างจริงจังก็ครานี้ และก็มีลูกศิษย์จากรามในสายมวยไชยานี้มากขึ้น ณ เวลานั้นเองเมื่อประมาณ พศ. 2527 นับแต่นั้นมาเมื่อเวลามีโชว์หรือแสดงที่ไหน ครูแปรงมักจะเอามวยไชยาออกแสดงร่วมกับดาบกระบี่กระบองไทยเข้าร่วมรวมกันไปคราเดียวกัน เป็นจุดเหตุเริ่มต้นของการสืบทอดสร้างชื่อมวยไชยาเรื่อยๆ มาพร้อมๆ กับที่ครูทองท่านสอนลูกศิษย์สายรามต่อเนื่องมาจนเมื่อครูแปรงท่านจบการศึกษาที่รามคำแหง ครูทองท่านก็ได้แนะนำฝากตัวให้เข้าทำงานที่กรมโยธาด้วย เพื่อที่ว่าจะได้เป็นคนช่วยสอนศิษย์ที่มาเรียนกับครูทองท่านที่กรมฯ ด้วยอีกทางหนึ่งและก็ได้สอนมวยกันเพิ่มเติมที่นั้นจนกระทั้งครูแปรงต้องรับราชการทหารในคราหนึ่งจึงได้ห่างหายจากครูทองระยะนี้เอง หลังจากที่มีลูกศิษย์ครูแปรงท่านแล้ว ก็ยังมีรุ่นพี่ชื่อ โย่งได้เข้าศึกษาต่อที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงได้เปิดการสอนมวยไชยาขึ้นเป็นแห่งที่สองในสายสถาบันที่นั้นเพิ่มอีกหนึ่งที่ ครูทองท่านจึงมีศิษย์ทั้งฝั่งรามคำแหงและจุฬาฯ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="in_post_ad_top_1" style="margin: 5px;padding: 0px;"></div>
<h1 style="text-align: center;"><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/ครูทอง-ครูแปรง.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-495" title="ครูทอง ครูแปรง" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/ครูทอง-ครูแปรง-200x300.jpg" alt="" width="200" height="300" /></a></h1>
<h1 style="text-align: center;">สืบสายวิชาจากครูทองสู่ครูแปรง ตอนที่ 2</h1>
<p>นับได้ว่าตั้งแต่ปี พศ. 2526 ก็เริ่มเรียนอย่างจริงจังเรียกว่าไปบ้านครูทองท่านเกือบทุกวัน หลังจากสอนดาบที่ชมรมที่รามแล้วประมาณ 4 โมงก็ต้องไปบ้านครูและก็อยู่จนดึกดื่น ซ้อมขยันลืมเวลาจนบางทีรถประจำทางหรือสองแถว รถเมล์หมดเวลาวิ่ง ก็ต้องอาศัยไหว้วานครูท่านฝากท่ารถเมล์ประจำสายนั้นๆ ขากลับที่จะต้องส่งรถตีเปล่ากลับมาที่บ้านเสมอๆ บางทีดึกมากก็ต้องนอนกันที่บ้านครูเลย</p>
<p>อาจจะด้วยเหตุนี้ที่ทำให้ครูทองท่านได้สนิทสนม ด้วยเป็นลักษณะของลูกศิษย์ที่เอาจริงเอาจัง ขยันและช่วยเหลืองานเล็กงานน้อยที่บ้านของครูท่านเสมอๆ จนเหมือนเป็นคนในครอบครัวท่านก็ว่าได้เพราะทั้งกินข้าวบ้านครู นอนบ้านครูท่านอยู่เสมอๆ และที่บ้านของครูทองท่านเองภรรยาท่านก็ให้ความรักใคร่และเอ็นดูด้วยความรักดั่งลูก ซึ่งเป็นวิถีประหนึ่งครูกับลูกศิษย์ครั้งสมัยโบราณก็ไม่ปานที่ว่า ต้องอยู่เรียนช่วยเหลืองานที่บ้านครูมวยเพื่อแลกกับวิชาความรู้ด้วยจิตด้วยใจที่รักและรู้คุณครูบาอาจารย์เป็นสิ่งสำคัญเสมอ</p>
<p>เพราะว่าครูที่แท้ให้ทั้งวิชา ให้ความรักศิษย์เพื่อให้ได้รู้เรียนครบจบขบวนความ ยังเอ็นดูเอื้อเฟื้อประสานิสัยไทย เฝ้าหวังสืบทอดต่อวิชาไม่ให้ห่างขาดสาย สิ้นสูญไป การร่ำเรียนแบบนี้ยังเป็นเสมือนครูเฝ้าดูนิสัยใจคอของลูกศิษย์เองที่ว่า จะเป็นคนอย่างไร คิดคดในข้องอในกระดูกหรือไม่ ฝากฝังวิชาให้ได้หรือเปล่า ทั้งครูและศิษย์ก็เรียนรู้ดูใจกันไปพร้อมๆ กัน</p>
<p>หลังจากได้เรียนวิชาสักระยะหนึ่งครูแปรงก็ได้แนะนำให้ครูทองท่านมาสอนที่ชมรมดาบภายในรามสมัยนั้นแม้ว่าเบื้องต้นจะยังมีปัญหาอยู่บ้างเนื่องจาก ในรามเองก็มีความเป็นตัวเป็นตนของสำนักตัวเองมีวิชาของตัวเองจึงเกรงระหว่างครูทองและรุ่นพี่ที่ชมรม แต่ก็เนื่องด้วยครูแปรงท่านเองก็เป็นคนสนิททั้งฝั่งรามและครูรุ่นพี่จึงไว้ใจให้เข้ามาสอน อีกทั้งยังเหมือนผู้ประสานระหว่างสำนักทั้งที่รามและครูทองท่านให้สามารถแลกเปลี่ยนถ่ายทอดวิชาออกมาได้ภายนอกอย่างที่รามเป็นที่เริ่มที่แรกของการสอนศิษย์ภายนอกอย่างจริงจังก็ครานี้ และก็มีลูกศิษย์จากรามในสายมวยไชยานี้มากขึ้น ณ เวลานั้นเองเมื่อประมาณ พศ. 2527</p>
<p>นับแต่นั้นมาเมื่อเวลามีโชว์หรือแสดงที่ไหน ครูแปรงมักจะเอามวยไชยาออกแสดงร่วมกับดาบกระบี่กระบองไทยเข้าร่วมรวมกันไปคราเดียวกัน เป็นจุดเหตุเริ่มต้นของการสืบทอดสร้างชื่อมวยไชยาเรื่อยๆ มาพร้อมๆ กับที่ครูทองท่านสอนลูกศิษย์สายรามต่อเนื่องมาจนเมื่อครูแปรงท่านจบการศึกษาที่รามคำแหง ครูทองท่านก็ได้แนะนำฝากตัวให้เข้าทำงานที่กรมโยธาด้วย เพื่อที่ว่าจะได้เป็นคนช่วยสอนศิษย์ที่มาเรียนกับครูทองท่านที่กรมฯ ด้วยอีกทางหนึ่งและก็ได้สอนมวยกันเพิ่มเติมที่นั้นจนกระทั้งครูแปรงต้องรับราชการทหารในคราหนึ่งจึงได้ห่างหายจากครูทองระยะนี้เอง หลังจากที่มีลูกศิษย์ครูแปรงท่านแล้ว ก็ยังมีรุ่นพี่ชื่อ โย่งได้เข้าศึกษาต่อที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงได้เปิดการสอนมวยไชยาขึ้นเป็นแห่งที่สองในสายสถาบันที่นั้นเพิ่มอีกหนึ่งที่ ครูทองท่านจึงมีศิษย์ทั้งฝั่งรามคำแหงและจุฬาฯ เกิดขึ้นในยุคสมัยหนึ่งนั้นด้วย</p>
<p><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/ค่ายไชยารัตน์.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-497" title="ค่ายไชยารัตน์" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/ค่ายไชยารัตน์.jpg" alt="ค่ายไชยารัตน์" width="250" height="218" /></a><br />
หากถามเรื่องของนิสัยครูทองท่าน ครูแปรงได้เล่าให้ฟังว่า ครูทองท่านเป็นคนจริงจัง ใจดี รักวิชา รักศิษย์ โมโหร้ายโมโหแรง  อารมณ์ร้อน ศิษย์คนไหนทำไม่ดีท่านด่าทอแรงๆ ตรงนี้เองที่ครูแปรงท่านเองก็สัมผัสมากับตัว เนื่องด้วยคราหนึ่งห่างหายจากครูด้วยหน้าที่การงานและครอบครัว จึงไม่ได้ใกล้ชิดสนิทสนมเหมือนเมื่อก่อน ทำให้ครูท่านเข้าใจผิดคิดว่า คงไม่เอาวิชาทิ้งห่างครูอาจารย์แล้ว ท่านก็ด่าแรงๆ ทำเอาครูแปรงท่านต้องเข้าไปกราบไปคุยให้เข้าใจตรงกัน ครูแปรงท่านก็เล่าให้ฟังว่า เมื่อคุยกันด้วยเข้าใจด้วยดีแล้วครูทองท่านก็เข้าใจก็หายโกรธอย่างนั้นง่ายๆ ด้วยที่ว่าเป็นคนจริงจังนักเลง เข้าใจผิดแก้ไขก็หายเร็ว ซึ่งตรงนี้ครูแปรงท่านก็รู้จึงต้องเร่งรีบเข้าไปพูดคุยเมื่อเกิดเหตุเข้าใจผิดกัน สมัยนั้นครูแปรงถึงกับหนักใจด้วยที่ว่า การงานและครอบครัวจึงต้องห่างหายไกลครูบ้างและอยากให้มีตัวตายตัวแทนใหม่เพื่อช่วยเหลืองานครูท่านต่อไปบ้าง</p>
<p><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/ครูทอง-ถ่ายทีวี.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-498" title="ครูทอง ถ่ายทีวี" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/ครูทอง-ถ่ายทีวี.jpg" alt="ครูทอง ถ่ายทีวี" width="213" height="150" /></a><br />
มาถึงยุคที่หนังสือ วารสารและรายการทีวีได้ถ่ายทำสารคดีจนมีการเปิดสอนมวยไชยาแบบภายนอกสถาบันเป็นสำนักสอนตามบ้านหรือรับสอนภายนอกนี้เอง นับได้ว่าครูทองท่านเป็นครูสอนมวยไชยาท่านหนึ่งที่เชื่อมยุคต่อสมัยสืบมาจากปรมาจารย์เขตร ในยุคนั้นสมัยที่ท่านเริ่มสอนศิษย์ใหม่ๆ มีเรื่องเล่าว่า ท่านได้เข้าไปกราบขอสอนศิษย์ในวิชามวยไชยากับปรมาจารย์เขตร   ซึ่งในขณะนั้นปรมารจารย์เขตรท่านยืนสอนลูกศิษย์อยู่ ท่านครูทองได้ไปยืนข้างๆ และกล่าวว่าครูครับผมจะสอนได้มั๊ยครับ เสี้ยววินาทีนั้น ปรมาตารย์เขตท่านได้เตะเหวี่ยงแข้งมาอย่างรวดเร็ว ครูทองท่านก็รับด้วยท่าจูบแข้งและพร้อมที่จะโต้ตอบกลับด้วยหมัด ปรมารจารย์เขตรท่านจึงใช้มือกดลงที่ศีรษะ ของครูทองเป็นการสลายแรงและลูบหัวบอกว่าไหวพริบดีใช้ได้ แต่ต้องมาเรียนวิชาครูเพิ่มนะ ขนาดครูเองตัวสูงใหญ่ยังมีคนมาลองเลย ฉะนั้นเราตัวเล็กต้องเรียนเยอะๆ นะ<br />
ในชีวิตครอบครัวของครูทองท่านเองนั้นก็มีภรรยาและลูกอยู่ด้วยกัน 5 คน รวม มีลูกสาว 3 คน ลูกชาย1 คน ท่านหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการรับราชการที่กรมโยธา เป็นคนที่ขยันแต่บ้างก็ว่า ท่านเองก็เป็นคนเจ้าชู้อยู่บ้างเหมือนกันแต่ในส่วนของครอบครัวนั้นท่านไม่ได้ขาดตกบกพร่องในเรื่องอื่นๆ เลย</p>
<p>คำพูดที่ครูทองท่านสอนเสมอมาว่า มวยไชยาของเรานี้มีรูปแบบทั้ง ป้องปัดปิดเปิด เยาะย่างยักเยื้อง อวัยวุธ หมัดเท้าเข่าศอกใช้ทุกส่วนร่างกายให้ครบ ถดถอยเหาะเหิร ล้มลุกคลุกคลาน กอดรัดฟัดเหวี่ยง  ทุ่มทับจับหัก ประกบประกับจับรัง  ท่านพูดเคล็ดไว้แบบนี้นอกจากนี้ท่านยังกล่าวอีกว่า อะไรที่มีในโลกนี้มีในการต่อสู้มวยไชยาเราก็มีหมดแล้ว ท่านยังว่า มวยนี้เรียนไม่รู้จบวิชานี้เป็นศาสตร์เพราะมันเป็นวิชาที่คิดได้ตลอดแตกได้ตลอด ยิ่งเรียนยิ่งรู้ต่อไปเรื่อยๆ ท่าคิดได้แตกได้ตามสติปัญญาการตั้งชื่อก็ตั้งตามที่เข้าใจกันระหว่างสำนัก สามารถแตกยอดต่อแขนงวิชาการได้ แต่อย่างเดียวคือ เราต้องมีท่าครูไว้ อย่าทิ้งท่าครูนะลูก นั่นเป็นคำที่บูรพาจารย์ทุกท่านได้กล่าวย้ำไว้เสมอๆ.
<div style='clear:both'></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สืบสายวิชาจากครูทองสู่ครูแปรง ตอนที่ 1</title>
		<link>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-1/</link>
		<comments>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-1/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 21 May 2011 16:59:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Terapak</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารมวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ครูแปรง]]></category>
		<category><![CDATA[สืบสายวิชาจากครูทองสู่ครูแปรง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.muaychaiya.com/?p=488</guid>
		<description><![CDATA[สืบสายวิชาจากครูทองสู่ครูแปรง ตอนที่ 1 ต้นเหตุแรกเริ่มจากการสอนดาบที่ชมรมอาวุธไทยรามได้พบปะรุ่นน้องที่ได้ลองเข้าคู่ลงมวยกัน ภาพแห่งท่าจรดมวยที่แปลกตา ทำให้ครูแปรงชวนสงสัยและหวนคิดถึงเรื่องราวสายมวยโบราณที่ย้ำอยู่ในห้วงความคิดที่ว่า มวยโบราณนี้มีดีแท้เหตุไฉนเราถึงจักเรียนรู้ได้ เพราะกาลเวลาผ่านมานานเหลือเกินจะยังคงหลงเหลือถึงมือเราได้กระนั้นเหรอ เมื่อภาพความคิดประติดประต่อกับท่าจรดมวยโบราณจึงทำให้เค้าโครงความจริงปรากฏขึ้น จึงได้สอบถามและสืบเสาะได้ความว่าเป็นท่าจรดมวยของครูมวยท่านหนึ่ง นามว่า ครูทองหล่อ ยาเเละ ครั้นได้ถามตามสืบจึงใคร่อยากเป็นศิษย์อยากเรียนมวยด้วยจึงเดินทางไปยังบ้านครู ครั้งนั้นครูแปรงยังจำเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจนเมื่อต้องไปพบครูท่านครั้งแรกด้วยที่ว่า กว่าจะเข้าถึงนั้นต้องฝ่าฟันอย่างที่เขาว่า ฝ่าน้ำข้ามทะเลก็ไม่ปานเพราะช่วงนั้น น้ำท่วมใหญ่ทั้งที่รามและบริเวณบ้านทับช้างอันเป็นที่พำนักอาศัยครูผู้ประสาทวิชาผู้นี้ ตอนนั้นท่านเล่าว่า บริเวณที่ครูทองท่านอยู่อาศัยสมัยนั้นยังเป็นท้องนาน้ำยังคงท่วมอยู่ แม้ว่าแถวรามน้ำท่วมจะลดลงแล้วแต่ที่ทางเข้าบ้านท่านยังท่วมอยู่ลึกประมาณเอวได้ จึงต้องพายเรือกันเข้าไปต้องวิดน้ำออกครั้งแล้วครั้งเล่ากว่าจะถึงบ้านครูแถมยังมีรุ่นพี่ๆน้องๆ ตามกันมาอีกซักกระบวนหนึ่งประมาณได้ว่า สิบกว่าคนไอ้ที่ลงเรือได้ก็ว่ากันไปส่วนที่เหลือก็เฝ้าอีกฝั่งรอเพื่อนๆ ว่ากันอย่างนั้น เมื่อเข้าไปแล้วก็ได้กราบครูมอบตัวเป็นศิษย์เพื่อจะเรียนวิชา ท่าก็ให้รอน้ำลดลงเสียก่อนแล้วค่อยมาเรียนกัน ครูทองท่านก็ใจดีรับไว้ ครั้นเมื่อน้ำลดลงบริเวณบ้านครูทองท่านก็มีอาณาบริเวณสักประมาณหนึ่งไว้สำหรับซ้อมและเรียนมวย ซึ่งในขณะนั้นครูทองท่านเองก็มีลูกศิษย์ลูกหาที่มาเรียนมวยทั้งที่เป็นมวยคาดเชือกและมวยเวทีก็สอนกันอยู่บ้างแล้วจำนวนหนึ่ง เมื่อแรกเข้าไปเรียนมวยนั้นแต่เดิมครูทองท่านก็สอนเชิงชกมวยแบบเวทีที่ยุคนั้นนิยมกัน แต่เมื่อครูแปรงขอเรียนได้พูดกับครูทองท่านว่า อยากเรียนแบบอนุรักษ์แบบโบราณ ท่านก็ให้ยืนให้ย่อเข่าย่อขาแบบอย่างเรียนดาบ แล้วท่านก็ปรับก็แต่งให้ว่า การเรียนมวยขา เข่าต้องหันไปทางเดียวกันชี้ทิศชี้ทางเดียวกันไม่กว้างไปกว่าไหล่เราและท่านยังได้บอกอีกว่า รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ลองดี มันมีวิชากันจริงไหม ท่านก็ให้ทำท่ามวยซ้ำๆ อย่างนั้นเป็นชั่วโมงๆ เพื่อจะดูว่า พวกนี้มันมีวิชากันจริงหรือเปล่า ตั้งใจจริงกันไหม ท่านสั่งให้ทำท่ามวยแล้วท่านก็นั่งหลับไป นัยว่าลองเชิงลูกศิษย์เอาว่า มันจะสู้จริงอยากได้วิชาจริงหรือไม่ ครูแปรงท่านเองก็ว่า เคยได้ยินคนโบราณท่านว่า ครูบาอาจารย์ท่านลองดีมักทดสอบทดลองจิตใจศิษย์ ท่านเลยต้องทำอย่างที่ครูบอก จนครูทองท่านหลับตื่นอีกทีบ่ายสามโมง ท่านก็ยังมาเห็นว่า ครูแปรงก็ยังฝึกท่าเดิมๆ อยู่ก็ถามว่า ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="in_post_ad_top_1" style="margin: 5px;padding: 0px;"></div>
<p><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/ครูมวยไชยา.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-489" title="ครูมวยไชยา ครูทอง ครูแปรง" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/ครูมวยไชยา-253x300.jpg" alt="ครูมวยไชยา ครูทอง ครูแปรง" width="253" height="300" /></a></p>
<h1 style="text-align: center;">สืบสายวิชาจากครูทองสู่ครูแปรง ตอนที่ 1</h1>
<p>ต้นเหตุแรกเริ่มจากการสอนดาบที่ชมรมอาวุธไทยรามได้พบปะรุ่นน้องที่ได้ลองเข้าคู่ลงมวยกัน ภาพแห่งท่าจรดมวยที่แปลกตา ทำให้ครูแปรงชวนสงสัยและหวนคิดถึงเรื่องราวสายมวยโบราณที่ย้ำอยู่ในห้วงความคิดที่ว่า มวยโบราณนี้มีดีแท้เหตุไฉนเราถึงจักเรียนรู้ได้ เพราะกาลเวลาผ่านมานานเหลือเกินจะยังคงหลงเหลือถึงมือเราได้กระนั้นเหรอ เมื่อภาพความคิดประติดประต่อกับท่าจรดมวยโบราณจึงทำให้เค้าโครงความจริงปรากฏขึ้น จึงได้สอบถามและสืบเสาะได้ความว่าเป็นท่าจรดมวยของครูมวยท่านหนึ่ง นามว่า ครูทองหล่อ ยาเเละ</p>
<p>ครั้นได้ถามตามสืบจึงใคร่อยากเป็นศิษย์อยากเรียนมวยด้วยจึงเดินทางไปยังบ้านครู ครั้งนั้นครูแปรงยังจำเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจนเมื่อต้องไปพบครูท่านครั้งแรกด้วยที่ว่า กว่าจะเข้าถึงนั้นต้องฝ่าฟันอย่างที่เขาว่า ฝ่าน้ำข้ามทะเลก็ไม่ปานเพราะช่วงนั้น น้ำท่วมใหญ่ทั้งที่รามและบริเวณบ้านทับช้างอันเป็นที่พำนักอาศัยครูผู้ประสาทวิชาผู้นี้ ตอนนั้นท่านเล่าว่า บริเวณที่ครูทองท่านอยู่อาศัยสมัยนั้นยังเป็นท้องนาน้ำยังคงท่วมอยู่ แม้ว่าแถวรามน้ำท่วมจะลดลงแล้วแต่ที่ทางเข้าบ้านท่านยังท่วมอยู่ลึกประมาณเอวได้ จึงต้องพายเรือกันเข้าไปต้องวิดน้ำออกครั้งแล้วครั้งเล่ากว่าจะถึงบ้านครูแถมยังมีรุ่นพี่ๆน้องๆ ตามกันมาอีกซักกระบวนหนึ่งประมาณได้ว่า สิบกว่าคนไอ้ที่ลงเรือได้ก็ว่ากันไปส่วนที่เหลือก็เฝ้าอีกฝั่งรอเพื่อนๆ ว่ากันอย่างนั้น เมื่อเข้าไปแล้วก็ได้กราบครูมอบตัวเป็นศิษย์เพื่อจะเรียนวิชา ท่าก็ให้รอน้ำลดลงเสียก่อนแล้วค่อยมาเรียนกัน ครูทองท่านก็ใจดีรับไว้</p>
<p>ครั้นเมื่อน้ำลดลงบริเวณบ้านครูทองท่านก็มีอาณาบริเวณสักประมาณหนึ่งไว้สำหรับซ้อมและเรียนมวย ซึ่งในขณะนั้นครูทองท่านเองก็มีลูกศิษย์ลูกหาที่มาเรียนมวยทั้งที่เป็นมวยคาดเชือกและมวยเวทีก็สอนกันอยู่บ้างแล้วจำนวนหนึ่ง เมื่อแรกเข้าไปเรียนมวยนั้นแต่เดิมครูทองท่านก็สอนเชิงชกมวยแบบเวทีที่ยุคนั้นนิยมกัน แต่เมื่อครูแปรงขอเรียนได้พูดกับครูทองท่านว่า อยากเรียนแบบอนุรักษ์แบบโบราณ ท่านก็ให้ยืนให้ย่อเข่าย่อขาแบบอย่างเรียนดาบ แล้วท่านก็ปรับก็แต่งให้ว่า การเรียนมวยขา เข่าต้องหันไปทางเดียวกันชี้ทิศชี้ทางเดียวกันไม่กว้างไปกว่าไหล่เราและท่านยังได้บอกอีกว่า รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ลองดี มันมีวิชากันจริงไหม ท่านก็ให้ทำท่ามวยซ้ำๆ อย่างนั้นเป็นชั่วโมงๆ เพื่อจะดูว่า พวกนี้มันมีวิชากันจริงหรือเปล่า ตั้งใจจริงกันไหม ท่านสั่งให้ทำท่ามวยแล้วท่านก็นั่งหลับไป นัยว่าลองเชิงลูกศิษย์เอาว่า มันจะสู้จริงอยากได้วิชาจริงหรือไม่</p>
<p><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/บ้านครูทอง.jpg"><img class="size-full wp-image-490 aligncenter" title="บ้านครูทอง" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/บ้านครูทอง.jpg" alt="บ้านครูทอง" width="250" height="151" /></a></p>
<p>ครูแปรงท่านเองก็ว่า เคยได้ยินคนโบราณท่านว่า ครูบาอาจารย์ท่านลองดีมักทดสอบทดลองจิตใจศิษย์ ท่านเลยต้องทำอย่างที่ครูบอก จนครูทองท่านหลับตื่นอีกทีบ่ายสามโมง ท่านก็ยังมาเห็นว่า ครูแปรงก็ยังฝึกท่าเดิมๆ อยู่ก็ถามว่า เล่นแต่เช้ายังไม่เลิกอีกเหรอ ครูแปรงตอบท่านกลับไปว่า ครูให้ทำก็ทำไปก็ครูไม่ได้บอกให้หยุด ก็นับได้ว่าได้หยั่งเชิงลองภูมิครานั้น ครูทองท่านเลยชอบเพราะเป็นคนเอาจริงเอาจัง เวลาเรียนครูทองท่านเองก็จะสอนรวมๆ เอาทั้งหมดไม่ได้แบ่งแยกท่าแยกทางตามประสาเหมือนเมื่อสมัยนี้ เราเองก็ต้องจับประกอบประสานเก็บเล็กผสมน้อยจากครูท่าน ครูแปรงกล่าวว่า พอเวลาไปถึงก็ถามวิชา อย่างที่ว่าเมื่อเขาจับคอตีเข่าเราจะแก้อย่างไร ครูทองท่านก็ให้จับคอท่านแล้วก็ตีเข่า ท่านก็ยกศอกบัง ค้ำคอต่อยท้องบ้าง ปัดหมัดบ้าง จนครูแปรงท่านว่า มันแปลกมันมีมิติของการต่อสู้ที่น่าสนใจก็ร่ำเรียนกับท่านครูทองในรูปแบบนี้เสมอมา
<div style='clear:both'></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ครูฝึกมวยไชยาสาขาภูเก็ต นายชนุภณ ยอดสมัย</title>
		<link>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%8a/</link>
		<comments>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%8a/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 May 2011 14:37:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Terapak</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารมวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[ครูบาอาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูมวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ฝึกมวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไชยา]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทยไชยา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.muaychaiya.com/?p=470</guid>
		<description><![CDATA[1.แนะนำตัวให้รู้จักหน่อย ชื่อ นายชนุภณ ยอดสมัย (โช) Chanuphon Yodsamai เกิดเมื่อ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ ปัจจุบันอายุ ๓๑ ปี เป็นชาวปักษ์ใต้ เมืองชุมพร เรียนชั้นมัธยมศึกษา ที่ ๑ &#8211; ๖ ณ โรงเรียนศรียาภัย ชุมพร จบปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง และเข้ารับราชการ เมื่อ ๑ มีนาคม ๒๕๔๙ เป็นนิติกรท้องถิ่น อยู่ สามปีกับ เจ็ดเดือน จึงลาออกจากราชการมาเพื่อทำงานด้านอนุรักษ์มวยไชยา และอาวุธไทยสายบ้านครูแปรง 2.เข้ามาเรียนมวยไชยาและอาวุธไทยได้อย่างไร ได้ทราบข่าวมวยไชยาจากหนังสือ สยามคอมแบต ซึ่งลงบทสัมภาษณ์ของครูแปรงไว้ จึงเกิดความสนใจเพราะเป็นศิลปที่ไม่เคยพบเห็นจากที่ใดมาก่อน และได้ติดต่อขอเข้าฝึกที่ สยามยุทธ์ยิม ซอยปรีดีพนมยงค์ เมื่อ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๖ 3.ฝึกแล้วรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง ในระยะแรกเมื่อฝึกแล้วพบว่าการฝึกด้วยท่ามวยพื้นฐานมวยไชยานั้น เป็นการจัดระเบียบร่างกายให้ใช้ต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันตัวได้อย่างดี ทั้งยังเป็นการฝึกสติให้จดจ่ออยู่กับท่าฝึกเพื่อมิให้ผิดเพี้ยน ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="in_post_ad_top_1" style="margin: 5px;padding: 0px;"></div>
<p><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/ครูมวยไชยา-โช.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-471" title="ครูมวยไชยา โช" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/ครูมวยไชยา-โช-228x300.jpg" alt="ครูมวยไชยา โช" width="228" height="300" /></a></p>
<p><strong>1.แนะนำตัวให้รู้จักหน่อย</strong></p>
<p>ชื่อ นายชนุภณ ยอดสมัย (โช) Chanuphon Yodsamai เกิดเมื่อ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ ปัจจุบันอายุ ๓๑ ปี เป็นชาวปักษ์ใต้ เมืองชุมพร</p>
<p>เรียนชั้นมัธยมศึกษา ที่ ๑ &#8211; ๖ ณ โรงเรียนศรียาภัย ชุมพร</p>
<p>จบปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง</p>
<p>และเข้ารับราชการ เมื่อ ๑ มีนาคม ๒๕๔๙ เป็นนิติกรท้องถิ่น อยู่ สามปีกับ เจ็ดเดือน จึงลาออกจากราชการมาเพื่อทำงานด้านอนุรักษ์มวยไชยา และอาวุธไทยสายบ้านครูแปรง</p>
<p><strong>2.เข้ามาเรียนมวยไชยาและอาวุธไทยได้อย่างไร</strong></p>
<p>ได้ทราบข่าวมวยไชยาจากหนังสือ สยามคอมแบต ซึ่งลงบทสัมภาษณ์ของครูแปรงไว้ จึงเกิดความสนใจเพราะเป็นศิลปที่ไม่เคยพบเห็นจากที่ใดมาก่อน และได้ติดต่อขอเข้าฝึกที่ สยามยุทธ์ยิม ซอยปรีดีพนมยงค์ เมื่อ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๖</p>
<p><strong>3.ฝึกแล้วรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง</strong></p>
<p>ในระยะแรกเมื่อฝึกแล้วพบว่าการฝึกด้วยท่ามวยพื้นฐานมวยไชยานั้น เป็นการจัดระเบียบร่างกายให้ใช้ต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันตัวได้อย่างดี ทั้งยังเป็นการฝึกสติให้จดจ่ออยู่กับท่าฝึกเพื่อมิให้ผิดเพี้ยน ทำให้จิตใจของผู้ฝึกค่อยๆสงบลงอย่างมีเหตุผล  การฝึกมวยไทยไชยานั้น แม้จะได้ชื่อว่ามวยไทย แต่ก็แตกต่างจากมวยไทยที่ข้าพเจ้าเคยฝึกฝนมาอย่างมากมาย ราวกับเป็นมวยคนละประเภทกันเลยทีเดียว</p>
<p><strong>4.ได้เอาวิชาไปใช้บ้างมั้ย</strong></p>
<p>โดยปกติแล้ว วิชามวยไทยไชยานั้นจะถูกใช้ในชีวิตประจำวันอยู่เสมอครับ ทั้งการวางสติ การระวังตัว ตามแบบการฝึกที่เจตนาให้ วิชามวยอยู่รักษาตัวผู้ฝึกตลอดเวลา ไม่ใช่ใช้เฉพาะขณะต้องการ ชกต่อยเท่านั้น</p>
<p>แต่ที่ได้ใช้อย่างชัดเจนเห็นได้ชัด ก็มีบ้างครับ เช่นการประลองฝีมือในการแข่งขัน Kof เมื่อปี 2008 ซึ่งข้าพเจ้าได้มีโอกาสใช้วิชามวยไชยาในการประลอง</p>
<p><strong>5.มีเป้าหมายอย่างไรบ้างในการฝึกฝน</strong></p>
<p>เมื่อแรกที่เข้าฝึกนั้น ก็เพราะสนใจ อยากรู้ถึงศาสตร์ของมวยคาดเชือกสายไชยา ว่าเป็นอย่างไร เมื่อได้ฝึกนานวันเข้าก็พบว่าเมืองไทยเรามีสิ่งดีๆเช่นนี้อยู่ แต่กลับไม่ได้รับการรักษาไว้ให้ดีเท่าที่ควร  จึงตั้งเป้าหมายให้กับตัวเองไว้ว่า จะขอทำการฝึกฝนตัวเองให้ดีเพื่อจะเป็นแหล่งอนุรักษ์ บอกต่อให้กับคนไทยรุ่นต่อไป สุดแท้แต่กำลังและปัญญาของข้าพเจ้าจะพาไปได้</p>
<p><strong>6.การฝึกสอนที่ภูเก็ตเป็นอย่างไรบ้าง</strong></p>
<p>การฝึกมวยไชยาที่ภูเก็ต ในเริ่มแรก ผู้เรียนจะได้รับการจัดท่า วางตัว การวางตำแหน่งร่างกาย ตามแบบมวยไชยาบ้านครูแปรงก่อน เมื่อจัดท่าทางได้ดีแล้ว ก็จะเข้าสู้ขั้นต่อไป ตามหลักสูตรบ้านครูแปรง และเริ่มเรียนรู้การควบคุมอาวุธ ด้วยการควงพลอง และ ดาบไม้ ตลอดถึงอาวุธอื่นต่อไป</p>
<p><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/ฝึกดาบ.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-472" title="ฝึกดาบที่ภูเก็ต" src="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/ฝึกดาบ-300x199.jpg" alt="ดาบสองมือ" width="300" height="199" /></a></p>
<p><a href="http://www.muaychaiya.com/wp-content/uploads/2011/05/ฝึกดาบ.jpg"></a> <strong>7.อยากให้เขียนถึงครูแปรงหน่อยครับ</strong></p>
<p>ความรู้สึกแรกที่ข้าพเจ้ามีในมิติการต่อสู้คือ ถ้าคู่ต่อสู้รูปร่างสูงใหญ่ หรือมีกล้ามเนื้อใหญ่โตกว่า จะได้เปรียบกว่าเรา และจะเป็นอันตรายมากเมื่อต้องปะทะด้วย แต่เมื่อได้พบกับครูแปรง มิติในการมองต่างๆของข้าพเจ้าเริ่มเปลี่ยนไป เพราะ ครูแปรงท่านเป็นชายตัวเล็ก ที่ดูแล้วไม่น่าจะมีความร้ายกาจมากนัก แต่ผลกลับตรงกันข้าม ท่านมีความคล่องแคล่ว ว่องไว อย่างมาก และมีกลมวย เคล็ดลับในการใช้กายวุธ  อาวุธยาว สั้น แข็ง และอ่อนได้อย่างพิศดาร สิ่งที่ข้าพเจ้าเคยคิดว่าได้เปรียบ อาจกลับกลายเป็นสิ่งที่เสียเปรียบมากที่สุดในฉับพลัน หากอีกฝ่ายไม่รู้เท่าทันกลมวย นั่นกลายเป็นเหตุผลให้ข้าพเจ้าเร่งหมั่นฝึกฝนในท่าฝึกที่ครูแปรงท่านสั่งสอนให้เพื่อที่จะ ปฏิบัติตนตามรอยทางของครูแปรงท่านให้จงได้</p>
<p>นอกเหนือจากการศึกษาศาสตร์มวยไทยไชยา ครูแปรงท่านเป็นผู้บุคลิคที่ สง่า ผ่าเผย ตรงไป ตรงมา ให้ความกรุณา และ เมตตาแก่ศิษย์ทุกคนที่ตั้งใจไปขอความรู้จากท่านเพื่ออบรม สั่งสอนศิษย์ ให้มีความซื่อสัตย์ อดทน รู้กตัญญู ความมีสัจจะอันจะเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต</p>
<p><strong>8.อยากฝากข้อคิดอะไรไว้บ้างครับ</strong></p>
<p>หากเปรียบคนไทยเข้ากับประเทศไทย  แผ่นดินไทยก็เสมือนเป็นร่างกาย ที่บ่งบอกที่มา ภูมิประเทศ และเผ่าพันธุ์  ความเป็นมิตร เยือกเย็น สุขุม และความสวยงาม แบบไทยๆ ก็เสมือนเป็นจิตวิญญาณของไทย หากเราจะรักษาชาติไทยให้คงอยู่ ไม่ใช่เพียง เราท่านรักษากายคือดินแดนไว้เท่านั้น ภูมิปัญญาไทยหลายๆด้าน รวมทั้งมวยไชยานี้ ก็เป็นสิ่งบ่งบอกของความเป็นไทย อันเป็นจิตวิญญาณของชาติไทยทางหนึ่ง ถ้าเราปล่อยปละละเลย ไม่บำรุงรักษาร่างกายและจิตวิญญาณให้อยู่ควบคู่กัน   กาลข้างหน้า คนไทยจะเป็นเพียงพลเมืองโลก  ไม่มีความบ่งบอกถึงอารยธรรม และวัฒนธรรมทางปัญญาของชาติไทยเราอีกเลย   มันเป็นหน้าที่หลักของเราชาวสยามที่จะช่วยรักษา มรดกเหล่านี้ไว้ให้ชาวเรา อย่าให้มรดกไทยต้องสูญหายไปตามกาลเวลาเลย  ฤาท่านคิดว่า ลูกหลานของท่าน ควรเป็น พลเมืองโลก  หาใช่ชาวสยามดังแต่ก่อน ก็เห็นควรให้ข้ามข้อความนี้เสียเลยก็ได้ เพราะตัวไทย ใจไทย เริ่มหาได้ยากนักในสังคมปัจจุบัน</p>
<p>ติดต่อ ครูโช ได้ที่ <a title="มวยไชยา ภูเก็ต" href="http://www.muaychaiya.com/muay-chaiya-in-phuket/">ศูนย์ศึกษาสยามยุทธ์มวยไชยา สาขาภูเก็ต</a></p>
<p style="text-align: center;">
<p><a href="http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%8a/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
</p>
<div style='clear:both'></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.muaychaiya.com/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%8a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: http://www.w3-edge.com/wordpress-plugins/

Served from: www.muaychaiya.com @ 2012-02-05 17:38:51 -->
