![]() |
|
ลักษณะของดาบเมือง
ดาบเมืองมีหลายขนาด และหลายรูปแบบ ต่อไปนี้เป็นรายละเอียด ส่วนต่าง ๆ ของดาบเมือง ฝักดาบ .....ฝักดาบ คือเครื่องห่อหุ้มตัวดาบ
เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อผู้พาพา และสามารถสะพายดาบ ไปไหน ๆ ได้โดยสะดวก
ฝักดาบเป็นที่ผูกยึดติดกับสายดาบสำหรับคล้องไหล่สะพายบ่า และนอกจาก นี้
กล่าวกันว่ายังใช้เป็นอาวุธในยามต่อสู้ได้อีกด้วย ฝักดาบทำด้วยไม้สองชิ้น
ที่มีลักษณะ และขนาด ความกว้างไล่เลี่ยกับความกว้างของตัวดาบ นิยมใช้ไม้ที่มีน้ำหนักเบา
เหนียว และคงรูป เช่น ไม้โมกมัน ไม้สัก เป็นต้น โดยเฉพาะไม้โมกมัน เป็นไม้ที่ไม่กินคมดาบ
มีน้ำหนักเบา และเมื่อใช้ไปนาน ๆ ผิวไม้ จะมันวาว สวยงาม
.....ฝักดาบยศ ดาบประจำตำแหน่งบางเล่มจะหุ้มด้วยโลหะมีค่า
เช่นทองคำ หรือเงิน เรียก ดาบหลูบคำหลูบเงิน มีทั้งที่ตกแต่งลวดลายดวงดอกงดงาม
หรือเป็นทองเกลี้ยงเงินเกลี้ยง ลวดลายและ วิธีการทำฝักจะสัมพันธ์กับด้ามดาบด้วย
กล่าวคือเมื่อสอดดาบเข้าฝักแล้ว ดาบทั้งเล่มจะกลมกลืนกันเป็น ด้ามดาบ .....ด้ามดาบ คือส่วนที่กั่นดาบฝังลงไปยึดแน่นและใช้เป็นที่จับเพื่อใช้งาน
ดาบเมืองที่เป็นดาบใช้มักทำด้วย ไม้ไผ่รวก ปล้องยาวเพียงปล้องเดียว แต่บางท่านว่าใช้ไม้ไผ่หก
ไผ่บงป่า ไผ่ไล่ ไม้ไผ่ไล่นี้เอาเคล็ดที่ชื่อ คือไล่ ศัตรูพ่าย ส่วนโคนด้าม
คือส่วนที่สัมผัสกับโคนดาบ หรือส่วนที่มี ปลอกโลหะหรือเขี่ยว มีทรงกลม
มีขนาดใกล้เคียง หรือเท่ากับโคนฝัก แล้วเหลาให้เพรียวลงถึงส้นด้าม ดาบเมืองโดยเฉพาะ
ดาบใช้ ไม่นิยมทำเขี่ยว จะใช้ปลอกหวายสวมทับให้แน่นทีละปลอก โดยสวมเข้าทางส้นแล้วเรียงลำดับ
ให้แน่นเรียวลงมาถึงส้น ใช้แผ่นโลหะทรงกลม หรือ เหรียญสตางค์แดง หรือเงินแถบ
หรือเหรียญอื่น ๆ ปิดส้นแล้วตอกตะปูยึดเพื่อป้องกันไม่ให้ปลอกหลุด ถ้าเป็นดาบชาวลัวะจะทำปลอกเงินสวมปิด
นิยมตอก ลวดลายเป็นรูปปลาสลิก เช่นเดียวกับปลายฝักจะเป็นรูปปลาสลิกเช่นกัน
บางเล่มใช้ลิ่มตอกเข้าตรงรูกลวง ส้นด้าม เพื่อให้ด้ามขยายขนาด จะทำให้ปลอกรัดแน่นขึ้น
แต่หากรัดปลอกแน่นดีแล้วก็ไม่ต้องตอกลิ่ม ใช้เพียงแผ่นโลหะปิด มีดาบบางเล่มบรรจุเครื่องรางของขลังในรูกลวงไม้ไผ่
เช่น ผ้ายันต์ แผ่นยันต์โลหะม้วนลงอักขระ เศษผ้าคล้ายจีวรอัดด้วยขี้ผึ้งหรือขี้ชันโรง
คงเป็นวิธีการเฉพาะของเจ้าของดาบเล่นนั้น ๆ
.....ด้ามดาบนอกจากทำจากไม้ไผ่แล้ว
ยังทำจากสิ่งอื่นอีก เช่น ไม้เนื้อแข็งหรือไม้จริง งา กระดูกสัตว์ เขาสัตว์
ด้ามที่ทำจากวัสดุดังกล่าวนี้มักเป็น ดาบยศ ดาบขนาดเล็ก หรือมีดพก มีดอุ่ม
ต้องมีเขี่ยวหรือปลอก สวมเพื่อยึดกั่นกับด้ามและเพื่อกันไม่ให้ด้ามแตก
บางเล่มตกแต่งและแกะลวดลาย เป็นรูปต่าง ๆ งดงาม เช่น รูปหนุมาน พระพิฆเนศ
หรือดอกดวงอย่างวิจิตร นักสะสมดาบและพ่อค้าของโบราณกล่าวว่า เป็นงานฝีมือของช่าง
ชาวไทใหญ่ รัฐฉาน บ้างก็ว่าเป็นฝีมือชาวเผ่าลัวะ ด้ามดาบยศวิจิตรงดงามนี้มักแต่งด้วยปลอกเงินส้นด้ามมีหัวบัวประดับทุกส่วน
จะหุ้มเงินเว้นแต่ ที่ต้องการอวดคือ งา หรือเขา เท่านั้น ดังได้กล่าวมาแล้วว่า
ถ้าแต่งด้ามได้งดงามเท่าใด ฝักก็ต้องตกแต่งให้งดงามเสมอกัน ดังนั้นดาบยศงดงามวิจิตร
จึงเป็นของหายากและแพงค่ายิ่ง การยึดกั่นกับด้ามให้มั่นคงแข็งแรงนั้น
หากด้ามเป็นไม่ไผ่จะมีรูโดยธรรมชาติสำหรับสอดกั่นเข้าไป ถ้าเป็นไม้จริง
งา หรือเขา ต้องเจาะรูเพื่อยึดกั่น แต่มักทำได้ยากจึงต้องอาศัยเขี่ยวหรือปลอกสวมยึดให้มั่น
การเข้าด้ามดาบด้วยการเผาไฟให้ร้อนพอประมาณ ตำครั่งจนเป็นผงเทใส่รูด้ามจนเต็มนำกั่นร้อนสอดเข้าไปแล้วถอดออก
ใส่ครั่งอีกครั้งให้เต็มเผากั่นใส่ลงไป จับด้ามดาบให้อยู่ทรงในตำแหน่ง
ที่พอเหมาะรอจนเย็นก็ใช้การได้ บางด้ามจะใช้ผ้าเนื้อดีบุในรูก่อนจะเทผงครั่งลงไป
แล้วทำตามขั้นตอนดังที่กล่าวมา การใช้ผ้าบุข้างในเพื่อให้ด้าม กับกั่นยึดแน่นคงทนหลุดยาก
ดาบบางเล่มจะมีฝาครอบโคนด้าม โดยเจาะรูเฉพาะให้กั่นฝังลงไป งเพื่อความเรียบร้อยสวยงามและกันไม่ให้ครั่งหลุด
.....เหล็กที่ใช้ทำดาบต้องเป็นเหล็กเนื้อดีมีความแข็งและเหนียว
เล่ากันว่าต้องหลอมไล่ตะกรันเป็นอย่างดีมีพิธีกรรมประกอบ และเหล็กต้องมี
ส่วนผสม อื่น ๆ เพื่อให้เกิดความขลัง บ้างก็ว่าต้องตีทบไปมาหลายร้อยครั้งเพื่อให้เนื้อเหล็กเป็นเส้นจะทำให้เหล็กเหนียวเป็นพิเศษ
คำเล่าขาน ดังกล่าวนี้ยังไม่มี หลักฐานยืนยันชัดแจ้ง แต่การจะตีเหล็กเพื่อทำดาบเป็นอาวุธเพื่อใช้ในการต่อสู้นั้น
คงต้องคำนึงถึงคุณภาพเหล็ก อย่างแน่นอน ถ้าเหล็กไม่ดีเปราะ หักง่ายหรือไม่ใช่เหล็กกล้า
เมื่อประดาบหรือฟันถูกของแข็งเกิดการเสียหายในขณะรณยุทธ์ ก็หมายถึงชีวิตเลยทีเดียว
เหล็กดีที่ได้รับการกล่าวถึง มากที่สุดคือ เหล็กน้ำพี้ หรือเหล็กหนึกจากบ่อพระแสงและบ่อพระขรรค์
อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ เหล็กน้ำพี้ดังกล่าวนี้ ไม่เป็นสนิม
มีสีเขียวเหมือนปีกแมลงทับ แต่การจะถลุงเหล็กให้ได้เหล็กสำหรับทำดาบนั้นเป็นเรื่องยาก
อีกทั้งเหล็กน้ำพี้ จะสงวนไว้สำหรับทำพระแสงดาบ หรืออาวุธสำคัญในราชสำนักทางใต้เท่านั้น
จึงเป็นการยากที่จะหาเหล็กน้ำพี้มาใช้ทำดาบเรือนหรือดาบใช้ทั่วไป ส่วนบ่อเหล็กในเขตจังหวัด
เชียงใหม่ นั้นเล่าว่าอยู่ที่บ่อหลวง อำเภอฮอด แต่เป็นเหล็กคุณภาพต่ำนิยมนำมาตีเป็นเครื่องในครัวเรือนและการเกษตร
ส่วนดาบที่ทำจากจังหวัด ลำปาง ซึ่งมักเรียกขานกันว่า ดาบลำปางสมัยหลังสงครามโลก
..... ตัวดาบ .....ตัวดาบ หรือใบดาบเมืองนั้น ดังได้กล่าวแล้วว่ามีความยาวประมาณหนึ่งศอกถึงสองศอก หรืออาจยาวกว่านี้ ส่วนความกว้างนั้นก็ประมาณ สองถึงสามนิ้วมือ ความกว้างของดาบแต่ละเล่มจะขึ้นอยู่กับลักษณะของปลายดาบ กล่าวคือถ้าเป็นดาบใบคา คือมีลักษณะคล้ายใบคา ดาบจะแคบมาก ถ้าเป็นดาบปลายบัว ตัวดาบจะกว้าง และถ้าเป็นดาบปลายว้าย ก็จะไต่ระดับความกว้างจากแคบไปกว้างจนถึงปลายดาบ โดยปกติโคนดาบต้อง แคบและหนากว่าท้องดาบก่อนจะเรียวแหลมเป็นปลายดาบ สันดาบหนาตั้งแต่โคนดาบแล้วเพรียวบางจนถึงปลาย ดาบบางเล่มสันดาบจะคม เช่นเดียวกับด้านคม เมื่อมองทางด้านข้าง ปลายดาบจะเชิดขึ้นซึ่งจะเป็นลักษณะเฉพาะของดาบ ส่วนจะเชิดขึ้นมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับลักษณะ ของปลายดาบ ดังจะได้กล่าวต่อไป
.....ตัวดาบโดยปกติจะไม่มีการตกแต่งลวดลายใด ๆ เป็นพิเศษ มีดาบบางเล่มที่ตกแต่งตัวดาบงดงาม กล่าวคือมีการแต่งเป็นร่อง นิยมเรียกกันว่า ร่องเลือด เป็นร่องลึกพอให้เห็นเป้นแนวยาวจากโคนดาบสู่ปลายดาบ บางเล่มมีร่องเลือดเหมือนกันทั้งสองด้าน หรือแต่งเป็นลวดลายทำนองลายกนก แต่ไม่อ่อนช้อยดังลายเส้น บางเล่มฝังทองแดงหรือทองเหลืองที่ตัวดาบ สันดาบมีทั้งสันเรียบและสันสามเหลี่ยม ดาบสันเรียบบางเล่มที่สันจะฝังทองแดงหรือทองเหลืองด้วย หรือไม่ก็ทำเป็นรอยขีดหลาย ๆ ขีด ดาบบางเล่มที่ตัวดาบใกล้โคนจะประทับตราคล้ายกับเป็นสัญลักษณะทางการค้า หรือสัญลักษณ์ของเตาที่ทำดาบ เท่าที่พบมีหลายแบบ เช่น รูปดอกจัน รูปพระอาทิตย์ รูปพระอาทิตย์คู่ รูปเต่า รูปดวงตา มีทั้งประทับตราด้านเดียวและทั้งสองด้าน หรือประทับตราสองแห่งด้านเดียวกัน ปลายดาบ
.....ลักษณะของปลายดาบแต่ละแบบเป็นการกำหนดการเรียกขานชื่อดาบนั้น ๆ ด้วย เช่น ดาบปลายว้าย ดาบปลายบัว เป็นต้น การตีดาบแต่ละเล่มผู้ตี คงต้อง กำหนดแบบไว้แล้ว ลักษณะของปลายดาบต้องพ้องกับประโยชน์การใช้สอย ดาบเมืองโบราณทั้งดาบยศและดาบใช้เท่าที่ได้พบเห็น ปลายดาบ มีลักษณะต่าง ๆ ดังนี้ .....๑. ดาบปลายเหลี้ยม
ดาบปลายซุย หรือ ดาบปลายแซว ปลายดาบจะแหลมคม เน้นประโยชน์การแทงละลุ
ฟัน และเฉือน มีลักษณะต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กับตัวดาบ คือ .....๒. ดาบปลายว้าย เป็นดาบที่มีลักษณะเฉพาะแตกต่างจากดาบไทย ตัวดาบตั้งแต่โคนถึงปลายมีความกว้างเสมอกัน สันดาบตรงปลายเชิดขึ้นเล็กน้อย ด้านคมก็เชิดขึ้นตาม เน้นประโยชน์การฟันและเฉือน ดาบปลายว้ายอีกลักษณะหนึ่งซึ่งพบเห็นน้อยมากคือ ปลายว้ายหัวแม่โต้คือปลายดาบมีขนาด ความกว้างกว่าโคน เชิดขึ้นคล้ายกับมีดอีโต้ เน้นการฟัน เพราะน้ำหนักจะอยู่ส่วนปลายดาบ ..... ๓. ดาบปลายบัว ดาบปลายมน
หรือดาบหัวบัว เป็นดาบที่เน้นความสวยงามและการฟัน มี ๒ ลักษณะ คือ ..... ๔. ดาบปลายเปียง หรือดาบปลายตัด ดาบชนิดนี้ตัวดาบมักมีขนานกว้าง ส่วนปลายซึ่งปกติจะแหลมกลับมีลักษณะเหมือนถูกตัดหรือดาบหัก เน้นประโยชน์การฟัน เล่ากันว่าเป็นดาบของชาวเชียงใหม่ยุคพม่าปกครอง พม่าเกรงว่าชาวเชียงใหม่จะคิดกบฏจึงตัดปลายดาบทิ้ง ขนบการทำดาบปลายเปียงจึงหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน เชือกดาบ หรือสายดาบ ..... เชือกดาบหรือสายดาบมีความสำคัญต่อาการพกพาดาบไปยังที่ต่าง ๆ ได้โดยสะดวก เชือกดาบมีหลายขนาดและหลายสี เส้นโตที่สุดประมาณ เท่านิ้วมือ และมีขนาดอื่น ๆ เพื่อให้เหมาะสมกับขนาดของดาบ เชือกดาบเท่าที่พบมีสีแดงสีดำ กล่าวกันว่าแต่เดิมสีของเชือกดาบอาจหมายถึงหมู่ หรือเหล่าของทหารก็เป็นได้ เชือกดาบทำจากผ้าคล้ายผ้ายืดแล้วยัดเศษผ้าหรือเส้นด้ายไว้ด้านในนุ่ม ๆ ทำเป็นเส้นยาว ๆ ทำนองเดียวกับการทำ ไส้กรอก สายดาบมักมาคู่กับฝักดาบ เดชา เตียงเกตุ (สัมภาษณ์ ๕ ตุลาคม ๒๕๔๔) กล่าวว่า น่าจะทำจากพม่า ผลิตในโรงงานเฉพาะ เพราะเศษผ้า และเส้นด้ายนั้นเป็นผ้าเทศด้ายเทศ ไม่ใช่ลักษณะของผ้าฝ้ายปั่นมือในท้องถิ่น การมัดเชือกดาบกับฝักทำได้หลายวิธี เช่นมัดสำหรับสะพายไหล่ หรือมัดสำหรับสะพายหลัง ดาบเมืองเท่าที่พบเป็นการมัดเพื่อสะพายบ่าหรือคล้องไหล่ ปมเชือกต้องอยู่ตรงข้ามกับคมดาบเสมอ นอกจาก |
|
![]() |
ประโยชน์ดังกล่าวแล้ว เชือกดาบยังช่วยรัดฝักดาบไม่ให้คลายแยกออกเมื่อปลอกหวายหลุด และยังป้องกันคมดาบ บาดมือขณะถอดดาบออกจากฝักอีกด้วย ..... เชือกดาบแบบเดิมที่ติดมากับดาบเมืองในปัจจุบัน (๒๕๔๕) ไมมีขาย มีแต่เชือกอย่างอื่นที่คล้าย ๆ กันเป็นไนล่อน หรือไหมพรมถัก ไม่อ่อนนุ่มเหมือนเชือกดาบแบบเดิม หรือเป็นเชือกไม่มีไส้ต้องนำมาฟั่นเองถึงจะใช้ได้ ส่วนดาบใหม่ที่นิยมทำกันในเขตจังหวัดลำปางจะฟั่นเชือกดาบเอง แต่ก็ไม่เหมือนเดิม เรียกการสานเชือกมัดดาบ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อเรืองสีของเชือกดาบว่าสีใดต้องโฉลกกับเจ้าของที่เกิดในปีนั้น ๆ ด้วย (ดูรายละเอียดที่ โศลกดาบ) ส่วนดาบยศที่ฝักหุ้มเงินหุ้มทองมักไม่มีเชือกดาบ คงเพราะไม่ต้องการสะพายดาบก็เป็นได้ |
คัดมาจากส่วนหนึ่งของ หนังสือ ดาบเมือง โดย อาจารย์
วิลักษณ์ ศรีป่าซาง
|
|
![]() |
|